บทที่ 15 หลั่งฮอร์โมน
ปรางทิพย์ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานกว่าปกติ ทั้งที่เธอแค่ล้างหน้าแปรงฟันเท่านั้น ยังไม่ได้อาบน้ำคิดว่าจะกลับไปอาบที่ห้องตัวเอง เธอทำใจที่จะออกมาเจอคนข้างนอกไม่ได้ อีกใจก็หวาดหวั่น ไม่แน่ใจว่าจูบเมื่อครู่คืออะไร เพราะความเผลอไผลไปชั่วขณะหรืออย่างไร แต่มันกลับทำเธอใจสั่นหวั่นไหวไปกับรสจูบของเขาเสียอย่างนั้น กว่าจะรวบรวมความกล้าออกมาจากห้องน้ำ เขาคงแค่เผลอตัวคิดว่าเธอเป็นอีหนูของเขาล่ะมั้ง เมื่อคิดได้แบบนั้นตอนที่เดินออกมาแล้วยังเห็นเขานอนอยู่บนเตียง สายตาคมจ้องมองมา เธอจึงทำเหมือนกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น
"โอ๊ย สายแล้วหรือคะเนี่ย วันนี้ฉันต้องเข้าไปที่ร้านกาแฟ" เธอเสมองนาฬิกาที่ผนัง
"ผมก็จะไปมหาลัย เดี๋ยวผมไปส่ง"
"มะ..ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังไม่รู้จะกลับตอนไหน"
"จะกลับตอนไหนก็โทรบอก"
"ไม่เป็นไรค่ะ"
คำปฏิเสธของเธออีกครั้งทำให้อาจารย์หนุ่มลุกขึ้นนั่ง เขาก้าวขาลงมาจากเตียงเพียงก้าวเดียว ก็คว้าแขนของคนที่กำลังจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ตรงหัวเตียงให้เซถลามานั่งอยู่บนตักเขา คุณหมอบิดตัวหลบแขนแกร่งที่กอดเธอไว้รอบเอว ใบหน้าสวยขึ้นสีระเรื่อทันทีที่ใกล้ชิดกับชายหนุ่มในท่าที่ชวนวาบหวามแถมมัดกล้ามแน่นที่หน้าอก จนถึงลอนกล้ามท้องร่องวีไลน์ที่หายเข้าไปใต้ขอบกางเกงนอนตัวบางนั่นอีก
"คุณวิทย์" เสียงแผ่วเอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเบาๆ พร้อมทั้งยกมือขึ้นดันอกเขาไว้ แต่ก็ดูจะไม่ได้ช่วยอะไร เมื่อแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น
"ครับ" สายตาคมกรุ้มกริ่ม เอ่ยขานเบาๆ เอียงคอมองคนตัวเล็กในอ้อมกอด
"ปล่อยค่ะ ไม่สบายหรือคะ" เธอแกล้งทำเสียงเข้มใส่ หวังว่าเรื่องพูดเล่นของเธอจะช่วยกลบอาการเขินอายได้
"สงสัยผมคงจะไม่สบายมาก รู้สึกว่าตอนนี้สมองมันหลั่งฮอร์โมนโดปามีนออกมาเยอะแยะไปหมด" คุณหมอฟังชื่อฮอร์โมนที่เขาว่าก็เกิดหน้าแดงขึ้นอีกครั้ง เพราะไอ้สารที่ว่ามันคือสารควบคุมความสุข โดยเฉพาะเวลาที่เรามีความรักสมองเราในส่วนความพึงพอใจจะถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนชนิดนี้ออกมา
คนป่วยไม่พูดเปล่ายังจับมือหมอมาอังที่หน้าผากตัวเอง แล้วก็เลื่อนมือเธอให้มาจับที่คอเขาด้วย
"ต้องฉีดมอร์ฟีนไหมคะ" คุณหมอถามคนไข้ แต่คนไข้กลับหัวเราะร่วน
"เป็นแฟนกันจริงๆ ไหม"
"อะไรนะคะ"
"ถ้าคนที่ไม่ใช่แฟนกัน ผมไม่ให้ใส่เสื้อตัวเองหรอกนะ" คนทวงเสื้อ ไม่ทวงเปล่า เขาปล่อยมือที่กอดเอวออกมาข้างหนึ่ง ปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของเขาที่เธอสวมทับชุดนอนเซ็กซี่นั้นไว้อย่างชำนาญ
"คุณวิทย์" ปรางทิพย์ร้องเสียงหลง รีบตะปบเข้าที่เสื้อทันที กว่าเธอจะตั้งสติได้ เขาก็ปลดไปเกือบเม็ดที่สามแล้ว ร่องอกอิ่มเผยให้เห็นทันตา
"ถ้าไม่รับปากก็ถอดเสื้อผมคืน เสื้อผมให้เฉพาะแฟนผมใส่เท่านั้น" แม้มือจะจับกระดุมที่หลุดไว้ได้สองเม็ด แต่ส่วนล่างที่เหลือมือใหญ่ก็ยังไม่หยุดแกะ คุณหมอคนสวยไม่รู้จะหลบอีท่าไหนได้แต่สวมกอดเขาไว้แน่น เพื่อไม่ให้เขามองเห็นไปถึงไหนๆ
"กอดแบบนี้แสดงว่าโอเคใช่ไหม" ไตรวิทย์ลูบไปที่แผ่นหลังของเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบ แต่คำถามกลับเร่งเร้าไม่ให้หนทางคุณหมอได้ปฏิเสธ ฝ่ามือหนายิ่งลูบไปทั่ว ยิ่งทำให้เธอใจสั่นรัวจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
"โนบราด้วยหรือ กอดเมื่อคืนไม่ยักรู้" เสียงกระซิบของอาจารย์หนุ่มทำให้เขาได้ฝ่ามือนุ่มฟาดแผ่นหลังไปหนึ่งที
"คุณไม่ตอบ ผมถือว่านั่นคือคุณโอเคแล้วนะ"
"คุณวิทย์" ปรางทิพย์เรียกชื่อเขาแผ่วเบา แล้วก็ฟาดเขาไปอีกที อาจารย์หนุ่มหัวเราะเบาๆ
"ฉันจะกลับห้องแล้ว" ปรางทิพย์รีบดันตัวเขาออกห่าง มืออีกข้างก็ยังกำคอเสื้อตัวเองไว้แน่น
"อื้อ กลับเถอะ" บทจะพูดง่ายก็ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ
"ผมรู้สึกว่าตอนนี้สมองผมมันกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โลนแล้ว" ปรางทิพย์รีบลุกจากตักเขาเพราะนอกจากฮอร์โมนที่เขาว่ามันจะกระตุ้นความต้องการทางเพศแล้ว ไอ้งูตัวใหญ่ของเขามันก็คงถูกกระตุ้นด้วยเช่นกัน เพราะเธอสัมผัสได้ถึงความเกร็งเครียดภายใต้กางเกงนอนตัวบางของเขา ใบหน้าเห่อแดงไม่ได้หันมามองเขาอีก รีบเปิดประตูห้องออกมาอย่างรวดเร็ว
"อ้าว ตื่นกันแล้วหรือลูก" ทันทีที่ประตูห้องปิดลง เสียงคุณนายประไพรก็เอ่ยทักแฟนสาวของลูกชาย
ปรางทิพย์ตกใจไม่น้อย เธอลืมคุณแม่เขาไปสนิทเลย แต่พอเสียงทักทำให้เธอหันไปสบตาผู้มากวัย เผลอปล่อยมือที่คอเสื้อ กระดุมสามเม็ดที่ถูกแกะออกเผยให้เห็นชุดนอนเซ็กซี่ที่ท่านเป็นคนซื้อมาฝาก ผู้มากวัยก็ยิ้มพอใจ
เธอยังไม่ทันได้เอ่ยตอบอะไร ไตรวิทย์ก็เปิดประตูออกมาทั้งที่เสื้อยังไม่ได้ใส่ ในมือเขาถือโทรศัพท์เธอไว้คิดว่าจะเอามาคืนให้ แต่พอเปิดประตูออกมาเห็นเธอยืนอยู่ตรงนี้ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ
"เล่นอะไรกัน แกล้งอะไรน้องหรือเปล่า เจ้าวิทย์ น้องหน้าตื่นหนีแกออกมาหรือไง"
"เปล่าครับ หยอกกันเฉยๆ" เสียงตอบของชายหนุ่ม แล้วเขาก็รีบคว้าแขนเธอเข้ามาในห้อง เพราะเห็นคนตัวเล็กไม่รู้จะไปซ้ายหรือไปขวาดี
ปรางทิพย์รีบเดินแกมวิ่งไปที่เตียงใหญ่แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนคว่ำใส่ที่นอนอย่างแรง นึกอยากจะมุดที่นอนหายไปเสียอย่างนั้น เพราะอายแม่เขา ในสภาพที่พากันรีบหนีออกจากห้องแบบนั้น แทบจะไม่ต้องคิดเลยว่าทั้งคู่จะทำอะไรกัน
"เป็นอะไร" อาจารย์หนุ่มเอ่ยถาม แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนหงายข้างๆ เสียงถามของเขาทำให้เธอหันหน้ามามองเขาตาขวาง
"แม่คุณไม่คิดไปถึงไหนๆ แล้วหรือเนี่ย" คุณหมอทำหน้ามุ่ยต่อว่า
"คุณหมอครับ ลืมอะไรไปหรือเปล่า เราเป็นแฟนกันอยู่นะครับ แถมอยู่ด้วยกันแบบนี้ ยังต้องคิดอีกหรือ"
"แต่มันก็ไม่ต้องประเจิดประเจ้อหรือเปล่าคะ"
"ผมก็ไม่ได้ไปนอนกับคุณ หรือจูบกับคุณที่ห้องรับแขกให้คุณแม่เห็นสักหน่อยนี่ ไปเถอะไปอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าผมก่อนก็ได้ อนุญาตให้คุณแฟนใส่ได้" เธอหันไปมองค้อนให้เขาก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำอีกรอบ
ครู่ใหญ่ๆ ที่ทั้งสองคนออกมาจากห้องอีกครั้ง ในชุดที่เรียบร้อยกว่าเดิม ปรางทิพย์จึงได้ใส่เสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นของอาจารย์แม้มันจะดูใหญ่อยู่สักหน่อย แต่ก็ดีกว่าไอ้ชุดที่เธอทะเล่อทะล่าออกมาจนน่าขายหน้านั่น
"ว้าว น่ากินจังครับ" ไตรวิทย์ชะโงกหน้ามองถ้วยข้าวต้มหมูที่คุณประไพรเป็นคนทำ
"รีบกินยังอุ่นๆ อยู่ เดี๋ยวแม่จะกลับแล้วนะ เผื่ออยากกินอะไรก็โทรไปบอกแม่ได้ แม่จะได้เอามาฝาก"
"ขอบคุณครับ" ลูกชายของท่านหันไปยิ้มให้อย่างประจบ
"หนูปราง ถ้าเจ้าวิทย์มันรังแกอะไรหนู บอกแม่ได้ แม่จะจัดการให้" เธอได้แต่ยิ้มให้ ไม่กล้าฟ้อง
หลังจากอาหารเช้าในช่วงสายของวันหยุดเสร็จสิ้น ปรางทิพย์ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อที่จะเข้าไปที่ร้านกาแฟ โดยมีอาจารย์หนุ่มอาสาไปส่งแกมบังคับ เพราะเขาเองก็ต้องเข้าไปที่มหาวิทยาลัยเหมือนกัน เขาเพียงจอดส่งเธอที่หน้าร้านไม่ได้เข้าไปด้วย
ช่วงเที่ยงของวันหมอพีรพรได้เข้ามาที่ร้าน ก็เพียงแค่ได้ทักทายกัน เพราะยังติดเคสคนไข้กับอาจารย์หมอ ต้องรีบขึ้นไป
ช่วงบ่ายลูกค้าในร้านก็ยังทยอยกันเข้ามาอยู่เรื่อยๆ จนปรางทิพย์แทบจะไม่มีเวลาได้นั่งพัก แม้จะไม่ได้เข้ามาทีเดียวพร้อมกันครั้งละหลายๆ คน แต่พอส่งลูกค้าคนนี้เสร็จ พอจะนั่งพักคนใหม่ก็เข้ามา
"สวัสดีค่ะ" เสียงทักทายลูกค้าเป็นปกติ ทั้งที่ยังไม่ได้เงยหน้าไปมองคนที่เข้ามาเสียด้วยซ้ำ
"อ้าว คุณปราง" เสียงใสที่ทักทายทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมองลูกค้าที่เข้ามาใหม่ แต่สะดุดตากับคนตัวสูงที่เดินเข้ามาด้วยต่างหาก
"สวัสดีค่ะ คุณพัส" ปรางทิพย์เอ่ยทักทายลูกค้าหน้าหวานที่ยิ้มโชว์ลักยิ้มจนบุ๋มไปทั้งสองแก้ม เธอทำหน้าเป็นคำถามคล้ายประหลาดใจที่เห็นเธอที่นี่
"คุณปรางเป็นเจ้าของร้านที่นี่ครับ" อาจารย์ไตรวิทย์เป็นคนเอ่ยบอกแทน
"พัสมาบ่อยนะคะ แต่ไม่เคยเจอคุณปรางเลย"
"ปรางเข้ามาแค่เฉพาะวันหยุดน่ะค่ะ"
กาแฟสองแก้วถูกเสิร์ฟให้ตรงหน้าของลูกค้าทั้งสอง เธอกำลังจะเดินกลับ แต่คุณพัสก็เอ่ยชวนให้นั่งคุยด้วยกัน เธอมองหน้าเขาก่อนจะนั่งลงข้างเขานั่นแหละ
"ดูน่าสนุกนะคะ"
"ตอนขายก็สนุกดีหรอกค่ะ แต่พอกลับบ้านถึงรู้ว่าปวดขามาก" เธอทำเสียงลากยาว แล้วก็หัวเราะเบาๆ
"พอดีพัสมาปรึกษาอาจารย์วิทย์เรื่องจะเปิดสำนักงานน่ะค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอคุณปรางด้วย ตอนเย็นไปทานข้าวด้วยกันไหมคะ เรานัดเพื่อนไว้หลายคนเลย" ปรางทิพย์ได้แต่ยิ้มน้อยๆ เป็นเชิงปฏิเสธ
"ไม่ดีกว่าค่ะ คุณพัสจะได้สนุกกับเพื่อนๆ"
"กลับกี่โมง เดี๋ยวมารับ" จู่ๆ อาจารย์วิทย์ก็ถามขึ้นมาเสียดื้อๆ
"ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ อาจจะร้านปิด" ปรางทิพย์เลื่อนเวลากลับทันที เพราะจะได้ทำให้เขาไม่มีเวลามารับเธออีก
"งั้นเดี๋ยวมารับ"
"เอ่อ..ค่ะ" เธอหันไปมองหน้าเขานิดก่อนจะรับคำเบาๆ เธอแอบเห็นสายตาของคุณพัสที่แอบมองเธอ
ไตรวิทย์ยืนพิงรถคันหรูคู่ใจในท่าสบายๆ รอให้เธอดูพนักงานในร้านปิดประตูหน้าร้านจนเรียบร้อย ถึงเดินมาทางเขา
"ที่จริงคุณไปทานข้าวกับเพื่อนเลยก็ได้นะคะ ไม่ต้องรอฉันกลับหรอก"
"ก็จะให้ไปด้วย"
"มีแต่เพื่อนคุณ ฉันไม่รู้จัก"
"คุณพัสไง แล้วอีกหน่อยก็ต้องรู้จัก"
"แต่..."
"วันนี้ไอ้ณัฐมันไปด้วย คนที่เป็นทนายให้ผมน่ะ คุณไม่อยากไปไกล่เกลี่ยกับมันหรือไง"
"จริงหรือคะ" เสียงใสเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม หันไปมองหน้า ไตรวิทย์เพียงหันมาสบตาแวบเดียว เพราะต้องหันไปมองถนน รอยยิ้มมุมปากอีกข้างที่เธอไม่เห็น เธอคงลืมไปแล้
วว่าเป็นแฟนเขา แล้วใครเขาจะฟ้องแฟนตัวเอง เขาก็แค่อยากให้เธอไปด้วยเฉยๆ
