บทที่ 3 ตกใจงู
บ้านบริรักษ์ไพศาลในวันที่สามพี่น้องพร้อมหน้ากันกลับมาทานข้าวที่บ้าน ไม่พ้นที่คุณประไพรผู้เป็นแม่จะต้องคอยเร่งรัดให้พี่ใหญ่กับพี่รองของบ้านรีบแต่งงาน ส่วนคนเล็กที่เพิ่งแต่งงานไปได้ไม่กี่เดือนก็ถูกเร่งให้มีหลานไวๆ
"คุณคะ ได้ยินว่าหนูมิลิน ไปฝึกงานที่โรงแรมเราหรือคะ" คุณประไพรเอ่ยถามคุณไตรภพผู้เป็นสามี
เรื่องที่คุณนายของบ้านเอ่ยถามทำให้บนโต๊ะอาหารเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที โดยเฉพาะไตรคุณพี่ชายคนโต ส่วนคนรองไตรวิทย์ก็เริ่มขมวดคิ้วมองผู้เป็นแม่อย่างค้นหา พร้อมรอฟังคำตอบจากประมุขของบ้าน
"อื้ม ไปเป็นผู้ช่วยเลขาเจ้าคุณน่ะ"
"ได้ข่าวว่าปีนี้ คุณสาโรจน์จะลงสมัครสส. ด้วยใช่ไหมคะ" เมื่อเอ่ยถามถึงลูกสาวก็เลยถามไปถึงพ่อของเธออีกด้วย
"เห็นคุยว่าแบบนั้นนะ น้องทำงานเป็นไงบ้างล่ะเจ้าคุณ" เมื่อตอบภรรยาเสร็จ คุณไตรภพก็หันไปถามลูกชายคนโตต่อ
"เอ่อ ก็โอเคมั้งครับ ไม่เห็นเลขาผมว่าอะไร" น้ำเสียงไม่ใส่ใจ ผู้เป็นแม่ฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจใส่ลูกชายคนโต
"วันหลังชวนน้องมาทานข้าวที่บ้านบ้างซิ จะได้แนะนำให้เจ้าวิทย์รู้จักบ้าง" คนจะได้รับการแนะนำ ไอโขกขึ้นทันที เพราะกำลังจิบน้ำอยู่ ไตรฉัตรได้แต่หันไปยิ้มกับเหมือนแพรด้วยสายตาที่รู้กันสองคน อาการกลั้นยิ้มของน้องชายทำให้พี่ชายสองคนหันมาถลึงตาใส่
"ไม่ต้องแนะนำให้ผมเลยครับแม่ เด็กฝึกงาน ยังเรียนไม่จบน่ะซิ ผมเป็นอาจารย์นะครับ มันจะเสียหาย" อาจารย์วิทย์เอ่ยอย่างจริงจัง ยิ่งทำให้พี่ชายคนโตหันมามองตาเขียว
"ก็จริงอยู่ แต่น้องก็กำลังจะจบแล้วนะ"
"ไม่ดีหรอกครับ เกิดเสียหายขึ้นมา คุณอาสาโรจน์จะเสียหายไปด้วย ยิ่งกำลังจะลงสมัครอยู่ไม่ใช่หรือ แนะนำให้พี่คุณเถอะ" อาจารย์หนุ่มพูดจบไตรคุณก็ประเคนฝ่าเท้าใส่น้องชายอยู่ใต้โต๊ะเบาๆ ยิ่งทำให้ไตรฉัตรยิ้มขำพี่สองคนหนักขึ้น
"แกหุบยิ้มไปเลยเจ้าไตร ถือว่าตัวเองรอดแล้วไง ยาบำรุงที่แม่ส่งไปให้กินหมดหรือยัง ถ้าหมดแล้วฉันจะได้สั่งชุดใหม่ให้" ไตรคุณหันไปคาดโทษใส่น้องชายคนเล็ก เพราะรู้ว่าเจ้าตัวแอบเอายาจีนสูตรซินแสที่คุณแม่ให้ไปกินเพื่อบำรุงให้มีลูก สองผัวเมียนั่นแอบโกหกว่ากิน แต่แท้จริงแล้วแอบซ่อนไว้ไม่ยอมกิน ไตรฉัตรจำต้องหุบยิ้ม แล้วหันมาสนใจตักกับข้าวให้เมียรักแทน
"แกล่ะเจ้าวิทย์ พักนี้ไม่ค่อยกลับบ้านนะ ไปหาเลี้ยงอีหนูเหมือนพี่แกอีกหรือเปล่า" เมื่อไม่ได้เรื่องจับคู่ คุณประไพรก็หันมาเรื่องอื่นแทน
"มีที่ไหนล่ะครับแม่ ผมเร่งเขียนตำราอยู่ช่วงนี้ เผื่อจะได้เลื่อนเป็นศาสตราจารย์บ้าง"
"อย่าให้ฉันรู้นะ ว่าพวกแกไปแอบเลี้ยงอีหนูไว้ที่ไหน"
"ไม่มีครับ" สองพี่ชายแทบจะเอ่ยพร้อมกัน ยิ่งทำให้คุณประไพรมองลูกชายทั้งสองด้วยสายตาไม่ไว้ใจ
หลังจากมื้ออาหารค่ำเสร็จสิ้น ภายในห้องนั่งเล่นใหญ่ของบ้านคงเหลือเพียงสามพี่น้องกับหนึ่งน้องสะใภ้ ไตรวิทย์เดินเข้ามาทีหลังก็ตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์หยิบไวน์ขวดหรูราคาแพงจากตู้แช่มาเปิด ทำเอาสองพี่น้องมองหน้ากัน เพราะนานๆ จะเห็นไตรวิทย์ อาจารย์ผู้เคร่งขรึมดื่มเหล้าในบ้านสักครั้งและเป็นวันที่ไม่ใช่วันหยุดอีกด้วย เพราะเจ้าตัวเคยบอกไม่อยากให้เมาค้างหรือมีกลิ่นเหล้าติดตัวไปสอนนักศึกษา ส่วนนอกบ้านเป็นที่รู้กันว่าผู้ชายบ้านนี้ดื่มหนักมาก
"พรุ่งนี้ไม่มีสอนหรือไง" ไตรคุณตามมานั่งที่เก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ พลางเอ่ยถามน้องชาย แล้วก็รับแก้วไวน์จากไตรวิทย์มาแกว่ง ในท่าพร้อมดื่ม
"ไม่มี ว่าจะไปหาหมอสักหน่อย"
"เป็นไรพี่ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหม" ไตรฉัตรรีบเอ่ยถาม แล้วก็รับแก้วไวน์มาเผื่อภรรยาตัวเองด้วย
"ไม่ต้องหรอก ไม่ได้เป็นไรมาก ปวดคอนิดหน่อย"
"แต่สีหน้าพี่ดูไม่ค่อยดีเลยนะ" ไตรฉัตรยังอดเป็นห่วงพี่ชายไม่ได้
"ไม่ดีเพราะเรื่องที่แม่พูดนั่นแหละ วันๆ คิดแต่จะหาเมียให้" พูดออกมาแล้ว จากคนที่เป็นห่วงก็กลายเป็นขำ
"แกก็หาแฟนสักคน แม่ก็เลิกยุ่งกับแกเองนั่นแหละ" พี่ชายคนโตเอ่ยแนะนำ พลางยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม
"แต่ผมว่าแม่เขาก็ต้องดูดีแล้วแหละถึงแนะนำให้น่ะ" ไตรฉัตรเอ่ย
"แกมันรอดแล้วนี่ ทำเป็นพูดดี ทีตอนนั้นอย่าให้ฉันเล่าให้เบบี๋ฟังนะ แกว่าอะไรไว้บ้าง"
"นายนี่ว่าอะไรบี๋คะพี่คุณ" เหมือนแพรรีบเอ่ยถาม พลางส่งสายตาเขียวให้สามีตัวเอง
"ไม่เคยว่าไรเลยครับเบบี๋" ไตรฉัตรหันมาทำเสียงอ่อนใส่ภรรยา ที่ยังมองตาขุ่นไม่หาย ไตรวิทย์ได้แต่ยิ้มขำสองผัวเมียคู่นี้เพราะความเป็นเพื่อนกันมาก่อน จึงทำให้ทั้งคู่ค่อนข้างจะไม่มีใครยอมกัน แต่สุดท้ายน้องชายเขาก็ยอมเมียอยู่ดี
โรงพยาบาลเอกชน
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
เสียงพยาบาลสาวเอ่ยเรียกคิวที่หน้าห้องตรวจเสร็จแล้วก็นำแฟ้มประวัติคนไข้ส่งให้คุณหมอภายในห้อง ก่อนจะเดินออกมาที่หน้าห้องต้อนรับคนไข้ที่กำลังเดินมาทางนี้
"เชิญด้านในค่ะ" คนตัวสูงก้มหัวให้นิดหนึ่งเป็นการขอบคุณ แล้วก็เปิดประตูห้องตรวจหมายเลขหนึ่งเข้าไปด้านใน
"คุณไตรวิทย์นะคะ เชิญนั่งค่ะ เป็นอะไรมาคะ"
เสียงหมอสาวเอ่ยถามคนไข้ที่เดินเข้ามา พลางเปิดแฟ้มประวัติ แต่เมื่อเห็นคนไข้ยังไม่นั่งที่เก้าอี้ตรวจ ก็ทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง พลันสายตาที่เห็นผู้ชายตัวสูงตรงหน้า แม้จะมีหน้ากากอนามัยสีดำสวมอยู่แต่เธอก็จำเขาได้แม่นยำ โดยเฉพาะเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนจนถึงข้อศอกกับกางเกงยีนสีเข้ม อีตาบ้าข้างห้อง รอยคิ้วขมวดมุ่นของคนไข้บ่งบอกถึงความไม่พอใจอยู่ในนั้น เธอรีบละสายตาจากดวงตาดุคู่นั้นหันมาสนใจแฟ้มประวัติต่อ เพราะเมื่อสักครู่ยังไม่ทันได้อ่านถึงเหตุที่เขามาหาหมอ
ไตรวิทย์ถอนหายใจเบาๆ พอไม่ให้หมอสาวคนนั้นได้รู้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะเธออย่างจำใจ ยายผู้หญิงห้องข้างๆ นี่เป็นหมออยู่ที่นี่หรอกหรือ ซวยฉิบหาย แต่เมื่อมาถึงตรงนี้ก็กลับไม่ทันแล้ว
เขามองดูหมอสาวใบหน้าที่จัดว่าสวยเลยแหละ แม้จะอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยแต่เขาก็จำเธอได้ ดวงตาเรียวดูไม่ค่อยเป็นมิตรของเธอยิ่งทำให้สะดุดตา หรือเรียกว่าหน้าเธอออกจะหยิ่งๆ สักหน่อยก็ว่าได้ ถ้าไม่ติดว่าสวยคงจะไม่น่ามองสำหรับเขา เธอละสายตาจากแฟ้มมามองหน้าเขา ถ้าไม่คิดไปเองเขาคิดว่าได้เห็นแววตาเยาะเย้ยอยู่ในสายตาคู่นั้น ไตรวิทย์ได้แต่ขบกรามตัวเองเอาไว้แน่น
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ" เธอทวนอาการตามแฟ้มประวัติที่พยาบาลกรองอาการเบื้องต้นก่อนเข้าห้องตรวจ มองใบหน้าหล่อคมคาย สายตาคมดุเริ่มเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดจนเธอรู้สึกได้
"ครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบ พร้อมกับสายตาที่จ้องมองมา ครั้งนี้เธอไม่กลัวสายตานั่น เพราะเธอเหนือกว่า ปรางทิพย์อยากจะหัวเราะดังๆ พระเจ้าได้ยินคำขอของเธอ ขอให้มันอักเสบ หมอสาวได้แต่หัวเราะในใจตัวเอง แต่ด้วยจรรยาบรรณแพทย์เธอต้องเก็บอาการและเริ่มทำการรักษา
"คุณพยาบาลพาคนไข้ไปเปลี่ยนชุดหน่อยค่ะ เสร็จแล้วให้รอที่เตียงได้เลยค่ะ"
เธอหันไปบอกพยาบาลที่ยืนรออยู่หน้าห้อง น้องพยาบาลจบใหม่ก็รีบมาพาคนไข้ไปเปลี่ยนเป็นชุดที่ห้องข้างๆ ให้พร้อมสำหรับการตรวจ เพียงครู่เดียวคนไข้ของเธอก็ขึ้นไปนอนรออยู่ที่เตียงเรียบร้อย พยาบาลสาวน้อยรีบเข็นฉากกั้นมาให้คุณหมอ ฉากกั้นระหว่างกลางลำตัวของคนไข้ ปรางทิพย์ค่อยนึกโล่งใจอย่างน้อยก็ไม่ต้องให้เขามองเห็นเธอได้ถนัดเวลาเธอต้องตรวจจุดสำคัญของเขา ผ้าม่านข้างเตียงถูกรูดมาปิดอย่างเรียบร้อย เพื่อห้องกันไม่ให้คนไข้เขินอาย น้องพยาบาลยืนอยู่ข้างๆ เธอ เพื่อคอยช่วยเหลือในการหยิบจับเครื่องมือที่เธอต้องการ หลังจากกั้นฉากเสร็จเรียบ คุณหมอก็สวมถุงมือยางเตรียมเปิดผ้าห่มที่คลุมไว้จนถึงช่วงเอวเธอรู้ว่าพยาบาลเตรียมให้เขาถอดกางเกงไว้แล้วเพื่อรอการตรวจ มือเรียวจึงเอื้อมไปดึงผ้าห่มสีฟ้าสะอาดออกจากเอวเขาลงมา
"ว้าย !"
เสียงร้องตกใจของเธอ ทำให้คนไข้ขมวดคิ้วมองหมอสาวอย่างไม่สบอารมณ์ พยาบาลก็รีบเดินเข้ามาใกล้เธอ แล้วเอ่ยถามเบาๆ ว่าคุณหมอเป็นอะไร แต่เขาก็ได้ยิน
"มีอะไรน่าตกใจครับหมอ" เสียงดุเอ่ยถาม คุณหมอหน้าแดงแม้จะเห็นแค่ครึ่งหน้า แต่มันก็แดงไปจนถึงใบหู ไตรวิทย์ได้แต่ทำเสียงหึเยาะ
ในลำคอน้อยๆ
"เอ่อ.. ขอโทษค่ะ หมอตกใจ งู"
