บทที่ 4 นินทา

"คือ..คือ หมอกลัวงูมากน่ะค่ะ" เธอรีบละล่ำละลักให้เหตุผล

คุณหมอปรางทิพย์รีบเอ่ยขอโทษคนไข้ ที่เผลอร้องออกมาเสียงหลงแบบนั้น จะไม่ให้เธอตกใจได้อย่างไร ก็ไอ้ลายสักสีดำเข้มรูปงูตัวใหญ่ที่พันอยู่รอบต้นขาเขา แล้วมันก็เลื้อยผ่านจนมาถึงเอวส่วนหัวมันน่าจะหายไปข้างหลัง เธอตกใจจนมือไม้สั่นไปหมด เพราะกลัวงูขึ้นสมองเลยก็ว่าได้ นี่ยังไม่นับรวมถึงแมลงสาบ จิ้งจก และอื่นๆ อีกด้วย

"ขอโทษครับ ที่ทำให้หมอตกใจ งู ของผม" คำว่างูของผม ทำให้คุณหมอได้สติกลับมากับตัวอีกครั้ง แล้วพลันคำนั้นก็ทำให้เธอสังเกตเห็นว่า งู อีกตัวของเขาก็ใหญ่โตไม่แพ้ไอ้ตัวดำที่พันรอบขานั่น ปรางทิพย์หน้าเห่อร้อนขึ้นทันที เธอไม่เคยประหม่าและเสียอาการขนาดนี้มาก่อน และไอ้งูที่เขาแกล้งทำเสียงให้ว่ามันจะหมายถึงอะไรนั่น เธอก็เคยเห็นของคนไข้มานักต่อนัก แต่กับของเขากลับทำเธอแทบไปไม่เป็น ขนาดว่ามันนอนนิ่งอยู่เฉยๆ ยังใหญ่โตขนาดนั้น จนเธอเผลอคิดถึงเสียงร้องอีกทั้งเสียงตำน้ำพริกสูตรเด็ดนั่นขึ้นมาเสียดื้อๆ หมอปรางรีบสะบัดความคิดนั่นออกจากหัว หันมาสนใจ คนไข้ตรงหน้า จนเธอต้องย้ำกับตัวเองอีกครั้งว่า คนไข้

นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางค่อยๆ เอื้อมไปจับตรงส่วนที่คนไข้แจ้งอาการมาเบื้องต้น โคนอวัยวะเพศ แต่มันก็ต้องจับเจ้างูตัวใหญ่นั้นพลิกไปพลิกมาเพื่อที่จะดูตุ่มคล้ายสิวคล้ายหนองที่เขาบอกไว้ ว่ามันขึ้นตรงไหนบ้างแล้วหน้าตาจริงๆ ของเม็ดตุ่มที่เขาว่ามันเป็นอย่างไร ปลายนิ้วเรียวสะกิดตุ่มตรงโคนที่เขาว่าเพียงนิด เธอได้ยินเสียงในลำคอของเขาคล้ายตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัว ทำเอาเธอเกือบตกใจไปด้วย เธอจับเจ้างูตัวใหญ่ของเขาพลิกซ้ายขวาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่ทว่าเธอกลับรู้สึกได้ถึงความตื่นตัวของมัน เธอรีบปล่อยมือแล้วหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมให้คนไข้อย่างเดิม พอพ้นฉากกั้นที่ต้องสบตากับเขา ทำเอาเธอรีบหลบสายตา

"เปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลยค่ะ" เธอรีบบอกคนไข้ใบหน้าหล่อที่ยังทำหน้าสงสัยคล้ายไม่เชื่อใจหมอ แล้วก็เดินกลับมาที่โต๊ะ ทิ้งให้พยาบาลคอยช่วยเหลือคนไข้ต่อ

คนไข้กลับมาในชุดเรียบร้อยอีกครั้งนั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะหมอ เธอละสายตาจากใบหน้าหล่อมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์สลับกับแฟ้มคนไข้

"คนไข้เป็นรูขุมขนอักเสบค่ะ ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงอะไร" หมอมองหน้าคนไข้แล้วก็ต้องรีบอธิบายต่อ

"คือบริเวณโคนอวัยวะเพศ จะเป็นส่วนที่มีรูขุมขนและต่อมไขมันมาก รอยโรคที่เกิดขึ้นเกิดจากรูขุมขนอักเสบค่ะ เดี๋ยวหมอสั่งยาปฏิชีวนะให้ เอ่อ.. แล้วก็ควรงดกิจกรรมทางเพศสักระยะค่ะ ป้องกันการอักเสบ" ในประโยคหลังหมอเอ่ยเสียงเบา อย่างไม่กล้าพูดมากนัก คนไข้ได้แต่ขมวดคิ้ว

"พาคนไข้รับยาได้เลยค่ะ" เธอรีบหันไปบอกพยาบาลสาว แล้วก็หันมายุ่งกับแฟ้มคนไข้ ตัวหนังสือภาษาอังกฤษที่อ่านไม่ออกถูกเขียนลงไปก่อนจะส่งแฟ้มให้พยาบาล

"ขอบคุณครับ"

"เอ่อ..ค่ะ"

เสียงขอบคุณของเขา เธอแทบจะรับคำไม่ทัน เผลอเงยหน้ามองคนไข้ตัวสูงที่ลุกขึ้นยืนแล้วก็ต้องรีบหลบสายตาอีกครั้ง พอคนไข้ออกจากห้องก็ได้แต่นึกโมโหตัวเอง จะอายเขาทำไมเขาเสียอีกที่ต้องอายเธอ นึกแล้วก็เจ็บใจตัวเองที่เผลอเสียอาการต่อหน้านายนั่นเสียได้ ฮึ แต่อย่างน้อยเสียงตำน้ำพริกนั่นหรือเสียงร้องโหยหวนหลังห้องคงจะหายไปอีกเป็นอาทิตย์

กว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาปรางทิพย์ได้หลับอย่างเป็นสุขตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเป็นเพราะเตียงเจ้าปัญหาถูกเปลี่ยนหรือเพราะอาการอักเสบของเขาก็ช่าง แต่ห้องข้างๆ เธอก็เงียบสงบขึ้นทันตา สงบในขั้นที่เรียกว่าแทบจะไม่มีคนอยู่ห้องเลยด้วยซ้ำ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจคอยสังเกตมากนัก ได้แต่รู้ว่าเสียงเงียบไปก็เท่านั้น วันหยุดในวันนี้จึงสดใสสำหรับเธอไม่น้อย

ในตอนสายของวันปรางทิพย์จึงได้เข้าไปที่ร้านกาแฟ จากคอนโดที่เธออยู่ไปถึงโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยนั่นก็ใช้เวลาร่วมครึ่งชั่วโมง

"พี่ปรางสวัสดีค่ะ วันนี้หยุดหรือคะ" ชิดชนกบาริสต้าของร้านเอ่ยทักทายเสียงใส

"จ้ะ วันหยุด เป็นไงกันบ้าง ยุ่งไหม"

"นิดหน่อยค่ะพี่ หนูทำบัญชีไว้ให้เสร็จแล้วนะคะ มีบิลที่ต้องจ่ายเงินด้วยค่ะ หนูวางไว้ให้บนโต๊ะ" ชิดชนกนอกจากจะชงกาแฟแล้ว เธอยังมีอีกหลายหน้าที่ตั้งแต่ผู้จัดการร้าน พนักงานบัญชี ในบางครั้งก็เป็นแม่บ้านเสียเอง แต่เงินเดือนที่จ่ายให้ก็เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับตำแหน่ง แถมยังไว้ใจได้อีกต่างหาก

ปรางทิพย์หายเข้าไปที่ออฟฟิศด้านหลังอยู่พักใหญ่ กลับออกมาก็มาช่วยน้องๆ อีกสองคนชงกาแฟบ้าง เสิร์ฟบ้าง จนเกือบจะบ่ายโมง พีรพร หมออายุรกรรมประจำโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เข้ามาที่ร้าน

"อ้าวแกมาร้านหรือ ไม่รู้ ไม่งั้นจะได้ลงมาตั้งแต่เที่ยง"

"อื้อ ได้วันหยุดน่ะ"

"หน้าตาสดใสขึ้นนะ ได้หลับเต็มตื่นล่ะซิ" พีรพรเอ่ยแซวเพื่อนสาวเพราะรู้เรื่องที่เพื่อนอดหลับอดนอนอยู่พักใหญ่เมื่อเดือนก่อน หมอปรางสั่งกาแฟให้เพื่อนอย่างรู้ใจ แล้วก็รีบลากแขนพีรพรไปที่โต๊ะริมด้านใน เพราะคันปากในเรื่องที่เพื่อนกระตุ้นขึ้นมา จนอยากเล่าเรื่องอีกเรื่องที่ยังไม่ได้เล่าให้ฟัง

"อะไรของแก ทำท่าเข้า มีเรื่องอะไรจะเมาท์อีก" พีรพรเอ่ยถามเมื่อนั่งลงที่โต๊ะ

"แกพูดเรื่องนั้นขึ้นมาก็ดีเลย เรื่องนี้เด็ดเลย อย่างฮา"

"ขนาดนั้นเลยไง" พีรพร ยิ้มขันอาการของเพื่อน ปรางทิพย์กำลังจะเอ่ยปากเล่าแต่พอน้องที่ร้านเอากาแฟมาเสิร์ฟให้ เธอจึงหยุดรอให้น้องเดินกลับไปก่อน

"เรื่องอะไรทำลับลมคมใน"

"ก็ไอ้ข้างห้องฉันน่ะ ที่มันตำน้ำพริกกันอ่ะ"

"เออ ทำไมล่ะ ก็เงียบไปแล้วไม่ใช่หรือ"

"นั่นแหละ เงียบเป็นเป่าสากเลยทีนี้ แกรู้ไหม อีตานั่น มันเป็นรูขุมขนอักเสบที่โคนไอ้นั่นน่ะ"

"แล้วไง แกรู้ได้ไง"

"ก็ตานั่นมันไปโรงพยาบาล แล้วเสือกเจอฉันพอดี"

"แกก็เลยชอบอกชอบใจอยู่นี่งั้นซิ"

"แหม ก็มันอดไม่ได้นี่ ฉันทำอดหลับอดนอนมาเกือบเดือน"

พีรพรกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นคนตัวสูง ที่ยืนอยู่ด้านหลังเพื่อนสาว ใบหน้าบึ้งตึงออกจะมีแววโกรธอยู่มากทีเดียว เธอไม่เข้าใจที่เห็นเขามองมาที่เธอกับหมอปราง แต่พีรพร รู้จักว่าเขาเป็นใคร และเมื่อเขากำลังก้าวขาอีกข้างเพื่อขยับมาทางนี้ เธอเตรียมจะเอ่ยทักทายผู้มากวัยกว่านั้นอยู่แล้วเชียว

"ดูท่าคุณหมอปรางทิพย์จะชอบใจกับอาการป่วยของคนไข้ของคุณนะครับ" เสียงทุ้มเอ่ยจากด้านหลัง ทำเอาปรางทิพย์ตกใจรีบหันหน้าไปมอง เมื่อกี้เธอก็เห็นสีหน้าของพีรพรแปลกๆ แล้วเชียว ว่ากำลังจะหันไปมอง แต่เสียงนั้นก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

เธอตกใจไม่น้อยที่เห็นคนไข้ที่เธอกำลังนินทาอยู่ด้านหลัง จนแทบจะไม่แน่ใจว่าสีหน้าตัวเองตอนนี้มันซีดขนาดไหน เขามายืนอยู่นานเท่าไหร่ แล้วมาได้อย่างไร ได้ยินเรื่องอะไรไปบ้าง คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว แต่ฟังจากคำถามที่เขาเอ่ยถามแสดงว่าเขาคงได้ยินไปไม่น้อยหรืออาจจะได้ยินตั้งแต่ต้น พีรพรก็แทบจะมีสีหน้าและอาการไม่ต่างจากเธอเลยสักนิด และดูเหมือนจะมากกว่าเธอเสียด้วยซ้ำ

"สะ..สวัสดีค่ะ อาจารย์วิทย์" พีรพรรีบยกมือขึ้นสวัสดี เสื้อกาวน์หมอของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่พีรพรยังสวมอยู่มีป้ายชื่อติดอยู่ที่หน้าอก เธอเห็นเขามองมาก็นึกเสียวสันหลังทันที เขาไม่ได้รับไหว้พีรพรอีกต่างหาก ปรางทิพย์ตกใจที่เพื่อนของเธอรู้จักเขา แถมยังเรียกว่าอาจารย์อีกด้วย

"ท่าทางคุณสองคนจะไม่รู้ว่าการนินทาคนอื่น มันผิดกฎหมายเป็นการกระทำความผิดหมิ่นประมาทในมาตราสามสองหก ยังไม่รวมถึงที่คุณหมอเอาความลับของไข้มาเปิดเผย ดูแล้วน่าจะหลายกระทง ผมคงต้องร้องเรียนให้โรงพยาบาลของคุณทราบว่าหมอของเขามีพฤติกรรมอย่างไร พวกคุณรอรับหมายก็แล้วกันนะครับ"

ไตรวิทย์พูดจบก็เดินออกจากร้าน ไม่ลืมที่เขาจะเดินไปรับกาแฟที่เคาน์เตอร์พร้อมชำระเงินก่อนด้วย ปรางทิพย์มองตามคนตัวสูงออกจากร้านไปเรียกว่าช็อกเลยก็ว่าได้ เขาพูดจบเธอสองคนแทบจะลืมว่าปากอยู่ตรงไหน ไม่ทันได้เอ่ยแม้กระทั่งขอโทษเขาเสียด้วยซ้ำ เธอเห็นรถคันหรูของเขาที่จอดเลยร้านไปก็ได้แต่ถอนหายใจทิ้งตัวลงเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ไม่ต่างจากพีรพร

"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"

"อื้อ แกรู้จักหรือ"

"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"

"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"

"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"

"ฉิบหายล่ะ"

พีรพรได้แต่ยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองราวกับคนจะร้องไห้

"แน่ล่ะซิ ฉิบหายแน่เราสองคน"

"แกไม่เท่าไหร่หรอก เขาน่าจะเกลียดฉันมากกว่า" ปรางทิพย์ยังให้กำลังใจเพื่อน แต่หัวใจตัวเองก็เต้นตุบๆ กลัวเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่น้อย แต่ก็ยังพยายามทำใจดีสู้เสือ

"เขาอยู่คณะนิติศาสตร์หรือ"

"อื้อ แกจะทำไม"

"ก็จะไปหาเขาน่ะซิ ลองไปขอโทษ ต่อรองไม่ให้เขาฟ้องดู"

"หวังว่าเขาจะฟังแกนะ

ใบประกอบโรคฉันจะโดนยึดก็คราวนี้ซะมั้ง"

"ใจเย็นๆ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป