บทที่ 7 ข้อตกลง

"คุณช่วยจอดรถที่หน้าร้านกาแฟได้ไหมคะ เดี๋ยวฉันให้น้องที่ร้านเอารถไปส่งให้ที่คอนโด คุณจะได้ไม่ต้องลำบากหาคนมาขับให้" เธอเอ่ยบอกเมื่อรถเคลื่อนออกมายังไม่ทันพ้นรั้วของมหาวิทยาลัย

"อื้ม ได้"

ไม่นานรถคันหรูก็พาเธอมาที่คอนโด เขายังช่วยเธอประคองเข้ามาในอาคาร แม้เธอจะฝืนดึงตัวเองออกห่างจากเขา แต่พอจะเดินเองมันก็ทำท่าจะล้มเสียให้ได้ ไตรวิทย์กระชับแขนเธอจนแน่นเพื่อไม่ให้เธอดึงตัวเองออกห่าง เพราะกลัวจะล้ม

"ฉันเดินเองได้ค่ะ คุณไม่ต้องประคองแล้ว เอ่อ.."

"อะไร" ไตรวิทย์ทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจว่าเธอจะหมายถึงอะไร

"เดี๋ยวแฟนคุณมาเห็นเข้า จะเข้าใจผิด" ในที่สุดเธอก็บอกเหตุผลเมื่อเข้ามายืนอยู่ในลิฟต์โดยสารแล้ว ไตรวิทย์ทำเสียงขึ้นจมูก ยกยิ้มมุมปากขันเธอ อ๋อ ไอ้อาการที่จะพยายามเดินเองนี่ เพราะกลัวแฟนเขาจะมาเห็น

"ไม่มีใครว่าอะไรคุณได้หรอก เดินไปดีๆ เถอะ เดี๋ยวจะล้ม"

เขาเอ่ยบอก จนเมื่อลิฟต์มาถึงชั้นที่เธออยู่ เขาก็ยังช่วยประคองจนถึงหน้าห้อง แต่เพราะคนเจ็บที่เดินลงน้ำหนักจะเข้าห้องเอง สุดท้ายก็ต้องร้องโอ๊ยลั่น ไตรวิทย์ถือวิสาสะประคองเธอเข้ามาโดยที่เจ้าของยังไม่ทันอนุญาต

"ไม่เป็นไรค่ะ"

"อยากคุยกับผมไม่ใช่หรือ" คำถามเตือนสติของเขาทำให้เธอหยุดต่อต้านยอมให้เขาเข้ามาแต่โดยดี

เธอพาเขาไปนั่งที่โซฟารับแขกขนาดไม่ใหญ่นัก กำลังจะกะเผลกขาตัวเองเพื่อไปหยิบน้ำให้เขา แต่เขาจับให้เธอนั่งที่โซฟา แล้วตัวเองก็เดินไปหยิบน้ำที่ตู้เย็นนั้นมากินเอง แล้วก็เผื่อเธอด้วยอีกขวด

"อ่ะ ว่ามา" เขาเปิดโอกาสให้เธอได้พูด ตัวเองกระดกน้ำเข้าปากอึกใหญ่ แล้วก็กดสายตามองไปที่ข้อเท้าของเธอด้วย

"มียาทาไหมน่ะ เหมือนมันจะบวม อยู่ตรงไหน จะไปหยิบให้"

ปรางทิพย์จึงยังไม่ทันได้เอ่ยเรื่องที่จะพูด เขาก็ถามทันทีที่สายตาหันไปเห็นข้อเท้าบวมแดงนั่น เธอจึงชี้มือไปที่ตู้เก็บของข้างทีวี อาจารย์หนุ่มเดินกลับมาพร้อมกล่องยาใบน้อย เธอยกเท้าตัวเองขึ้นมาวางบนโซฟาเพื่อสำรวจอาการบวม แล้วจึงทายา

"ผมว่าไปหาหมอที่โรงพยาบาลเหอะ ดูมันบวมมากแล้วนะ คุณไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เดี๋ยวผมจะพาไปโรงพยาบาล"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อาการเบื้องต้น ทายาพันผ้าไว้ เช้าก็ดีขึ้นแล้ว" ตอบเสร็จเธอมองหน้าอาจารย์หนุ่ม เห็นสายตาดุๆ นั่นแล้วก็ต้องฝืนตัวเองลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำล้างคราบเลือดเพื่อไปโรงพยาบาล เพราะถ้าขืนเธอยังดื้อดึงเธอก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะทำอย่างไร

ปรางทิพย์รีบกระโดดขาเดียวหายเข้าห้องส่วนตัวไปพักใหญ่ ทิ้งให้อาจารย์หนุ่มนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้านนอก

เสียงโทรศัพท์ที่ดังครืดคราดอยู่ในกระเป๋ากางเกงของไตรวิทย์เพราะเจ้าตัวปิดเสียงเอาไว้ เขาหยิบออกมาดูเห็นว่าเป็นคุณนายประไพร ก่อนจะรับสายเขาหันไปมองที่ห้องของเธอก่อนเพื่อความแน่ใจก่อนที่จะกดรับสาย แล้วก็เดินห่างออกไปรับสายตรงโต๊ะกินข้าวมุมห้องครัวเล็กๆ นั่น

"ครับแม่"

(ตาวิทย์ รีบกลับบ้านนะวันนี้ เจ้าไตรกับหนูบี๋จะมากินข้าวที่บ้าน)

"ผมอาจจะนอนที่คอนโดครับวันนี้"

(น้องมาทั้งที จะได้ครบครอบครัว)

"เจ้าไตรมันก็มาอยู่บ่อยๆ บางครั้งผมไม่ได้กลับก็ไม่เห็นแม่ว่าอะไรนี่ มีอะไรหรือเปล่าครับ" ไตรวิทย์เริ่มสงสัยคำพูดเร่งเร้าของมารดา

(หนูมิลินน่ะ แม่ชวนหนูมิลินมาทานข้าวเย็นด้วย แกรีบกลับก็แล้วกัน) เมื่อหว่านล้อมไม่ได้ผล คุณประไพรก็ออกแนวบังคับแทน

"แม่ ผมบอกแล้วไง เรื่องเด็กนั่น อีกอย่างผมก็มีแฟนแล้วด้วย" ไตรวิทย์โพล่งออกไปทั้งอย่างนั้น หวังจะให้มารดาเขาหยุดเรื่องเด็กมิลินนั่นแค่นี้

(แฟนแก ใคร ลูกเต้าเหล่าใคร ทำงานทำการอะไร) ดูเหมือนคุณนายประไพรจะยังไม่ยอมแพ้

"แม่ไม่รู้จักหรอกครับ เธอเป็นคนต่างจังหวัด"

(ทำงานทำการอะไร) ไตรวิทย์ยังพูดไม่จบ คุณประไพรก็เร่งคำถามต่อไป

"เป็นหมอครับ" ไตรวิทย์สูดลมเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะพ่นมันออกมาแรงๆ พูดไปทั้งไม่ทันคิด

(ดีเลย งั้นวันนี้แกพามากินข้าวที่บ้านนะ แม่อยากรู้จัก) ไตรวิทย์ได้แต่ถอนหายใจอีกเฮือกเพราะเหมือนคุณนายท่านจะยังไม่เชื่อ

(แล้วตอนนี้แกอยู่ไหน)

"อยู่ที่คอนโดนี่แหละครับ"

(แกเปิดวิดีโอคอลซิ)

ไตรวิทย์ได้แต่ยกมือกุมหน้าผากตัวเอง เสียงปลายสายยังเร่งให้เปิดให้ได้ เขามองซ้ายมองขวาเห็นตรงไหนก็ไม่เหมาะที่จะเปิดการโทรแบบเห็นหน้า จึงได้เปิดประตูระเบียงออกไปด้านนอก สวนหย่อมน้อยๆ สะดุดตา อีกทั้งเก้าอี้นั่งเล่นเขานั่งไปที่เก้าอี้หันหลังให้ผนังสูงเลยเอวนั่น แต่เวลานั่งก็เห็นแต่ผนังเพียงครึ่ง แม่คงไม่รู้ว่าไม่ใช่ห้องเขานะ

(แล้วแกอยู่ตรงไหนเนี่ย) คุณนายประไพรทำหน้ายุ่ง เมื่อเห็นมุมที่ไม่คุ้นตา

"ระเบียง ออกมาสูบบุหรี่"

(แฟนแกชื่ออะไร)

"ชะ..ชื่อ..ปรางครับ" คิดอะไรไม่ออก ก็ตอบส่งๆ ตามที่คิดได้ตอนนี้ไปก่อน

(แกมีแฟนจริงหรือเนี่ย อยู่ด้วยกันแล้วด้วย งั้นก็ดีเลยพาแฟนแกมาด้วยวันนี้) เสียงเข้มยื่นคำขาด

"ยังไม่ได้อยู่ด้วยกันครับแม่"

(ไม่อยู่อะไร แล้วชุดชั้นในผู้หญิงที่ตากอยู่ข้างๆ แกนั่นล่ะ อะไร)

ไตรวิทย์ตกใจหันไปมองราวผ้าเตี้ยที่เขาไม่ทันได้สังเกต นึกอยากเขกกะโหลกตัวเองสักหลายๆ ที

(แกต้องมาวันนี้ แล้วพาแฟนแกมาด้วย ไม่งั้นฉันจะไปขอหนูมิลินให้แกพรุ่งนี้ทันที) คุณประไพรรีบวางสายไม่สนใจว่าลูกชายจะตอบกลับอย่างไร

ไตรวิทย์วางแล้วไปแล้วก็ได้แต่ก้มหน้ากุมขมับตัวเอง ยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง แล้วก็กลับเข้าไปด้านในห้อง เขานั่งอยู่อีกครู่ใหญ่ คุณหมอคนสวยก็กะเผลกขาออกมาจากห้องนอนส่วนตัว เขาไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมเหมือนเธอจะหน้าขึ้นสีหน่อยๆ หรือว่าจะตากแดดตอนปฐมพยาบาลนั่น

"ผมมีข้อเสนอ" ยังไม่ทันที่ปรางทิพย์จะกะเผลกขามาถึงโซฟา อาจารย์ก็รีบเอ่ยข้อเสนอทันที

"คะ" เธอทิ้งตัวลงนั่งโซฟา แล้วก็ถามด้วยความแปลกใจ

"ผมจะให้คุณไกล่เกลี่ยได้ แต่มีข้อแม้"

"ให้ฉันไปหลอกแม่คุณว่าเป็นแฟนหรือคะ" คำตอบของเธอ ทำเอาไตรวิทย์ขมวดคิ้วมอง

"เอ่อ.. ขอโทษค่ะ ดะ..ได้ยินคุณคุยกับแม่คุณที่ระเบียง เสียงมันเข้าไปในห้องน้ำ" คุณหมอเอ่ยเสียงอ่อย เขาจึงได้แต่ก้มหน้าใช้มือนวดขมับอีกครั้ง

"ตกลงไหมล่ะ ผมจะให้ไกล่เกลี่ย ยังไม่ถอนฟ้อง คุณต้องทำให้แม่ผมเชื่อว่าคุณเป็นแฟนจริงๆ ถ้าท่านเชื่อผมจะถอนฟ้องให้"

"แล้วแฟนคุณล่ะคะ"

"ไม่ใช่แฟน" เขาตอบเสียงห้วน

"ไม่ใช่แฟน" คุณหมอทำหน้าสงสัยทวนคำตอบของเขาเฉย แล้วก็เหมือนเขากำลังหาคำจำกัดความให้สาวสวยคนนั้นอยู่

"คุณเลี้ยงเด็กไว้หรือ" ไตรวิทย์ต้องขมวดคิ้วอีกรอบ สายตาดุจ้องคุณหมออย่างเอาเรื่อง

"ประมาณนั้น"

"แล้วเธอจะไม่มาแหกหน้าฉันหรือคะ" ข้อเสนอของเขาก็น่าสนใจ แต่เธอต้องเซฟตัวเองด้วยเช่นกัน

"เลิกไปแล้ว ตกลงจะไกล่เกลี่ยไหม"

"จะไม่มีคนมาดักตบฉันจริงนะคะ"

"อืม" เขารับปากสั้น

"ถ้างั้นก็ตกลงค่ะ" เสียงตื่นต้นของเธอทำเอาอาจารย์หนุ่มขมวดคิ้วอีกรอบ นึกว่าจะไม่ตกลงเสียอีก

"แต่คุณถอนฟ้องให้เพื่อนฉันก่อนได้ไหมคะ เพราะฉันเป็นคนพูดเรื่องนั้นเอง เธอแค่รับฟังฉันบ่นเท่านั้น จริงๆ ที่ฉันไปเล่าเพราะเรื่องห้องคุณเสียงดัง แล้วฉันเพิ่งออกเวรมา มันนอนไม่ได้จริงๆ ก็เลยโมโหไปหน่อย" เธอสารภาพกับเขาตามตรง

"ดูผลวันนี้ แล้วจะถอนให้ แต่คุณต้องทำให้แนบเนียน"

"ได้ค่ะ" เสียงใสรีบเอ่ยรับคำ

"ห้องน้ำห้องคุณมันไม่เก็บเสียงเลยหรือไง" คำถามของเขาทำเอาเธอแทบจะทำสีหน้าไม่ถูก แต่ก็ควรบอกเขาหรือเปล่า เผื่อเขาพาอีหนูคนใหม่เข้ามา

"หะ..ห้องคุณมันก็ไม่เก็บเสียงค่ะ"

ไตรวิทย์เหลือบมองคุณหมอตาขวาง แล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าเก็บเสียงห้องเขา มันหมายถึงเสียงอะไร เขาถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ไม่ต่อความเรื่องนั้นกับเธออีก

โรงพยาบาล

ปรางทิพย์เลือกไปที่โรงพยาบาลตัวเองอยู่ เพราะมันจะเป็นทางผ่านที่จะกลับไปบ้านเขา

ผลเอกซเรย์ออกมาปกติ กระดูกไม่ได้ร้าว แต่เส้นเอ็นข้อเท้าฉีกขาดเพียงเล็กน้อยในระดับที่ไม่รุนแรง ทำให้เธอต้องใส่เฝือกรองเท้าช่วยเดิน พยาบาลสาวๆ ที่เข้ามาช่วยดูแลเธอต่างก็แอบมองผู้ชายตัวสูงที่พาเธอมาโรงพยาบาล ทั้งยังส่งสายตาเป็นเชิงถามกับคุณหมอคนสวยด้วย

"แฟนหมอปรางหรือคะ หล่ออย่างกับดาราจีนแน่ะ ตัวก็สูง"

"พูดมาก" เธอเอ่ยต่อว่าพยาบาลสาวอย่างไม่จริงจัง ไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ตอบคำถาม

"ถึงว่าซิ ไม่รับขนมจีบจากหมอพุฒสักที" เสียงพยาบาลสาวกระซิบกระซาบแต่สายตาของอาจารย์หนุ่มที่มองมา คาดว่าเขาน่าจะได้ยิน ปรางทิพย์จึงได้ปรามพยาบาลอีกครั้ง พอดีกับที่คุณหมอมาใส่เฝือกให้เธอพอดี

หลังจากออกจากโรงพยาบาล ไตรวิทย์จะเปลี่ยนใจไม่กลับบ้าน เพราะกลัวขาเธอจะอักเสบ แต่คุณหมอก็ยืนยันหนักแน่น ว่าไม่เป็นอะไรมากจริงๆ ไปไหว เพราะกลัวอาจารย์ท่านจะเปลี่ยนใจไม่ถอนฟ้องให้

"ผมลืมถามคุณเลย แล้วคุณมีแฟนหรือยัง ไม่ใช่อยู่ดีๆ มีคนมาดักยิงผมซะล่ะ"

"ไม่มีๆ โสดสนิทค่ะ อาจารย์สบายใจได้"

กว่าจะเสร็จเรื่องที่โรงพยาบาลและฝ่ารถติดนิดหน่อยจนมาถึงบ้านบริรักษ์ไพศาล เธอเหลือบเห็นป้ายหน้าบ้านหลังใหญ่นั่น ก็ต้องนึกใจฝ่อขึ้นมาเสียดื้อๆ เห็นขับรถหรูก็ไม่คิดอะไร แต่พอเห็นบ้านหลังใหญ่ในเมืองกรุงแบบนี้แล้ว เขาคงจะรวยมากทีเดียว พอคิดถึงคนรวยก็ทำเธอประหม่าขึ้นมา

"แม่

ผมใจดี คุณแค่เป็นแฟนที่ดีก็พอ" เหมือนเขาจะรู้ว่าเธอประหม่า

"ได้ค่ะ ที่รักขา"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป