บทที่ 8 แฟน
คุณหมอปรางยิ้มหวานมากเป็นพิเศษเอ่ยคำหวานที่คิดว่ามันดีแล้วเชียวนะ
"ไม่ต้องเยอะ" เสียงห้วนเอ่ยบอกพร้อมเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่โรงจอดรถ เธอหุบยิ้มทันทีแล้วก็ได้แต่แอบเบะปากใส่เขา
"ฉันฝากถุงยาวางไว้ในรถนะคะ" คุณหมอเอ่ยบอกก่อนที่จะเปิดประตูค่อยๆ วางเท้าลงที่พื้น กำลังจะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แต่เรียวแขนก็ถูกไตรวิทย์รั้งไว้ช่วยประคองให้เธอยืนขึ้น ปรางทิพย์เดินได้เพียงสองสามก้าวอย่างช้าๆ คล้ายจะไม่ทันใจคนตัวสูงเขารวบเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว หมอปรางตกใจรีบคล้องแขนคว้าคอเขาไว้ทันที
"เดี๋ยวฉันเดินเองก็ได้ค่ะ"
"อยู่เฉยๆ เถอะ รอคุณเดินกว่าจะถึง"
ไตรวิทย์ไม่สนใจเสียงประท้วงของเธออีกสองสามคำ เขาอุ้มคนตัวเล็กเดินจากโรงรถเข้าไปที่บ้าน คุณหมอคนสวยเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าอาจารย์หนุ่มนั้นรูปร่างของเขาออกจะหนาไม่ใช่เล่น เห็นสูงโปร่งไม่คิดว่ามัดกล้ามที่โอบรอบหลังเธอจะแน่นขนาดนั้น อีกทั้งแผงอกที่อยู่ชิดลำตัวอีก
"ตายแล้ว เป็นอะไรน่ะลูก" เสียงหญิงผู้มากวัยแต่ยังคงดูดี เปิดประตูหน้าบ้านออกมาเห็นภาพของไตรวิทย์ที่กำลังอุ้มผู้หญิงเข้าบ้าน ก็ตกใจ แต่ที่ตกใจดูจะเป็นเฝือกที่เท้าเธอเสียมากกว่า
"หนูปรางหรือลูก แล้วนี่ไปโดนอะไรมา"
"สวัสดีค่ะ" ปรางทิพย์รีบยกมือขึ้นไหว้ เมื่ออาจารย์หนุ่มวางเธอลงให้ยืนเอง
"แม่ผมเอง นี่ปรางทิพย์ครับ เรียกปรางเฉยๆ ก็ได้" เขาเอ่ยแนะนำเพราะรู้ประวัติเธออย่างดี ก่อนที่จะฟ้อง
"แล้วไปโดนอะไรมาลูก"
"วิ่งไปช่วยคนเจ็บรถชน รองเท้าพลิก ก็เลยต้องใส่เฝือกอย่างที่เห็นนี่แหละครับ"
"โอ๊ย ตายแล้ว แล้วเจ็บไหมลูก ตาวิทย์ไม่บอกแม่ว่าน้องเจ็บ จะได้ไม่ต้องลำบากมากัน"
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณ..แม่" ปรางทิพย์แทบไม่กล้าเอ่ยเรียกแม่ของอีกฝ่ายว่าแม่ ทีแรกจะเรียกคุณป้า แต่เห็นท่านแทนตัวเองว่าแม่ เธอจึงเรียกตามไป แล้วก็ต้องแอบเหลือบตาไปมองแฟนกำมะลอของเธอด้วย ว่าเขาโอเคหรือเปล่า เธอเห็นใบหน้าเรียบเฉยนั้นไม่ได้ส่งสายตาดุมาให้ จึงได้เบาใจ
"ไม่เจ็บเท่าไหร่ค่ะ"
"ไม่เจ็บอะไรล่ะ เดินแต่ละทีเห็นแต่ร้องโอยๆ" เขาเอ่ยว่าเธอต่อหน้าแม่ ทำให้ปรางทิพย์หันไปส่งตาเขียวให้เขาแทน
"ไปๆ รีบพาน้องเข้าบ้าน" คุณประไพรเอ่ยบอกแล้วก็รีบเดินนำไปเปิดประตูบานใหญ่ให้ ไตรวิทย์จึงได้ช้อนปรางทิพย์ขึ้นอุ้มอีกครั้ง แล้วก็พาเธอเข้าไปที่ห้องรับแขก ซึ่งดูเหมือนในห้องจะอยู่กันพร้อมหน้าแล้วทีเดียว จนเธอเผลอหน้าขึ้นสีระเรื่อ มาบ้านเขาครั้งแรกก็ต้องให้เขาอุ้มเข้าบ้านเสียได้
คุณไตรภพเหล่มองลูกชายคนรอง ยังไม่ทันได้ถามอะไร คุณนายประไพรก็เข้าไปกระซิบกระซาบคงจะบอกเรื่องเธอ
ไตรวิทย์เอ่ยแนะนำสมาชิกของบ้านให้ เธอก็แทบจะไหว้เรียงหน้ากระดาน มีที่ต้องรับไหว้ก็แค่เด็กสาววัยรุ่นหน้าตาจิ้มลิ้มคนนั้นที่นั่งอยู่ เขาไม่ได้แนะนำ คุณประไพรจึงเป็นคนแนะนำให้เอง อ๋อ เด็กมิลิน ที่เธอได้ยินแว่วๆ ในโทรศัพท์ที่เขาคุย
ปรางทิพย์แทบจะนั่งตัวลีบอยู่ท่ามกลางสมาชิกครอบครัวใหญ่ แต่มันก็ดูอบอุ่นดีไม่น้อย
"หนูปรางอยู่ที่โรงพยาบาลไหนล่ะลูก" คุณนายประไพรเริ่มบทสัมภาษณ์ คำตอบที่ได้ทำให้ผู้มากวัยพยักหน้า
"เจ้าวิทย์มันเอาหนูไปแอบไว้อยู่ที่คอนโดหรือไง ตอนมันบอกมีแฟนแล้วแม่ยังไม่เชื่อเลย ถามเจ้าสองคนนั่นก็ไม่ได้เรื่องอะไร"
"ก็ผมไม่รู้จริงๆ นี่ครับ" เสียงไตรฉัตรเอ่ยบอก ส่วนพี่ชายคนโตได้แต่ยักไหล่
"เห็นเจ้าวิทย์มันบอกบ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด" คุณนายประไพรยังถามไม่ยอมหยุด
"ครับ อยู่นครนายก ที่บ้านทำโฮมสเตย์เล็กๆ มีน้องชายหนึ่งคนกำลังเรียนอยู่ พ่อแม่เกษียณแล้ว ส่วนเธอเป็นหมออายุรกรรม" ไตรวิทย์เอ่ยร่ายประวัติ คุณนายประไพรได้แต่มองค้อนให้ลูกชายคนรอง ส่วนคุณหมอได้แต่ยิ้มน้อยๆ นี่เขารู้ประวัติเธอขนาดนี้เลยหรือไง แน่ล่ะซิสืบประวัติจะฟ้องนี่
"คุณนายประไพรยังสงสัยตรงไหนอีกไหมครับ" ไตรฉัตรหัวเราะเสียงดังเอ่ยเย้ามารดาตัวเอง จึงได้ค้อนแถมมาพร้อมกับลูกชายคนรอง คุณไตรภพจึงได้เอ่ยชวนทุกคนไปทานข้าวที่ห้องอาหาร
มื้ออาหารผ่านไปด้วยดี โดยที่เธอแทบจะไม่ต้องทำหน้าที่แฟนที่ดีสักเท่าไหร่ กลายเป็นไตรวิทย์ต่างหากที่ต้องเทกแคร์เธอแทน ทั้งต้องคอยบริการตักอาหารให้ บางครั้งก็ต้องคอยตอบคำถามแทนเธออีกด้วย
"เด็กๆ จะไปนั่งดื่มกันต่อหรือเปล่า พ่อกับแม่จะขึ้นข้างบนแล้วนะ" คุณนายประไพรที่ทานผลไม้เสร็จเอ่ยถามบรรดาลูกชาย
"ตาวิทย์กับหนูปรางไม่ต้องกลับหรอกวันนี้ พรุ่งนี้หยุดไม่ใช่หรือ ค้างที่นี่แหละ" เธอทำหน้าเลิ่กลั่กหันไปมองอาจารย์หนุ่ม
"กระเตงหนูปรางไปมา เดี๋ยวขาอักเสบพอดี อยู่นี่จะได้พักผ่อน ไม่ต้องลำบากไปหาซื้อกับข้าวให้ยุ่งยากด้วย" เขาหันมามองหน้าเธอ ก่อนจะตอบรับมารดา
"ตาคุณไปส่งหนูมิลินด้วยนะ" คำสั่งที่ไม่ต้องการคำตอบรับ พูดจบท่านก็เดินออกจากห้องอาหารพร้อมคุณไตรภพ ไตรคุณได้แต่ทำหน้ายุ่ง เธอแอบเห็นไตรวิทย์หันไปยักคิ้วให้พี่ชาย
"จะดื่มก่อนไหม" อาจารย์หนุ่มเอ่ยถามพี่ชายที่เดินออกจากห้องอาหาร ส่วนตัวเขาเองยังต้องช่วยประคองแฟนสาวค่อยๆ เดินตามไป
"ไม่ล่ะ ขับรถ เดี๋ยวไปส่งยายนี่ก่อน"
"พี่คุณไม่ดื่มไวน์ก่อนหรือคะ มิลินอยากชิมสักหน่อย เห็นคุณลุงบอกว่าขวดนี้อร่อย แพงด้วย" จากที่จะเดินออกประตู ไตรคุณจำต้องเดินเลี้ยวเข้าไปที่ห้องรับแขกใหญ่อีกครั้ง เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ รับแก้วไวน์มาจากไตรฉัตรแล้วก็กระแทกแก้วอย่างไม่แรงนักให้คนที่อยากชิมไวน์ มิลินยิ้มรับไม่สนใจแรงกระแทกยิ่งทำให้ไตรคุณทำหน้าหงุดหงิดขึ้นไปอีก
"น้องปรางเอาไวน์ไหม"
"ไม่เอา เดี๋ยวต้องกินยา" กลายเป็นไตรวิทย์ที่เอ่ยตอบแทน แล้วก็ประคองให้คุณหมอนั่งที่เก้าอี้ทรงสูง แต่เหมือนเธอจะขึ้นนั่งไม่ถนัดเขาจึงจับเอวเธอแล้วก็ยกลอยให้นั่งที่เก้าอี้แทน คุณหมอต้องกินยาเลยได้น้ำผลไม้มาแทน
สายตาของภรรยาไตรฉัตรและน้องมิลินมองยิ้มๆ มาที่เธออย่างไม่ปิดบัง จากที่ไม่ได้คิดอะไรก็ทำเอาเธออายขึ้นเสียดื้อๆ
"ไม่ยักรู้พี่ชายเราจะคลั่งรักขนาดนี้" ไตรฉัตรเอ่ยเย้าพี่ชาย
"ไม่เหมือนแกหรอก อย่าๆ" อาจารย์หนุ่มรีบขู่น้องชาย แต่คนโดนขู่กับหัวเราะหันไปทำหน้าพยักพเยิดให้ภรรยา
"คุณหมอผ่าหมาได้ไหมครับ" ปรางทิพย์ทำสีหน้างงๆ ไม่เข้าใจที่น้องชายอาจารย์หนุ่มเอ่ยถาม
"ผ่าหมาออกจากปากพี่ผมอ่ะ" พูดจบเหมือนแพรก็ฟาดฝ่ามือใส่สามีตัวเองแทน เพราะพี่วิทย์มองตาเขียวแล้ว
"ไม่ยักรู้นะคะ มีหมาด้วย" ปรางทิพย์ใช้นิ้วชี้เรียวเขี่ยปากอาจารย์หนุ่ม ตอนที่เอ่ย สายตาหวานมีแววยิ้มอย่างพยายามกลั้นหัวเราะ
"อยากถูกฟ้องหมิ่นประมาทไหม" เขาเอ่ยถามสีหน้าเรียบ เธอรีบเก็บมือที่เขี่ยปากเขาแล้วก็เม้มปากตัวเองไว้แน่น
"จับไปผ่าให้หมดเลยหนูปราง ทั้งสามคนนั่นแหละ" อยู่ๆ เธอก็ได้เสียงสนับสนุนมาจากด้านหลัง คุณแม่เดินมาถึงก็ขอน้ำผลไม้จากบาร์เทนเดอร์จำเป็นอย่างไตรฉัตร เพราะคุณพ่ออยากทาน จึงทันได้ยินเสียงลูกๆ เธอเอ่ยเย้ากัน
"แม่จะบอกว่าห้องแขกน่ะ มันยังซ่อมห้องน้ำไม่เสร็จ ถ้ายังไงหนูไปนอนห้องเจ้าวิทย์ก่อนนะลูก ห้องนั้นมีห้องนอนเล็กอีกห้อง แต่ต้องใช้ห้องน้ำกับเจ้าวิทย์มันน่ะ" คุณประไพรรีบเอ่ยบอกต่อเรื่องห้องนอนเล็ก เพราะเห็นสีหน้าของคุณหมอดูตื่นๆ
"ห้องไหนก็เหมือนกันนั่นแหละแม่ เดี๋ยวดึกๆ พี่วิทย์ก็ย้ายไปนอนกับคุณหมอเองนั่นแหละ"
"ใครจะเหมือนแกเจ้าไตร ฉันอุตส่าห์จับแยกห้องที่กระบี่ สรุปห้องตัวเองแทบจะไม่เคยอยู่"
ปรางทิพย์แทบจะไม่กล้าเอ่ยปฏิเสธ เพราะคุณแม่เข้าใจว่าเธอกับไตรวิทย์อยู่ด้วยกันแล้วด้วยซ้ำ เธอแอบมองหน้าอาจารย์เห็นเขาไม่ตอบอะไร เธอจึงได้แต่นิ่งเงียบยิ้มรับคุณแม่เท่านั้น
พี่ชายเขาดื่มแค่แก้วเดียว ก็เอ่ยชวนสาวน้อยมิลินกลับบ้าน แต่ลักษณะคำชวนเหมือนจะเอ่ยไล่เสียมากกว่า แต่สาวน้อยก็ได้แต่ยิ้มร่า เอ่ยร่ำลาทุกคนเสร็จก็แกล้งคว้าแขนไตรคุณเอาไว้
"ขอมิลินเกาะหน่อยนะคะ มึนหัวกลัวจะล้มน่ะค่ะ" มิลินเกาะแขนชายหนุ่มเดินออกจากห้องยังไม่ลืมที่จะหันมาโบกไม้โบกมือลาอีกรอบ ทุกคนได้แต่ยิ้มเพราะรู้ว่าเธอแกล้งไตรคุณ
ส่วนไตรวิทย์ที่เดินตามพี่ชายออกมาด้วย เพราะต้องไปหยิบถุงยาที่รถ เมื่อกลับมาถึงไตรฉัตรกับเหมือนแพรก็เตรียมตัวที่จะกลับคอนโดกันแล้ว เขาจึงช่วยเธ
อประคองให้เดินขึ้นชั้นสอง ตรงไปทางห้องนอนใหญ่ของเขา
