บทที่ 9 ตรวจโรค
คนตัวเล็กที่เดินขึ้นบันไดไม่ทันใจ ทำให้ไตรวิทย์รวบเธอขึ้นอุ้มอีกครั้ง ตรงไปที่ห้องใหญ่ปีกซ้ายของตึก แค่เพียงประตูห้องที่เปิดออก เธอก็นึกว่าอยู่โรงแรมหรูห้าดาวเสียอีก การตกแต่งแทบจะไม่ต่างจากโรงแรมสักนิด
"คุณนอนห้องผมก็ได้ ห้องนอนเล็กมันนอนไม่ได้หรอก กลายเป็นห้องเก็บของไปแล้ว"
เขาเอ่ยสารภาพเมื่อพาเธอขึ้นมาถึงห้อง แล้ววางเธอที่โซฟาเบดตัวใหญ่ที่ห้องนั่งเล่นด้านนอก เขาส่งถุงยาให้เธอแล้วก็เดินไปหยิบขวดน้ำดื่มมาให้
"แม่คุณดูเหมือนไม่เชื่อหรือเปล่าคะ"
"ไม่แน่ใจเหมือนกัน" ไตรวิทย์ตอบตามความจริง
"ไม่งั้นท่านจะให้ฉันค้างที่นี่ทำไม คงจะดูว่าคุณหลอกท่านหรือเปล่า" คุณหมอวิเคราะห์ให้ฟังราวกับวิเคราะห์โรค
"ก็รอดู" เขาเอ่ยตอบแล้วทิ้งตัวนั่งที่โซฟาเดี่ยว
"คุณโอเคไหม ถอนฟ้องเพื่อนฉันได้หรือยัง"
"ยัง คุณแทบไม่ได้ทำอะไรเลย มีแต่ผมทำอยู่คนเดียว"
"ก็ฉันเพิ่งรู้จักทุกคนเองนี่คะ พอฉันแสดงแกล้งจับปากคุณ คุณก็ตาเขียวใส่แล้ว"
"ก็คุณว่าผมมีหมาที่ปาก"
ปรางทิพย์กลอกตาใส่อาจารย์ ก่อนจะหยิบยาเข้าปากแล้วก็กระดกน้ำตาม ด้วยเพราะความเป็นหมอ แล้วกำลังกินยาจึงได้นึกถึงยาของคนไข้ขึ้นมาได้ ยาที่เธอเคยเขียนใบสั่งให้เขาที่โรงพยาบาล จึงได้เผลอเอ่ยปากถามเขาขึ้นมา
"แล้วยาคุณหมดหรือยัง รูขุมขนอักเสบนั่นหายหรือยังคะ" เมื่อพูดไปแล้วก็นึกอยากกัดลิ้นตัวเอง สายตาที่เขาจ้องเธอทำเอาเธอแทบจะหายใจขัด
"ดูให้หน่อยซิ ว่าแบบนี้หายหรือยัง" สายตาคมที่จ้องมา ไม่มีวี่แววกระดากอายจากเขาสักนิด ยิ่งทำเธอเขินอายขึ้นมาแทน
"วะ..ไว้คุณไปตรวจที่โรงพยาบาลนะ ฉะ..ฉันง่วงนอนแล้ว" ปรางทิพย์แทบจะตอบเขาไม่เป็นคำ แกล้งหันหน้ามองหาห้องนอน หนีสายตาคมที่ยังจ้องเธออยู่
"นึกว่าอยากตรวจตอนนี้" เธอแกล้งไม่ได้ยินที่เขาพูด
ห้องนอนใหญ่ของเขาลักษณะก็เหมือนโรงแรมอีกเช่นกัน เธอเห็นเขาหยิบหมอนกับผ้าห่มไปวางไว้ที่โซฟาเบดด้านนอก ที่มันใหญ่มาก แม้เขาจะตัวสูงแต่ก็ดูแล้วว่านอนได้อย่างสบาย เธอจึงไม่แสดงความเป็นนางเอกชวนเขานอนที่ห้องนอนตัวเอง เพราะกลัวเขาจะให้ตรวจโรค อาจารย์หนุ่มก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรให้เธอกระดากใจอีก เขาเพียงหายเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ สักพักกลับออกมาพร้อมชุดนอนขายาว ผมที่สระเสร็จไร้การเซตให้เป็นทรง ทำให้เขาดูแปลกตาขึ้นไม่น้อย
"ไม่อาบน้ำแล้วใช่ไหม" เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นเธอซุกตัวเข้าผ้าห่มบนเตียงใหญ่ไปแล้ว
"ก็อาบมาแล้วนี่คะ"
เจ้าของห้องหายออกไปจากห้องพร้อมทั้งยังปิดไฟดวงใหญ่ให้ด้วย คงเหลือแค่ไฟหัวเตียง จะเพราะฤทธิ์ยาหรือเพราะห้องแสนสบายของเขาทำเอาปรางทิพย์หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ตัว เธอตื่นมาตอนเกือบจะเก้าโมงเช้า คงเพราะเหนื่อยที่เมื่อวานซืนขับรถกลับบ้านจนดึก อีกทั้งเมื่อวานก็วิ่งวุ่นทั้งวัน เธอกะเผลกขาตัวเองเดินออกมาจากห้องนอนก็ไม่เห็นเขาอยู่ในห้องแล้ว เธอจึงคิดจะกลับเข้าไปที่ห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแปรงฟัน แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเสื้อผ้าชุดใหม่วางไว้บนเคาน์เตอร์หินอ่อนหน้ากระจก ซึ่งมันมีทั้งชุดชั้นในด้วย และยังแปรงสีฟันด้ามใหม่ที่ยังไม่แกะใช้อีก เธอเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตเล็กๆ บนเสื้อผ้านั่น
"แม่ให้มา ของใหม่"
ปรางทิพย์จัดการตัวเองจนเรียบร้อย และดูจะใช้เวลานานพอสมควรเพราะมัววุ่นวายกับเฝือกรองเท้านั่น เธอออกมาจากห้องค่อยๆ เดินลงมาชั้นล่าง แม่บ้านเห็นเธอจึงรีบวิ่งมาช่วยประคอง
"คุณวิทย์เธอว่ายน้ำอยู่ที่สระน่ะค่ะ คุณปรางรับอาหารเช้าที่นั่นเลยไหมคะ" แม่บ้านสูงวัยเอ่ยถาม เธอจึงได้แต่รับคำ แล้วคุณป้าก็ยังพาเธอเดินไปที่สระว่ายน้ำในร่มข้างบ้านด้วย และก็อีกเช่นเคย ทุกอย่างของบ้านนี้ราวกับหลุดมาจากโรงแรมหรู
"ทุกคนไปไหนกันหมดหรือคะ" เธอเอ่ยถามป้าแม่บ้านเพราะเห็นบ้านออกจะเงียบ
"อ๋อ คุณท่านไปตีกอล์ฟค่ะ คุณนายอยู่ด้านบน เดี๋ยวสายๆ คงออกไปที่โรงแรมค่ะ"
แม้เธอจะสงสัยไปทำไมที่โรงแรมแต่ก็ไม่ได้ถาม จนเธอค่อยๆ เดินมาถึงที่สระว่ายน้ำ บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายในช่วยสายทำให้ดูสดชื่นไม่น้อยเลย เธอเห็นอาจารย์หนุ่มในชุดกางเกงว่ายน้ำตัวเดียวว่ายไปกลับอยู่สองรอบ จนเขาเห็นเธอเดินมาจึงได้ขึ้นจากสระมารับช่วยประคองไปที่โต๊ะข้างสระว่ายน้ำนั่น คุณป้าหายไปครู่เดียวก็กลับมาพร้อมอาหารเช้าชุดใหญ่สองชุดมีทั้งอาหารไทยและก็อาหารสไตล์อเมริกัน
"บ้านคุณนี่เหมือนโรงแรมเลย" ในที่สุดเธอก็เอ่ยความสงสัย
"อ้าว ไม่รู้หรือ บ้านผมทำธุรกิจโรงแรม B.Rak" พอเขาเอ่ยชื่อโรงแรม ปรางทิพย์จึงได้ร้องอ๋อทันที
ปรางทิพย์กำลังจะจัดการกับอาหารเช้าตรงหน้า ไตรวิทย์ที่ขึ้นมาจากสระอีกครั้งก็ตรงมานั่งอยู่ข้างๆ เธอพยายามไม่หันสายตาไปทางชายหนุ่มที่อุดมไปด้วยมัดกล้าม เธอแอบเห็นหน้าท้องเป็นลอนของเขาแล้วก็ต้องรีบดึงสายตากลับมากลัวจะเผลอมองต่ำไปกว่านั้น ไอ้งูตัวใหญ่ที่พันรอบขารอบเอวเขา วันนี้เธอจึงได้เห็นหน้ามันชัดๆ ที่ข้างหลังข้างเอวเขา ดูมันสีเข้มจนแทบเหมือนของจริง จนเธอนึกขนลุก อยู่ๆ เขาก็ตัดไส้กรอกเป็นชิ้นเล็กใช้ส้อมจิ้มแล้วทำท่าจะป้อนเธอ ปรางทิพย์ขมวดคิ้วมองยังไม่ยอมอ้าปากรับ
"แม่ผมมองอยู่ข้างบน" เขากระซิบเบาๆ เธอจึงต้องอ้าปากรับไส้กรอกชิ้นนั้น แล้วก็หั่นของตัวเองป้อนให้เขาเช่นกัน
ปรางทิพย์แทบจะทำสีหน้าไม่ถูกเวลาที่ใบหน้าหล่อๆ ของเขาเข้ามาใกล้ เธอหยิบแก้วนมขึ้นมาดื่มแก้เก้อ ตอนที่เคี้ยวเสร็จแล้วเขาทำท่าจะป้อนอีกครั้ง พอเห็นเขาวางส้อมลง เธอนึกว่าแม่เขาจะกลับไปแล้ว แต่ที่ไหนได้ ไตรวิทย์กลับใช้นิ้วโป้งของเขาปาดไปที่ปากเธอตกใจแต่ก็ไม่ได้ถอยหนียังตระหนักได้ว่าถูกแอบจับตาดูอยู่ แต่ปลายนิ้วเรียวยาวที่เกลี่ยไปที่ขอบปากก็เผลอทำเธอเผยอปากขึ้น ก่อนจะรู้ตัวแล้วก็รีบเม้มปากตัวเอง
"นมมันเลอะน่ะ" เขากระซิบบอกเบาๆ แล้วก็ยกนิ้วโป้งนั้นไปที่ปากเขาแล้วก็แลบลิ้นออกมาเลียคราบนมที่ติดอยู่นั้น ปรางทิพย์หน้าแดงขึ้นทันตา
"เค็มชะมัด" แต่แล้วเขาก็หัวเราะลั่น
"คุณวิทย์" ปรางทิพย์แผดเสียงใส่เขาไม่ดังนัก แล้วฟาดฝ่ามือใส่ทันที แต่เขาไวกว่าหลบถอยหลังได้ทันแล้วก็กระโดดลงสระไป เธอได้แต่ส่งสายตาเขียวให้เขา แล้วก็แอบหันไปมองที่ระเบียงชั้นสองของบ้าน ไม่เห็นแม่เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว ไม่รู้ว่าท่านกลับเข้าไปตอนไหน ไตรวิทย์ว่ายน้ำกลับมาที่ขอบสระอีกครั้ง
"กลับเข้าไปแล้ว" เขาเอ่ยบอกเธอแล้วก็ดันตัวเองขึ้นมาจากสระ กลับมานั่งทานอาหารเช้าต่อ
"ใส่ได้ไหมเสื้อผ้า"
"ค่ะพอดี"
"เดี๋ยวตอนเที่ยงผมไปส่งคุณที่คอนโด"
"ค่ะ"
ปรางทิพย์กลับมาถึงห้องตัวเองเกือบบ่ายโมง อาหารเที่ยงที่เขาหอบหิ้วมาจากที่บ้านเธอก็ได้ทานตอนมาถึง เธอยังมีน้ำใจเอ่ยชวนเขาทานข้าวเที่ยงด้วย แต่เขาบอกว่ามีธุระต้องรีบไป
การลาป่วยของเธอจึงเหมือนได้พักผ่อนไปในตัว หลังอาหารเที่ยงในเวลาบ่ายเสร็จเรียบร้อย เพียงครู่ใหญ่ๆ ที่เธอนั่งดูซีรีส์ยังไม่ทันได้กี่ตอนก็ต้องเผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงเคาะประตูห้อง ก่อนเปิดเธอแอบส่องที่ตาแมวก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นคนตัวสูงคุ้นตายืนอยู่ตรงนี้ เธอรีบเปิดประตูให้เขาอีกครั้ง
"คะ" เสียงเอ่ยเป็นคำถาม
"ผมแวะเอากับข้าวเย็นมาให้ แล้วก็ซื้ออาหารแช่แข็งมาเผื่อไว้ กลัวคุณสั่งดิลิเวอรีแล้วจะลงไปรับลำบาก" เขาชูถุงจากซูเปอร์มาเกตให้ดู มีทั้งของสดของแห้งแม้แต่ขนมแล้วก็ผลไม้ เขาก้าวเข้าห้องตามเธอเข้าไป ไตรวิทย์ตรงไปที่ครัวเล็กจัดอาหารแช่แข็งใส่ตู้เย็นให้อย่างเรียบร้อย ผลไม้จัดวางใส่ถาดไว้ที่โต๊ะกินข้าวอย่างสวยงามบางอย่างก็เก็บใส่ตู้เย็นให้เธอ ปรางทิพย์ปรายตามองไปทางนาฬิกาที่ผนังห้อง ทำให้เธอรู้ว่านี่เกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว เธอหลับไปนานเหมือนกันนะเนี่ย
"เผื่อพรุ่งนี้ว่างผมจะเอาอาหารมาส่งให้"
"ไม่เป็นไรค่ะ จะลำบากคุณ แค่นี้ก็อยู่ได้หลายวันแล้ว"
"คุณไม่ได้อยู่ห้องข้างๆ แล้วหรือคะ" เธอถามเพราะสงสัย
"ปกติก็ไม่ได้อยู่" เธอพยักหน้ารับ นึกเข้าใจว่าเขาเอาไว้ให้อีหนูอยู่อย่างเดียว
"เอ่อ.. แล้วเรื่องถอนฟ้องเพื่อนฉัน คุณโอเคไหมคะ" ปรางทิพย์เอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ เหลือบตามองคนตัวสูงรอฟังคำตอบ
"ผมบอกเพื่อนผมไปแล้ว ที่เป็นทนายน่ะ ให้ถอนฟ้อง แต่แค่เฉพาะของเพื่อนคุณ"
"ขอบคุณนะคะ ฉันจะได้บอกมัน มันเครียดมากเลย"
"ทีหลังจะพูดจะจาอะไรถึงคนอื่น ระวังไว้มั่ง"
"ค่ะ ทีหลังจะพูดไม่ให้เขาได้ยิน" คำตอบเธอทำให้อาจารย์หนุ่มส่งสายตาดุให้ทันที เธอจึงรู้ว่าเขาไม่ได้มีท่าทีพูดเล่นเรื่องนี้เลย
"ขอโทษค่ะ พูดเล่น"
"ก็ปากแบบนี้แหละ"
ปรางทิพย์ได้แต่เม้มปากตัวเองแน่น นึกถึงคำพูดน้องชายเขาขึ้นมาทันที น่าจับผ่าหมา
"ส่วนของคุณ แม่ผมอาจจะอยากเจออยู่เรื่อยๆ รอให้เด็กมิลินนั่นเลิกมาวุ่นวาย ผมจะบอกว่าเราเลิกกันแล้ว แล้วก็จะถอนฟ้องให้"
"ค่ะ"
หลังจากจัดอาหารใส่ตู้เย็นให้เธอเสร็จ เขาก็กลับออกไป แล้วที่บอกว่าเผื่อพรุ่งนี้ว่างจะเข้ามา สรุปเขาก็ไม่ได้เข้ามาจนถึงวันที่เธอถอดเฝือกออก และคิดว่าพรุ่งนี้จะไปทำงานเสียที อาหารแช่แข็งที่เขาตุนไว้ในตู้เย็นยังเหลืออีกนิดหน่อย แต่เมื่อถอดเฝือกออกแล้วเธอก็นึกอยากเดินออกไปหากับข้าวที่ตลาดข้างๆ คอนโดดูบ้าง
ปรางทิพย์ยังเดินช้าๆ ถึงจะไม่ค่อยเจ็บแล้วอาการบวมแดงก็หายแล้ว แต่มันก็ยังกลัวการลงน้ำหนักอยู่ เธอค่อยๆ เธอเดินออกมาจนถึงหน้าอาคารคอนโด พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรถเอสยูวีสีขาวคันใหญ่คุ้นตา แล้วเหมือนคนใน
รถจะเห็นว่าเธอเดินออกมา เขาจึงได้ลงจากรถแล้วตรงมาที่เธอ วรุต
