บทที่ 11 แหวนเพชร 10 กระรัต

พัทยา

09:00 AM

“Hi..ฟาบริซ” เสียงหวานของคุณจันทร์เอ่ยทักทายผู้มาใหม่ พร้อมยื่นมือไปทักทาย

“สวัสดีครับ คุณจันทร์” ฟาบริซเลยต้องจับมือทักทายกับคุณจันทร์

“นี่ เกรซครับเป็น…”

“แฟนบริซค่ะ” คนกำลังจะถูกแนะนำเอ่ยแทรกขึ้นมา พร้อมยิ้มหวาน แต่สายตาของเธอนั้นถ้าใครได้เห็นตอนนี้คงน่าหมั่นไส้ และก็คงจะมีแต่คุณจันทร์ที่มองเห็น สายตาของผู้ชนะ จนฟาบริซนึกมันเขี้ยวเธอ

“ไปกันเลยไหมครับ” ฟาบริซเอ่ยชวนทำลายบรรยากาศ

“เดี๋ยวไปรถตู้นะคะ จันทร์จัดรถไว้ให้แล้วค่ะ จะได้ไม่ต้องขับรถเอง” ฟาบริซนึกชอบใจ เพราะเขาเองก็เหนื่อยมากที่ขับรถไปกลับพัทยา ราวกับไปซื้อของแค่ซูเปอร์มาร์เก็ต แถมเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบสว่างเลยทีเดียว ยัยคนบอกง่วงก็หลับสบายระหว่างเขาขับรถกลับมาพัทยาอีกรอบ

“ดีเหมือนกันครับ”

เมื่อขึ้นบนรถตู้เกรซนั่งข้างฟาบริซ พอรถออกไปได้หน่อยเธอก็ซบแขนเขาหลับต่อ บ้านของเสี่ยอำนาจอยู่ไกลจากพัทยาพอสมควร

รถมาถึงบ้านเสี่ยอำนาจ ก็ทักทายพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ เสี่ยอำนาจเป็นคนมีอายุแล้ว ดูจากผมสีดอกเลานั่นน่าจะเกือบหกสิบปีเห็นจะได้แต่ดูท่าทางใจดี ฟาบริซสนใจที่ดินของเสี่ยอำนาจที่อยู่จันทบุรี แต่ถ้าจะเดินทางไปวันนี้ก็เกรงใจคุณจันทร์

“ถ้าผมจะไปดูที่วันไหน ผมจะติดต่อเสี่ยมาอีกทีแล้วกันนะครับ” เขาเอ่ยอย่างเกรงใจ

“ได้ๆ เอาที่สะดวก วันไหนจะมาก็โทรมาแล้วกันจะได้ให้เจ้านทีไปรอรับ คุณก็ตรงไปที่จันทบุรีเลย ได้ไม่ต้องแวะมานี่ก่อน” เสี่ยอำนาจเอ่ยอย่างใจดี

เมื่อร่ำลากันเป็นที่เรียบร้อยรถตู้ของจันทร์ก็พาทุกคนกลับมาที่รีสอร์ตอีกครั้ง

ฟาบริซที่ยังเหนื่อยจากการขับรถเลยชวนเกรซค้างอีกคืนพรุ่งนี้ค่อยกลับ

“บริซ ไปร้านขายยาเร็ว” คล้ายเกรซนึกอะไรขึ้นมาได้ก็รีบชวนฟาบริซไปร้านยาทันที

“เป็นอะไร ปวดหัวหรือเปล่า” ฟาบริซออกอาการเป็นห่วง

“ยาคุมฉุกเฉิน ไอลืมเลย” ฟาบริซขมวดคิ้วมุ่น เขาก็ไม่อยากให้เธอกินยาคุมฉุกเฉินแต่ดูแล้วทั้งตัวเองและเกรซเองก็ยังไม่พร้อมที่จะมีลูก เขาจึงต้องพาเกรซออกไปร้านขายยา

“ยาคุมฉุกเฉิน แล้วก็ยาคุมปกติมาด้วยเลย” เกรซหันไปมองเขาตาเขียว

“ทำไมไม่คุมเอง” เกรซเริ่มโวยแต่สุดท้ายก็ยอมซื้อมาทั้งสองอย่าง

เกาะสมุย

“ไปวัดหรือ” เกรซร้องทักทันทีที่เพียงใจและหมอตุลย์มานั่งที่โต๊ะอาหารในโรงแรม หมอตุลย์ยังทำหน้างงกับคำทักทาย

“แฟนเขาหวง” ฟาบริซเป็นคนเฉลย ชุดของเพียงใจเป็นกระโปรงยาวสีขาวบานๆ ชายกระโปรงตกแต่งไปด้วยรูปปลาทะเลต่างๆ เสื้อสีขาวแขนระบายแค่ข้อศอก ลวดลายเดียวกันกับกระโปรง

“น่ารักดีออก” เสียงหมอตุลย์ภูมิใจหนักหนา

“เอาชุดว่ายน้ำมาไหม” เกรซรีบถาม หมอตุลย์ขมวดคิ้วมองเพียงใจตาเขียว

“เอามาแต่ชุดมนุษย์กบ แดดมันร้อนเดี๋ยวดำ” คนถูกบังคับให้เอาชุดมนุษย์กบมาบอกข้ออ้างที่เขาเคยบอกเธอไว้ ฟาบริซถึงกับหัวเราะลั่น เกรซได้แต่กลอกตายังดีนะที่น้องชายหมอตุลย์ยอมให้ใส่ชุดว่ายน้ำได้เพียงแต่ห้ามเว้าขาสูงแบบนั้นอีก

“พรุ่งนี้เกรซถ่ายแบบแต่เช้า น่าจะเสร็จบ่ายๆ ทีนี้เราก็จะฟรีสองวันที่เหลือ” เกรซแจ้งโปรแกรมกับผู้ร่วมทริป

“ไปล่องเรือกันดีกว่าเฮีย เหมาเรือไปแต่พวกเรา พี่สะใภ้ได้ใส่ชุดว่ายน้ำได้”

“แดดมันร้อน ชุดมนุษย์กบก็ดีแล้ว” เรื่องอะไรเขาจะยอมถึงไปแค่ส่วนตัวแต่ก็ต้องมีคนขับเรือกับลูกน้องอีกด้วย

“เออ เฮีย กลับไปนี่ว่างวันไหนบ้าง ไปดูที่เป็นเพื่อนหน่อยซิ แถวจันทบุรี เรื่องรีสอร์ตที่คุยให้ฟังน่ะ”

“อืม ได้ซิ อาทิตย์ถัดไปน่าจะได้” ตุลย์รับคำ

วันรุ่งขึ้นที่เกรซต้องไปถ่ายแบบ ฟาบริซเลยตามไปเฝ้าแถวบริเวณชายหาด ส่วนหมอตุลย์เลือกที่จะชวนเพียงใจเล่นน้ำอยู่ที่สระว่ายน้ำส่วนตัวจากภายในห้องที่ทอดยาวไปจนถึงทะเล เมื่อปราศจากสายตาคนอื่นเขาจึงอนุญาตให้เพียงใจใส่ชุดว่ายน้ำได้

“สวย” เขาทักทันทีที่เพียงใจใส่ชุดว่ายน้ำสีแดงเดินมาถึงสระว่ายน้ำ ก็เพราะแบบนี้ไงใครจะยอมให้เธอใส่ไปให้ผู้ชายคนอื่นมอง รูปทรงสัดส่วนชวนมองไหนจะเนินอกกลมสวยนั่นอีก ขาขาวเรียวสวย สะโพกเธอยิ่งสวยมาก ก้นงอนได้รูป แค่ครั้งนั้นเขาก็แทบจะคลั่งตาย เขาซึ่งลอยคออยู่ในสระอยู่แล้ว เพียงใจเตรียมจะลงน้ำกำลังเกาะราวบันไดสระว่ายน้ำ แต่แล้วเธอก็เปลี่ยนใจจากที่จะก้าวลงจากบันได กลายเป็นกระโดดลงไปใส่หมอตุลย์แทน

“ซนอีกแล้ว” หมอตุลย์รับตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอด

“ปีหน้าเราแต่งงานกันไหม” เพียงใจตาโต ไม่คิดว่าอยู่ๆ เขาจะขอแต่งงานแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ เธอแกล้งชูมือขึ้นกางห้านิ้วออกแถมกระดิกนิ้วดุกดิกจนหมอตุลย์หัวเราะร่า รู้ว่าเธอทวงแหวนที่จะขอแต่งงาน

“ยังไม่มี” คนฟังคำตอบแกล้งทำหน้างอ

“อะไรกันคะหมอ ขอสาวแต่งงานทั้งทีไม่มีแหวนเพชรมาขอแล้วสาวที่ไหนจะแต่งด้วยล่ะคะ” คนพูดหน้าแดง

“ไม่ได้เตรียมตัว เห็นแล้วรู้สึกอยากขอก็ขอเลย” พูดพลางกระชับอ้อมกอด

“เดี๋ยวจะหาแหวนเพชรเม็ดโตๆ ให้นะ แล้วจะแต่งหรือเปล่าล่ะ” เพียงใจไม่ตอบแต่จุ๊บปากเขาไปหนึ่งที เขากำลังจะจูบตอบแต่เธอก็พุ่งตัวหนีแถมถีบขาเข้าที่ท้องน้อยจนเกือบจะโดนจุดยุทธศาสตร์แล้วเชียว เขาเลยต้องว่ายน้ำตามไปรวบตัวเธออีกครั้ง

ทางด้านฟาบริซซึ่งมาเฝ้าเกรซที่ริมชายหาด เขาเลือกนอนที่เตียงผ้าใบชายหาดใกล้ๆ กับกองถ่าย กางเกงฮาวายขาสั้น เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น ไม่ติดกระดุมเผยให้เห็นแผงอกล่ำของคนที่ออกกำลังกายมาอย่างสม่ำเสมอ แว่นตากันแดดนั่นยิ่งส่งให้ใบหน้าเขาหล่อคมคาย เขานอนเล่นอาบแดดแต่สายตาภายใต้แว่นกันแดดนั้นก็คอยแต่จะมองหาเกรซแทบจะตลอดเวลา จนไม่ได้สังเกตสาวฝรั่งที่เดินผ่านไปมาแล้วส่งสายตาหวานทอดมาให้ จนเมื่อมีสาวฝรั่งผมทองพร้อมบิกินีตัวจิ๋วเดินมานั่งเปลชายหาดข้างเขา สาวเจ้าก็ชวนคุยถามนั่นถามนี่

“ดาร์ลิ่ง ทากันแดดข้างหลังให้หน่อยซิคะ” เสียงหวานทักมาแต่ไกล เมื่อเกรซเดินมาถึงก็ปลดสายชุดว่ายน้ำแบบผูกด้านหลัง นั่งเบียดลงไปบนเปลเดียวกับเขา พร้อมยื่นครีมกันแดดให้ สาวฝรั่งผมทองที่มาชวนคุยเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เลยเสเบนหน้าหนีไปทางอื่น

ฟาบริซบีบครีมกันแดดทาหลังให้ ตามความต้องการของนางแบบสาว แต่ไม่วายเธอก็ยังเอี้ยวหน้ามามองเขาด้วยสายตาคาดโทษ

“เปล่าซะหน่อย หึงเหรอ” ฟาบริซส่งยิ้มหวานให้เกรซ

“อย่านะ” เกรซยังคาดโทษเขา

เย็นนั้นทั้งสี่คนจะพากันออกไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน ระหว่างทางที่พวกเธอเดินออกมาจากลิฟต์นั้นและกำลังจะผ่านลิฟต์อีกตัว

ผู้ชายในลิฟต์ตัวข้างๆ กำลังจะกดปุ่มปิดประตูลิฟต์ มือของเขาต้องชะงักเมื่อเห็นทั้งสี่คนเดินออกมา

“เพียง” เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบาคล้ายพูดกับตัวเอง เพียงแวบเดียวเท่านั้นประตูลิฟต์ก็ปิดลง

ถนนคนเดินคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ร้านอาหารมากมาย ตลอดจนร้านของฝากของที่ระลึก เรียกสายตาจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

หมอตุลย์แวะที่ร้านขายเครื่องประดับข้างทาง เป็นร้านขายพวกกิฟต์ชอปเครื่องประดับราคาไม่แพง เขาเหลือบไปเห็นแหวนเด็กเล่น เพชรเม็ดโต ก็เลยรั้งแขนเพียงใจไปที่ร้านจับมือเธอลองวงนั้นวงนี้พอได้วงที่เพชรเม็ดโตเป็นที่พอใจ เขาก็ส่งให้แม่ค้าใส่ถุงกระดาษใบน้อยให้

“สองร้อยแปดสิบบาทจ้ะ” แม่ค้าแจ้งราคา เมื่อได้แหวนเพชรน้ำงามมาแล้ว ตุลย์เอาออกจากซองกระดาษใบน้อยพับถุงกระดาษลงกระเป๋ากางเกง แต่หารู้ไม่ในซองนั้นยังเหลือแหวนอีกวง เขาหยิบมาสวมให้เพียงใจ

“หมั้นไว้ก่อน” เพียงใจเขินจนหน้าแดง

“แหม งานหมั้นเฮียนี่แขกเหรื่อคับคั่งเสียจริง” เสียงน้องชายเอ่ยแซว

“ใครเขาจะมาสนใจ ต่างคนเขาก็ต่างเดิน มีแต่แกนี่แหละ ....”

“คล้ายๆ เฮียด่าเสือกเลยนะ” ฟาบริซพูดพลางขมวดคิ้ว

“ใช่เลย” เกรซรีบสมทบพร้อมหัวเราะร่า ทั้งสามคนพากันหัวเราะ แต่คนเสือกทำตาเขียวๆ ใส่พี่ชาย

“เราเหอะ เมื่อไหร่จะบอกคุณนายกานดา” หมอตุลย์ถามสองคนนั้น เกรซแกล้งเสไปชวนเพียงใจไปดูร้านเสื้อผ้า

“รอคนไปฟ้อง” ฟาบริซว่าพลางมองหน้าเกรซ

“ได้แหวนเพชรสิบกะรัตแล้ว ต่อไปเราก็หาชุดเจ้าสาวกัน” เกรซดึงเพียงใจ เข้าไปแผงขายเสื้อผ้าทันทีและได้กลับออกมาคนละสองชุด

ทั้งสี่คนเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ทั้งลูกชิ้นปิ้ง ปลาหมึกย่าง ยิ่งปลาหมึกย่างน้ำจิ้มรสแซ่บเผ็ดจี๊ดนั่น ทำเอาเกรซและฟาบริซหน้าแดง ต้องเอาลิ้นออกมาตากลมกันเลยทีเดียว จนล่วงเลยเวลามาเกือบสามทุ่ม ทั้งสี่คน เลยพากันกลับโรงแรม

เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาตรงล็อบบี้ของโรงแรม ก็มีสายตาของผู้ชายคนหนึ่งลอบมองมาที่เพียงใจ ฟาบริซและตุลย์

สายตาที่เศร้า แต่แฝงไปด้วยความแค้น

ความเจ็บใจ

พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป