บทที่ 4 ตรวจภายใน

อาทิตย์ที่ผ่านมาหมอตุลย์เงียบหายไปประหนึ่งว่า เมื่ออาทิตย์ก่อนนั้นมิได้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นมาเลย เพียงใจก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนที หรือเขาจะโดนรวบไปอย่างที่หมอตุลย์ว่า

เธอเริ่มหางานใหม่ แต่ก็ยังไม่มีที่ไหนติดต่อกลับมา คิดจะหางานให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยหาที่พักใหม่ เธอเสียดายคอนโดนี้เหมือนกัน แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น การย้ายที่อยู่ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าแน่นอน เพราะไม่รู้ว่าที่เธอหนีรอดออกมาได้นั้น ฝ่ายนั้นจะเสียหายอย่างไร และจะต้องมาคิดบัญชีที่เธอหรือเปล่า ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า

เพียงใจมาถึงโรงพยาบาลตามเวลาในใบนัด เธอนั่งรอการเรียกตรวจด้วยใจหวั่นๆ เธอไม่เจอเขามาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ เขาหายไปเลย เพียงใจก็แอบคิดสงสัยเหมือนกันหรือเขาจะแค่วันไนต์อย่างที่เธอต้องการในคราแรก ครั้นเธอจะโทรกลับไปหาเขาก็ไม่กล้า คิดเสียว่าอย่างไรวันนี้ก็คงต้องได้เจออยู่ดี

“คุณเพียงใจ สิริศร เชิญห้องตรวจห้าค่ะ”

คนถูกเรียกชื่อสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนปล่อยลมหายใจออกมาแรงๆ เพื่อเป็นการเรียกขวัญให้ตัวเอง แต่ถึงกระนั้นเมื่อเปิดประตูเข้าไปถึง ขวัญและกำลังใจเมื่อครู่ดูจะใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิด ใจเธอเต้นโครมคราม เมื่อเห็นหน้าหล่อๆ ของเขา ถึงจะอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยก็เหอะ เธอนั่งลงที่เก้าอี้ข้างโต๊ะแพทย์ห่างกันเพียงช่วงแขน เขาจะได้ยินไหมนะ

หมอตุลย์เอาหูฟังแพทย์ใส่หู นิ้วยาวจับไดอะแฟรมแนบไปบนหน้าอกของเธอ

“หัวใจเต้นแรงเชียว” คนใจเต้นแรง ยิ่งแรงกว่าเก่า นั่นไงในที่สุดเขาก็ได้ยินจนได้ว่าใจเธอเต้นแรง ก็อยู่ๆ หมอตรวจภายในก็มาจับเธอตรวจหัวใจ

คนใจเต้นแรงมองค้อนหมอตรวจหัวใจ

“ปกติ ไม่มีโรค ถึงไม่ตรวจก็รู้ว่าไม่ติดโรคหรอก หมอสะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่อง” คนไข้หน้าเหวอกับคำวินิจฉัยของแพทย์

“แต่คุณต้องไปเก็บปัสสาวะตรวจการตั้งครรภ์ เสร็จแล้วก็กลับไปเก็บเสื้อผ้าเอาที่จำเป็นก่อน ตอนเย็นผมจะไปรับ”

“คะ” เสียงถามคล้ายไม่เชื่อหูตัวเอง

“ถ้าไม่เก็บผมจะอุ้มคุณไปแบบนั้น แล้วพอไปอยู่ห้องผมคุณก็ไม่มีเสื้อผ้าใส่ เอาแบบไหน”

“หมอ” คนมีสองทางเลือกอุทานเสียงดัง

“พยาบาล พาคนไข้ไปเก็บปัสสาวะตรวจการตั้งครรภ์ด้วยครับ” หมอตุลย์ตัดบทสนทนาโดยการเรียกหาพยาบาลหน้าห้อง เพียงใจเลยต้องกลืนคำถามคำโตลงคอไป เมื่อคุณพยาบาลเดินเข้ามาขัดบทสนทนาของคนไข้วิกฤติ ใช่ตอนนี้เธอแทบจะเป็นคนไข้วิกฤติแล้ว ร่างคนไข้อาการร่อแร่เดินตามพยาบาลไปอย่างว่าง่าย

“ไม่พบการตั้งครรภ์ แต่ครั้งต่อไปผมจะพยายามนะ”

“หมอ” เสียงคนไข้แหว

หลังกลับจากโรงพยาบาล เพียงใจก็กลับเข้ามาที่คอนโดของตัวเอง ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวขาเข้ามาภายในอาคาร ป้าศรีแม่บ้านของคอนโดก็เอ่ยทักเสียก่อน

“หนูเพียงป้ากำลังจะโทรไปหาพอดีเลย ป้าจะรบกวนให้แฟนหนูมาขยับรถให้จ้ะ”

คนมีแขกไม่ได้รับเชิญ ตกใจ ทำไมเขาไม่โทรมาก่อน ทั้งที่เธอโทรหานายนั่นหลังจากเกิดเรื่องจนสายแทบจะไหม้ ครั้นพอนึกถึงเรื่องเมื่อครั้งนั้นเพียงใจก็ชะงักขา หันหลังกลับออกมาจากคอนโดทันที เธอเดินแกมวิ่งออกมาที่ถนน หันซ้ายแลขวาว่าจะไปทางไหนดี ซึ่งพอดีกับที่ฝั่งตรงข้ามของถนนหน้าคอนโด ชายชุดดำเมื่อเห็นเธอมันก็รีบวิ่งจะข้ามถนนมาหาเธอ ประจวบเหมาะเป็นเวลาช่วงที่มีรถหนาแน่น ทำให้ชายชุดดำคนนั้น เก้ๆ กังๆ ข้ามไม่ได้สักที

“พี่ๆ” เธอรีบเรียกวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ผ่านมาพอดี โบกให้เขาจอดกระโดดขึ้นซ้อนท้าย แล้วก็เร่งให้เขาออกรถอย่างเร็ว

“ไปโรงบาล ซิ่งเลยค่ะ” ชายชุดดำที่พยายามจะตามสุดท้ายก็คลาดกันกับเธอจนได้

เมื่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดส่งที่หน้าโรงพยาบาล เธอควานหาโทรศัพท์มือไม้สั่นพลางกดเลื่อนหาชื่อ ‘หมอตุลย์’ เมื่อคนปลายสายรับสายเธอเล่าเหตุการณ์อย่างตะกุกตะกักแทบจะไม่เป็นเรื่องเสียงของเธอเกือบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“ตอนนี้อยู่ที่ไหน” เสียงเครียดของหมอตุลย์ฉายแววห่วงใยชัดเจน

“หน้าโรงบาลค่ะ”

“รออยู่ตรงนั้น ฉันไปเอารถแป๊บนึง”

รถสีดำคันหรูที่เธอจำได้ดีมาจอดตรงหน้า เธอรีบเปิดประตูเข้าไป พอเห็นหน้าเขาเท่านั้นน้ำตาเธอก็ไหลปานทำนบแตก มือไม้สั่นขณะเล่าเหตุการณ์โดยละเอียดให้หมอตุลย์ฟังอีกครั้งคนฟังต้องทำหน้าที่ขับรถด้วย เมื่อออกจากหน้าโรงพยาบาลและพ้นระยะตรงที่สามารถจอดรถได้ เขารีบตีไฟเลี้ยวหักพวงมาลัยเข้าจอดข้างทางทันที หมอตุลย์รวบตัวเธอเข้ามากอด เธอซบลงกับอกเขา ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยตีตื้นขึ้นมาในอก เมื่อเห็นเธอนิ่งสงบใจได้สองแขนของเขาจับเธอดันออกห่างมองหน้าเธอ

“เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่คอนโดผมก่อน แล้วผมต้องกลับไปทำงานก่อนนะบ่ายมีผ่าตัด รอได้ไหมที่รัก” ที่รักพยักหน้ารับ

“เสื้อผ้าวันหลังจะพากลับไปเก็บ งานลาออกวันนี้เลย” ที่รักพยักหน้ารับอย่างคนจนหนทาง ทางนี้คงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเธอตัวคนเดียว จะหันไปพึ่งพิงใครที่ไหนก็ไม่มี

“เอ่อ…แล้วพ่อแม่คุณจะไม่ว่าหรือคะ แฟนคุณล่ะ” คนตัวโตยิ้ม

“พ่อแม่ผมอยู่ต่างประเทศ แฟนนั่งอยู่นี่ไง” เพียงใจอ้าปากหวอ กับตำแหน่งแฟน

“พ่อแม่คุณล่ะ”

“เสียแล้วทั้งสองท่าน อุบัติเหตุ” คนตอบเสียงหม่นไป

คอนโดหรูชั้นยี่สิบเก้า

ห้องของหมอตุลย์ถูกตกแต่งตามสไตล์โมเดิร์น เน้นความเรียบหรู โปร่งสบาย โดยภายในถูกออกแบบเป็นสองชั้น มองเห็นชั้นลอยทอดบันไดเป็นวงกลมขึ้นไป

“ที่รักนอนห้องผมนะ” เมื่อเห็นคนถูกเรียกที่รักตาโต ไม่รู้ว่าตาโต เพราะที่รักหรือต้องนอนเดียวกัน ทำเขาหัวเราะชอบใจ

“ล้อเล่น คุณพักห้องแขกก่อนแล้วกัน”

“อยู่คนเดียวสักแป๊บนะครับ ผมมีผ่าตัด”

เมื่อหมอตุลย์กลับมาถึงห้องพร้อมอาหารเย็นมากมายหลายถุง เขาจัดแจงเตรียมจัดอาหารใส่จานโดยมีเธอเป็นลูกมือ เมื่อจัดอาหารเสร็จเขาเดินหายขึ้นไปบนบันไดชั้นลอยนั่น อ่อ ห้องเขาอยู่ชั้นบน หมอตุลย์ลงมาจากชั้นลอยพร้อมด้วยเสื้อผ้าผู้ชายสองสามชุด

“ผมแวะซื้อชุดชั้นในให้คุณไม่ทัน กลัวคุณหิว” คนพูดสายตากรุ้มกริ่ม พร้อมวางกองผ้าให้บนตักเธอพร้อมคำพูดชวนวาบหวิว “ไม่ต้องใส่หรอก เดี๋ยวก็ต้องถอด”

“หมอ” คนอุทานเสียงแหลมหน้าแดงแปร๊ด

“ไปอาบน้ำก่อนไป ค่อยมากินข้าวกัน”

คนอาบน้ำเสร็จยังไม่มีชุดชั้นใน เลยต้องสวมชุดคลุมอาบน้ำทับชุดลำลองตัวโคร่ง หลังอาหารเย็นผ่านพ้นไปหมอตุลย์เดินหายเข้าไปตรงเคาน์เตอร์บาร์กลับออกมาพร้อมแก้วไวน์สองใบ และไวน์แดงอีกหนึ่งขวด

“อ่ะ ย้อมใจ” คนรับแก้วแกล้งมองค้อน

“พรุ่งนี้ตอนเย็นผมจะพาไปเก็บของ แล้วเดี๋ยวจะให้ทางคอนโดทำคีย์การ์ดให้ใหม่อีกอันด้วยขึ้นลงจะได้สะดวก”

“ขอบคุณนะคะถ้าไม่ได้หมอ ป่านนี้ฉันจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” คนพูดเสียงมีแววเศร้าจนหมอตุลย์ต้องคว้าเธอมากอด มือใหญ่จับปลายคางคนในอ้อมกอดเงยหน้าขึ้น พร้อมแนบปากประกบ จูบอันแสนอ้อยอิ่งเย้ายวนหยอกล้อ คนเงยหน้าเผลอเผยอปากรับโดยไม่ขัดขืน

“คิดถึงจะแย่” คนบ่นคิดถึงก็สุดจะหาคำตอบให้ตัวเอง เพราะเขายังไม่เคยคิดถึงใครแบบนี้มาก่อนเลย

เมื่อคนจูบไม่จูบเปล่าใช้นิ้วเรียวยาวกระตุกสายรัดเอวของเสื้อคลุมอาบน้ำหลุด เกี่ยวมือเพียงนิดชุดคลุมก็หลุดออกจากตัวเหลือแต่เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งแม้จะไม่บางมากนัก แต่ถันอวบอิ่มนั้นก็ดันเสื้อจนเห็นยอดถันถนัดถนี่ มือใหญ่เข้าครอบครองบดขยี้อย่างไม่เบาแรงนัก จนเต้าทั้งสองของเพียงใจบดเบียดเป็นระลอกคลื่น ยามมือใหญ่เข้าครอบครองลงแรงเพียงเล็กน้อย ส่วนเธอก็ได้แต่ครางเสียงในลำคอ

“อยากตรวจภายในน่ะ แต่วันนี้จะอ่อนโยน”

เธอหน้าแดงเป็นลูกตำลึงจะเพราะด้วยฤทธิ์ไวน์หรือเพราะเขาก็ไม่รู้ได้ หลังถูกเขาจับถอดเสื้อยืดออกจากตัว ใบหน้าที่แดงอยู่แล้ว พอถูกจับถอดนั่นชิ้น นี่ชิ้น กลายเป็นทั้งตัวเธอแดงเรื่อขึ้นมา หมอที่จะจับเธอตรวจภายใน จะคิดว่าเธอไข้ขึ้นหรือเปล่านะ

เมื่อร่างอรชรไร้สิ่งขวางกั้น หมอสูติก็เริ่มตรวจจากภายนอก ปากของหมอตุลย์เริ่มลิ้มไล้ไปตามซอกคอระหงขาวนวลเนียน เมื่อลากผ่านตรงไหน คนใต้ล่างก็แอ่นรับราวกับทุกที่นั้นมีแม่เหล็กคอยดึงดูดให้เข้าหา เมื่อปากอุ่นเคลื่อนไล้ลงมายังทรวงอกสล้างที่เบ่งบานชูชันจนยอดถันเป็นไตแข็ง เมื่อปากเขาครอบครองร่างบางก็ผวารับ

“อ๊า... หมอ ..เสียวค่ะ”

คนทำให้เสียวได้ยินเสียงครางประท้วงแต่ยังไม่ยอมหยุด เมื่อปากอุ่นนั้นยังลิ้มไล้ไล่ลงมาถึงแอ่งบุ๋มกลางเอว คนใต้ร่างสะดุ้งยกมือปิดแทบไม่ทัน แต่เมื่อถูกกวนใจจากมือน้อยๆ นั่น เขาเลยลิ้มเลียไล่ลงมาจนถึง ท้องน้อย ไม่รอให้เธอประท้วงอีกรอบ ปากอุ่นก็ลากผ่านส่วนกึ่งกลางสาวของเพียงใจ ทันทีที่ลิ้นหนาลากผ่านรอยแยกของกลีบเกสร เรียวขาคู่งามก็ยกงอเข่าขึ้นจิกปลายเท้าเข้ากับโซฟาผ้าเนื้อดี เมื่อลิ้นของเขาเริ่มลิ้มเลีย เกี่ยวกวัดไปทั่วติ่งกลีบเกสร เพียงใจก็เผลอยกสะโพกขึ้นยิ่งกลายเป็นช่วยบริการให้เขาได้ลิ้มชิมหยาดมธุรสถนัดถนี่เลยทีเดียว เมื่อลิ้นของเราเริ่มเป็นจังหวะหนักขึ้นเสียงของคนใต้ร่างก็ครางไม่เป็นศัพท์ จนเพียงใจเผลอสอดมือเข้าไปที่ผมนุ่มของหมอตุลย์

“อ๊า...”

เสียงหวีดดังตามด้วยอาการเกร็งกระตุก หยาดมธุรสยิ่งหลั่งไหลราวทำนบแตก หมอตุลย์ไม่รอช้าโน้มประกบลงมามอบจูบหวานหอมให้เธออีกครา คนโดนปรนเปรอด้วยจูบสะท้านเป็นต้องร้องครางในลำคอ เมื่อหมอตุลย์ส่งตัวตนของเขาเข้ามา

“อื้อ แน่นจัง”

เมื่อคนปากว่างแล้วจึงส่งเสียงคำรามคำโต คนใต้ร่างต้องกัดริมฝีปากเพื่อระบายความเสียวซ่านยามเมื่อหมอตุลย์ขยับ คราวนี้ไม่เร็วเท่าครั้งนั้น แต่ว่าทุกครั้งที่ฝังลงลึกทั้งหนักแน่น จนเธอโยกไหวไปตามจังหวะที่เขาฝังกด ยิ่งเมื่อใดที่เขาผ่อนจังหวะให้ช้าลง กดแช่แบบนั้นไว้เฉยๆ สองมือน้อยนั่นเป็นคว้าแขนเขาบีบ

“อื้อ…หมอคะ”

เสียงกระเส่าเรียกเขาคล้ายเตือนให้เขาอย่าหยุด รอยยิ้มพอใจผุดขึ้นบนใบหน้าของหมอตุลย์ เมื่อเขาเร่งจังหวะเร็วขึ้น เธอก็ส่ายหน้าจนผมสยาย

“อ๊า... หมอคะ เพียงไม่ไหวแล้ว”

“พร้อมกันนะ”

หมอตุลย์ยิ่งเร่งควบเร็วกว่าเดิมจนทั้งสองเสียงกรีดร้อง คำราม ออกมาพร้อมกัน เพียงใจสัมผัสได้ถึงกระแสน้ำเชี่ยวที่พุ่งผ่านเข้าไปแล้วไหลย้อนกลับออกมา

เธอรีบซุกใบหน้าหน้าเข้าอ้อมแขนแข็งแรง ทั้งอาย ทั้งสุขสม

หมอตุลย์ช้อนเธออุ้มขึ้นทั้งที่ยังล่อนจ้อน

“ว้าย... ไปไหนคะหมอ”

“ห้องผมตรงนี้แคบ”

โซฟาตัวเขื่องที่หมอตุลย์บอกว่าแคบนั้น แท้ที่จริงมันแทบจะเป็นเตียงที่นอนสองคนได้เลย ได้ยินดังนั้น

เพียงใจก็ต้องหน้าแดงขึ้นอีกรอบ งั้นแสดงว่าคืนนี้ก็ยังไม่จบน่ะซิ.....

บทก่อนหน้า
บทถัดไป