บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของชะตากรรม (1)
ยามเย็นแถบชานเมือง บนถนนผู้คนบางตา การจราจรไม่ได้แออัดหรือคลาคล่ำไปด้วยยานพาหนะและผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างหนาแน่นเช่นในเมือง ทว่าผู้คนกลับดิ้นรนเข้าหาความวุ่นวายเหล่านั้น มุ่งหน้าเข้าสู่ความเจริญที่มากกว่าเพื่อความอยู่รอดของตนเอง เช่นเดียวกับของขวัญ หญิงสาวกำพร้าที่เสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก
ชุมชนแออัดที่ห่างออกมาจากตัวเมืองคือที่อาศัยของเธอ ซอยเล็กที่คับแคบเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่ปลูกติดกันเป็นพืด เรียกได้ว่าคุยอะไรกันไม่ต้องแอบฟังก็ได้ยิน
ซ่า!!!!
ของขวัญเดินหลบน้ำที่สาดออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง อาจดูน่าตกใจสำหรับคนที่ไม่เคยได้พบเจอ แต่สำหรับเธอมันคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ผู้คนในชุมชนไม่ได้มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี หาเลี้ยงชีพไปวัน ๆ ตามแต่โชคชะตาจะพาไป มีตั้งแต่เรื่องถูกกฎหมายจนถึงวนเวียนขึ้นลงสถานีตำรวจจนกลายเป็นบ้านหลังที่สอง เจอหน้าร้อยเวรบ่อยยิ่งกว่าพ่อแม่
“ทำไมกลับค่ำจังล่ะ”
“ทำโอทีจ้ะ...วันนี้ได้หรือเสีย”
“วันนี้เรียกเจ้ได้เลย เจ้ามือหน้าแห้งไปเลยวันนี้”
ของขวัญสนทนากับหญิงวัยกลางคนขาไพ่อันดับหนึ่งที่คุ้นเคยกันดีในชุมชน ก่อนจะเดินผ่านไป หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีเข้มหลังจากพระอาทิตย์ตก สายลมเย็นชื้นพัดมาปะทะร่างกายทำให้รับรู้ได้โดยธรรมชาติว่าอีกไม่นานเม็ดฝนก็คงจะโปรยปรายลงมา เธอเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพราะไม่อยากเดินตากฝนให้เสื้อผ้าเปียกแนบกายท่ามกลางซอยที่เป็นแหล่งรวมอบายมุขทุกแขนง จนแทบไม่อยากจะนึกถึงสายตาขี้เมากลางวงเหล้าเขย่าไฮโลที่จะจับจ้องมายังตัวเธอยามเปียกปอน
ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอจัดว่าไม่ดีนัก หรือหากเอ่ยกันตามตรงก็ถือว่าค่อนข้างแย่เลยทีเดียว ของขวัญต้องใช้ชีวิตดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดมาโดยตลอด ก่อนที่มารดาจะลาจากโลกนี้ไปได้ฝากฝังเธอเอาไว้กับพี่สาว ทว่าผู้เป็นป้าไม่ได้ปฏิบัติต่อเธออย่างดีตามที่ได้รับปากเอาไว้ บ่อยครั้งที่ป้าและลุงเขยดื่มเหล้าจนเมาแล้วทุบตีเธอ อีกทั้งยังนำปัญหามาสู่ของขวัญนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งสองมักจะอ้างบุญคุณที่เลี้ยงดูหญิงสาวมาเป็นเงื่อนไข เพื่อให้ของขวัญต้องใช้หนี้การพนันแทน
“ขวัญรีบกลับบ้านเร็ว ป่านนี้ลุงกับป้าแกโดนซ้อมตายหรือยังไม่รู้” เข็ม เพื่อนรุ่นราวเดียวกันที่อาศัยในชุมชนวิ่งมาหาเธอด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ไม่รู้ว่าเพื่อนต้องเผชิญกับสิ่งใดอีก ด้วยความใกล้ชิดที่ไม่อาจเลี่ยงของคนในชุมชน จึงไม่อาจปิดบังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของหญิงสาวเอาไว้ได้
“อะไรเข็ม ใครทำอะไรป้ากับลุง”
“เสี่ยเม้งส่งคนมาทวงหนี้น่ะสิ คราวนี้ไม่รู้ว่าเท่าไร บ้านแกพังหมดแล้ว”
“อีกแล้วเหรอ ผ่านไปยังไม่ถึงสองอาทิตย์ก็กลับไปเล่นอีกแล้ว”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหนี้ติดตามลุงกับป้าของเธอมาถึงที่บ้าน ของขวัญเห็นสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เด็กจนโต บางครั้งก็ถูกลูกหลงจากการทวงหนี้ไปด้วย พอโตมาก็ต้องเป็นคนที่คอยตามชดใช้ให้ป้าและลุงเขย ของขวัญวิ่งไปที่บ้านด้วยความรีบร้อน ถึงแม้ว่าสองสามีภรรยาจะไม่ได้ปฏิบัติต่อเธอดีเท่าไรนัก แต่ก็เป็นญาติสองคนสุดท้ายที่เธอรู้จักและเหลืออยู่
เสียงโหวกเหวกดังออกมาจากด้านในของบ้านหลังเล็กที่ค่อนข้างทรุดโทรม ข้าวของถูกโยนทิ้งออกมาระเกะระกะเกลื่อนกลาดอยู่ด้านนอก เสียงร้องอ้อนวอนของพรรณีดังขึ้นก่อนเสียงตะคอกก่นด่าจะตามมา
“ลุง ป้า เป็นอะไร ทำไมเป็นแบบนี้”
สภาพข้าวของด้านนอกที่เละเทะยังไม่น่าตกใจเท่าสภาพสะบักสะบอมของพรรณีและสุกิจที่นอนฟุบอยู่พื้น ใบหน้าของทั้งคู่ปูดบวม เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
“เสี่ยเม้งมันให้ลูกน้องซ้อมเอาน่ะสิ” พรรณีตวาดตอบอย่างฉุนเฉียว
“ลุงกับป้าเข้าบ่อนอีกแล้วเหรอ หนูพึ่งให้เงินไปจ่ายหนี้เขาก็พากันไปใหม่เหรอ” ของขวัญถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายและท้อแท้กับพฤติกรรมของป้าและลุงเขยของตัวเองที่ติดการพนันอย่างหนัก หลายต่อหลายครั้งที่เธอต้องหาเงินมาใช้หนี้พนันให้กับทั้งสองคน ไม่เช่นนั้นก็จะถูกทำร้ายร่างกายบ้าง ถูกข่มขู่พังข้าวของเสียหายบ้าง แต่ก็ไม่เคยเข็ดหลาบ
