บทที่ 2 จุดเริ่มต้นของชะตากรรม (2)
“เอ้า อีหลานเวร มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันฉอด ๆ เงินแค่นั้นเทียบกับบุญคุณของฉันที่ไม่ปล่อยให้แกนอนข้างถนนได้รึไง ฉันก็แค่อยากแก้มือ ไปเอาเงินมาคืนให้แกนี่ไง แทนที่จะสำนึกถึงความพยายามของพวกฉัน” น้ำเสียงของป้าเหยียดหยันพร้อมใช้นิ้วชี้ผลักไปที่หน้าผากมนของร่างบาง จนหน้าต้องหันตามแรงมือ
“เออ ป่านนี้คงได้กลายเป็นคนเร่ร่อน หรือไม่ก็ถูกเอาไปขายที่ไหนแล้วก็ไม่รู้” สุกิจเอ่ยสนับสนุนภรรยาของตน โดยไม่คิดแยกแยะ และตัวเขาเองนั่นแหละคือตัวการที่พาพรรณีก้าวเข้าสู่วังวนนี้
“ลุงกับป้าอย่าเข้าบ่อนอีกเลย หนูขอล่ะ จะให้ทำอะไรก็ยอม” หลานสาวกำพร้าเอ่ยขอร้องทั้งน้ำตาด้วยความเหนื่อยล้าในใจ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาของขวัญต้องแบกรับภาระทุกอย่างภายในบ้าน รวมถึงหนี้สินจากการพนันที่นับวันจะมากขึ้นเรื่อย ๆ จากหลักพันค่อย ๆ ขยับขึ้นไปจนแตะหลักหมื่น บางครั้งก็หลายหมื่น แน่นอนว่าทุกครั้งก็เป็นเธอที่ต้องแก้ปัญหาให้มาโดยตลอด
“จริงเหรอ ที่แกว่าอะไรก็ยอม” พรรณีถามย้ำเพื่อความมั่นใจ ความคิดที่ชั่วร้ายในหัวได้รับการตอบสนอง สองสามีภรรยามองสบตากัน ยกยิ้มอย่าเจ้าเล่ห์แฝงไปด้วยเลศนัย
“ขอแค่ลุงกับป้าไม่เข้าบ่อนอีก”
“ได้ ๆ ป้าจะไม่เข้าบ่อนอีก แต่แกต้องทำตามที่บอกนะ อย่าโกหกนะ”
“รอบนี้เท่าไรหนูจะพยายามหามาจ่ายให้”
“สองแสน” สุกิจเอ่ยตอบสั้น ๆ หากแต่ดังก้องในสมองของหลานสาว อาจเป็นเพียงเศษเงินของใครบางคน ทว่าสำหรับของขวัญทั้งชีวิตเธอก็ยังไม่เคยได้เห็นมันเสียด้วยซ้ำ
“สองแสน!!!!!!!” ดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นที่สุด เมื่อได้ยินจำนวนเงินยอดหนี้สินที่มากมายจากการเล่นพนันของคนทั้งสอง
“นี่ลุงกับป้าทำไมถึงเล่นเสียเยอะได้ขนาดนั้น เงินตั้งสองแสนหนูจะไปเอามาจากไหน”
“แกไม่ต้องหาเงินหรอก”
“ป้าหมายความว่ายังไง” หลานสาวเอ่ยถามป้าด้วยความไม่เข้าใจ
“ก็เสี่ยเขาอยากได้แก...ไปเป็นเมียอีกคน”
“ป้า!!! เมียอีกคนมันก็คือเมียน้อย”
“แล้วแกจะไปใช้คำว่าเมียน้อยทำไม อีกอย่างเมื่อกี้แกก็บอกเองว่าอะไรก็ยอม”
ของขวัญไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำพูดไร้จิตสำนึกขนาดนี้จากผู้เป็นลุงเขย แววตาและสีหน้าไม่ได้สลดหรือสะทกสะท้านกับสิ่งที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้เลยสักนิด
“ไม่งั้นแกก็ไปหาเงินสองแสนมาใช้หนี้ให้ฉัน” พรรณีพูดหน้าตาเฉย
“แต่สองแสนมันเยอะเกินไป หนูไม่มีอะไรเหลือแล้ว ของมีค่าอะไรก็ไม่เหลือ ขายใช้หนี้ให้ป้ากับลุงไปรอบที่แล้วยังไม่ถึงสองอาทิตย์เลย”
“แล้วใครบอกว่าแกไม่มี ไม่เหลืออะไร” พรรณีเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับว่าสิ่งที่พูดออกมาเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป
“ฉันก็บอกอยู่เนี่ยว่าเสี่ยอยากได้แก”
“ใช่ เขาอยากได้แกไปเป็นเมียน้อย เอ่อ...เรียกว่าเมียอีกคนจะดีกว่า” สุกิจหยุดคิดแล้วเอ่ยต่อ “แลกกับหนี้ก้อนนี้ แล้วก็เขาจะให้เงินป้าแกกับลุงมาทำทุนค้าขายตั้งตัวอีกก้อน”
“ลุง!!! หมายความว่ายังไง ลุงคิดจะขายหนูเหรอ”
ในใจภาวนาอย่าให้ญาติเพียงสองคนที่เหลืออยู่บนโลกนี้ใจร้ายกับเธอนักเลย ตั้งแต่สูญเสียบิดาไป มารดาก็ป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดจนสุดท้ายมารดาก็จากโลกนี้ตามบิดาไป บ่อยครั้งที่ถูกทั้งคู่ทุบตี แค่ทำจานแตกก็ถูกลงโทษอย่างหนัก
ของขวัญหันไปหาพรรณีผู้เป็นป้าแท้ ๆ ด้วยสายตาวิงวอน หัวใจเธอสั่นไหวเต้นแรง แอบหวังเล็ก ๆ ว่าป้าจะเมตตาแล้วเปลี่ยนใจ
“ป้าณีไม่ได้ทำแบบนั้นเหมือนลุงใช่ไหม”
