บทที่ 3 จุดเริ่มต้นของชะตากรรม (3)
“ฉันรับปากเสี่ยไปแล้ว” พรรณีมองหลานสาวด้วยสายตาไร้ซึ่งสายใยญาติมิตร เยียบเย็นบาดลึกลงในใจ สายตาไร้ปรานีของป้าผู้เป็นพี่สาวของแม่ เธอไม่หลงเหลือสิ่งใดให้คาดหวังเลยสักนิด
“ถ้าไม่ขายแก เสี่ยเม้งมันก็ตามฆ่าฉันพอดีสิ เอาเถอะ ถ้าเสี่ยเบื่อ แกก็ยังทำงานรับลูกค้าในบ่อนต่อได้ หาเสี่ยแก่ ๆ รวย ๆ สักคน ไม่ต้องนั่งรถเมล์ไปทำงานให้เหนื่อยแบบทุกวันนี้”
ความเห็นแก่ตัวและมืดดำในจิตใจเข้าสิงสู่ผีพนันทั้งสอง จนเปลี่ยนให้คนกลายเป็นปีศาจได้ในพริบตา ตั้งใจส่งหลานสาวเข้าสู่ขุมนรกที่มืดมิด บ่อนเสี่ยเม้งทุกคนในชุมชนต่างรู้ดี นอกจากการพนันแล้วยังมีการค้าประเวณีอย่างโจ่งแจ้ง แต่ด้วยอิทธิพลมืดที่หนุนหลัง และการจ่ายส่วยที่คุ้มค่าต่อการเมินเฉยของเจ้าหน้าที่ทำให้เสี่ยเม้งยังอยู่มาจนถึงวันนี้
“แต่หนูเป็นหลานป้านะ...แม่หนูเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของป้า สงสารหนูเถอะ หนี้เท่าไรหนูจะหามาใช้เอง อย่าขายหนูไปที่บ่อนเสี่ยเม้งเลยนะ”
น้ำตาที่ไหลเป็นสายพรั่งพรูออกมาไม่หยุด สองสามีภรรยาที่เธอเรียกว่าลุงกับป้าที่เอ่ยทวงบุญคุณอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทั้งที่ไม่เคยได้เลี้ยงดูเธอเช่นหลานสาว หรือแม้แต่มนุษย์คนหนึ่งเสียด้วยซ้ำ วันนี้ยังเห็นของขวัญเป็นเพียงสิ่งแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
ไม่นานก็มีเสียงรถยนต์มาหยุดที่หน้าบ้าน พรรณีและสุกิจมองสบตากันก่อนจะยิ้มกริ่มอย่างพอใจ สุกิจพุ่งเข้ามาจับตัวของขวัญที่กำลังจะวิ่งหนี พรรณีทำหน้าที่ไปเปิดประตูให้ชายแปลกหน้าสามคนเข้ามา สุกิจผลักเธออย่างแรงจนถลาเข้าไปหาคนเหล่านั้น
“ปล่อยนะ...อย่ามาจับตัวฉันนะ”
ทั้งสามคนจับตัวเธอเอาไว้แน่น ท่อนแขนเล็กถูกมือหยาบบีบอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บไปหมด
“ป้าสงสารขวัญเถอะนะ” คำขอร้องไม่ได้มีผลกับจิตใจของผีพนันทั้งสอง พรรณีแบมือรอรับเงินจากหนึ่งในสามคนที่มาด้วยรอยยิ้ม หากวันใดเสี่ยเม้งเบื่อ ความสะสวยของหลานสาวก็ยังสามารถทำเงินได้อีกไม่น้อย แค่คิดก็เหมือนมีเงินลอยอยู่ในอากาศจนไม่ได้นึกถึงใคร
“ที่ฉันขอเสี่ยเม้งเพิ่มแสนนึง”
ธนบัตรปึกหนึ่งถูกวางลงบนมือของพรรณี หล่อนใช้มันขึ้นมาพัดโบกด้วยรอยยิ้ม กลิ่นเงินนี้ช่างหอมหวาน สามารถซื้อและลบเลือนจิตสำนึกของความเป็นคนได้
อย่างหมดจดจนไม่หลงเหลือ
“ทำแบบนี้มันผิดกฎหมายนะ” ของขวัญพยายามดิ้นรนสุดแรง พรรณีรีบเดินเข้ามาใกล้และบีบที่แก้มของเธอจนปากจู๋
“อิทธิพลของเสี่ยเม้ง ตำรวจที่ไหนก็ไม่กล้ายุ่ง...พามันไปได้แล้ว”
พรรณีสะบัดมืออย่างแรงจนใบหน้าสวยหันไปตามแรงมือ ของขวัญพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการควบคุม แต่ก็เหมือนจะไร้ประโยชน์ เมื่อมือหนาที่จับแขนเธอแน่นราวกับคีมล็อก บีบกดลงจนแขนเรียวขาวเกิดรอยแดงมองเห็นได้ชัด
“ปล่อย ปล่อย!!!” หญิงสาวขืนกายไม่เดินตามแรงดึงของชายร่างหนา มือน้อยข้างหนึ่งพยายามคว้าจับกับขอบประตูเอาไว้ ผมเผ้าที่เคยจัดแต่งเรียบร้อยสวยงามกลับยุ่งเหยิงชี้ฟูไม่เป็นทรง ดวงตาที่เคยสวยงามกลับบวมแดงจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วง
สองผีพนันยืนมองร่างน้อยที่กำลังถูกฉุดกระชากไปยังรถยนต์คันใหญ่ที่จอดรออยู่หน้าบ้านอย่างไร้เยื่อใย เสียงเอะอะทำให้ผู้คนในละแวกนั้นต่างพากันมามุงดู หากแต่ไม่มีใครเลยสักคนที่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
“เอาน่าขวัญ แค่เสี่ยเม้งคนเดียวไม่สึกหรอหรอก ถ้าเสี่ยติดใจแกก็จะได้สบายไปทั้งชาติเลยนะ ถึงวันนั้นก็อย่าลืมมาขอบคุณลุงกับป้าแกล่ะ” สุกิจเอ่ยวาจาแสนร้ายกาจขึ้นอย่างเห็นแก่ตัว ไม่มีท่าทีที่จะเห็นใจ หรือคิดกลับใจในแววตาแม้แต่น้อย
“แต่ถ้าเสี่ยเบื่อแกวันไหน ป้าคนนี้จะรับหน้าที่หาผู้ชายดี ๆ ให้แกเพิ่มอีกสักแปดเก้าคน แกจะได้สบายไม่ต้องทำงานหนัก ของที่มีกับตัวใช้ให้มันคุ้มสิหลานรัก”
พรรณีหัวเราะราวกับปีศาจ เสียงนั้นช่างเสียดแทงและกัดกินความรู้สึกของขวัญ ชีวิตที่พยายามดิ้นรนให้อยู่รอด แต่กลับพบว่าตอนนี้ต้องยืนอยู่ปากเหวที่มืดมนจากการกระทำของคนใกล้ตัว
