บทที่ 7 สินค้าชิ้นงาม (2)
“ถูกใจไหมครับ” เสี่ยเม้งเอ่ยถามทันทีที่เมฆินทร์เดินออกจากห้องมา
“ก็ไม่เท่าไร ว่าแต่ได้มาจากไหน” แม้จะถูกใจมากกว่าทุกครั้งที่เคยเป็นมา แต่คนอย่างเมฆินทร์น่ะเหรอจะแสดงออกให้ใครได้เห็น
“ขอความจริง” เมฆินทร์ดักคออย่างรู้ทัน
“ลุงกับป้าติดหนี้ที่บ่อน ไม่มีเงินมาคืน หลานสาวกตัญญูก็เลยยอมที่จะเอาตัวเองมาใช้หนี้แทน”
...ใครเชื่อก็โง่เต็มที สภาพแบบนั้นเหมือนหลานสาวดีเด่นตรงไหน คนที่เต็มใจมาทำงานแบบนี้ไม่มีทางจะอยู่ในสภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่แน่นอน ทั้งข้อมือยังมีรอยถูกมัด เนื้อตัวเปรอะเปื้อน บางแห่งบนเนื้อตัวฟกช้ำ แม้แต่คราบน้ำตาก็ยังไม่ทันแห้งดีด้วยซ้ำไป
“แน่ใจว่าไม่ได้บังคับมานะ”
“แน่นอนครับ อีกอย่างรับประกันความสดความใหม่”
“รู้ใช่ไหมถ้าราคาคุยแล้วย้อมแมว บ่อนเสี่ยเม้งจะเหลือแค่ขี้เถ้า” เมฆินทร์ทำเสียงนิ่งเรียบ
“ใครจะไปกล้า ๆ ลุงกับป้าอีใช้หนี้อั๊วมาจริง ๆ อั๊วมันคนทำธุรกิจ ก็แค่อยากได้เงินตัวเองคืน”
เมฆินทร์รู้ดีว่าสิ่งที่เฒ่าเจ้าเล่ห์นั้นเอ่ยออกมามีความจริงอยู่เพียงน้อยนิด แววตาดุดันของคนอ่อนวัยกว่าทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจทำให้คนโกหกต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ถ้าใช้หนี้สามแสนก็พอมั้ง เพราะเสี่ยเม้งคงไม่ให้เครดิตใครเกินนั้น” เมฆินทร์กระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก จงใจกดราคาที่รู้ว่าคงไม่ไม่มีใครยอมจ่ายเพื่อแลกกับผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งแม้จะจัดว่าสวยมากก็ตาม
“แหม อั๊วทำธุรกิจ ก็ต้องการกำไรเป็นธรรมดา แต่ที่เอามาให้คุณเมฆเพราะใจนึงก็สงสาร”
“สงสาร???” เมฆเลิกคิ้วดกดำด้วยความสงสัยกับคำว่าสงสารของเสี่ยเม้ง สงสารอย่างไรกัน สงสารแต่กลับเอามาขายให้เขาและสภาพที่เละเทะแบบนั้นเรียกว่าสงสาร ช่างย้อนแย้งกับการกระทำสิ้นดี
“อะ อะ ป้าของอาขวัญติดหนี้พนันที่บ่อนอั๊ว ไม่มีจ่ายก็เลยเอาหลานมาใช้หนี้แทน แต่อั๊วอยากได้เงินมากกว่าคน ก็ต้องหาทางเอาเงินคืนสิ” แต่การเป็นหนี้ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะใครหรืออะไร เสี่ยเม้งไม่ได้ปริปาก ทั้งยังโกหกเรื่องไม่ได้ต้องการตัวของเธอ
“สงสารก็ส่วนนึง อยากได้เงินคืนก็ส่วนนึง”
ในขณะที่รับฟังคำกล่าวของเสี่ยเม้ง สายตาคมก็ยังเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่เป็นระยะ จนหน้าจอโทรศัพท์โชว์ข้อความที่ถูกส่งมาจากคนสนิท
//เป็นพนักงานของเราครับ ชื่อของขวัญ อายุยี่สิบห้าปี ยังไม่แต่งงาน อยู่แผนกธุรการ ฝ่ายเลขาผู้บริหาร ทำงานใน MK Corporation มาหนึ่งปี แปดเดือน ห้าวัน//
อิฐส่งข้อมูลคร่าว ๆ ที่ได้จากฐานข้อมูลของบริษัทให้เจ้านายหนุ่มได้รับทราบ
---ฝ่ายเลขาผู้บริหาร แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แปลกตรงไหน มีเป็นสิบ--- เมื่อได้รับทราบข้อมูลที่อิฐส่งมาให้ เมฆินทร์ก็นิ่งไปสักครู่อย่างใช้ความคิด ในมโนความคิดนั้นยังติดอยู่กับร่างเล็กผิวเนียนละเอียดที่ได้เห็นเมื่อสักครู่ ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มจนโป่งออกไปข้างหนึ่ง
“ปิดเรื่องราวทั้งหมดของผู้หญิงคนนี้ ห้ามให้ใครรู้ว่าเธอไปกับใคร และห้ามให้ใครติดต่อเธอได้ ถ้าเสี่ยรับปากผมจะจ่ายให้หนึ่งล้าน”
เสี่ยเม้งทำตาโตถึงกับตะลึงงัน เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยราคาที่สูงเกินคาดเสนอให้ตน ชายสูงอายุพุงพลุ้ยไม่รีรอที่จะรับปากแต่โดยดี จะปฏิเสธได้อย่างไรกัน ไม่คิดว่าเมฆินทร์จะชื่นชอบในตัวของขวัญขนาดนี้ เขายิ้มกริ่มอย่างพอใจที่จะได้เงินล้านโดยไม่ต้องลงทุนอะไร
“เรื่องนี้จะไม่มีใครรู้และติดต่ออีได้อีกตลอดไป แม้แต่ลุงกับป้าของอี อั๊วรับปาก...แต่ถ้าคุณเบื่อทางบ่อนก็ยินดีรับเศษที่คุณเคี้ยวจนหมดหวานแล้วมาเติมน้ำตาลใหม่”
ความหมายที่เมฆินทร์เข้าใจได้อย่างชัดเจน หากเมื่อไหร่ที่หญิงสาวคนนี้หลุดจากมือเขาไปสู่โลกภายนอก คงไม่พ้นที่จะถูกป้าและเสี่ยเม้งตามตัวกลับไปสร้างเม็ดเงินจากร่างกายเธออีกครั้ง
---เลวครบจบในตัวเองดีจริง ๆ---
“ทำไมถึงมีรอย” ลูกค้าผู้ทรงอำนาจเอ่ยวาจาราบเรียบหากแต่หนักแน่น
“ก็อีดื้อ แต่อั๊วไม่ได้ทำอะไรอีนะ ป้ากับลุงอีทั้งนั้น ส่วนที่อียังหลับอยู่เพราะฤทธิ์ยา ไม่อยากให้เด็กมันตกใจ อั๊วรับรองได้ยังใหม่แน่นอน”
“อืม เช็กไม่ยาก”
สายตาคมมองมายังเสี่ยเม้ง แม้ไม่ได้สบตาโดยตรงกลับรู้สึกเสียวสันหลังถึงความน่ากลัวของคนผู้นี้
“ถ้าเสี่ยกล้าย้อมแมวมา ก็เตรียมตัวย้ายถิ่นฐานไปตั้งตัวใหม่ในนรกได้เลย” เมฆไม่ได้ขู่ แต่เป็นการเตือนด้วยความหวังดีจากเขา หากกลับใจตอนนี้ยังไม่สาย เสี่ยเม้งเม้มปากแน่น
“อาคุณเมฆ ที่อั๊วน่ะไม่มีใครแตะต้องอีจริง ๆ แต่ที่อื่นอั๊วก็ไม่สามารถควบคุมได้”
เมฆินทร์พยักหน้าให้บอดี้การ์ดของตนเอง นำเงินสดวางตรงหน้าเสี่ยเม้ง แล้วจึงพาร่างบางออกไปขึ้นรถ จากนั้นเรน มือขวาคนสนิทของเมฆินทร์ก็เดินเข้ามากระซิบเพื่อแจ้งว่าได้ทำลายภาพกล้องวงจรปิดทั้งหมดเรียบร้อย ผู้เป็นเจ้านายพยักหน้าเป็นการรับรู้และก้าวขึ้นรถ
