บทที่ 8 ทางเลือก (1)

ของขวัญลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของอีกวัน เธอหลับตาลงอีกครั้งแล้วโคลงศีรษะเบา ๆ เพื่อเรียกสติตัวเองและขับไล่ความมึนงง เพียงขยับเล็กน้อยก็รู้สึกปวดระบมไปทั้งตัว ลำแขนเล็กฝืนยันร่างกายให้ลุกนั่ง หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พยายามไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ที่พอจะจำได้ ของขวัญแม้จะยังรู้สึกมึนงงอยู่แต่ก็พอจะจำเรื่องราวได้ดี หากแต่ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่จะตื่นลืมตาขึ้นมานั้นคือเธอถูกจับมัดมือไพล่หลัง เสี่ยเม้งคุยโทรศัพท์กับใครสักคนจากนั้นก็ถูกพาตัวมาที่รถ แล้วจากนั้นความทรงจำของเธอก็ขาดไป

ของขวัญกวาดสายตามองไปรอบตัว ห้องนอนสีขาวคุมโทนด้วยสีเทาอ่อนดูสะอาดสะอ้าน เตียงกว้างสีขาวละมุน ข้าวของถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ของขวัญก้าวเท้าลงจากเตียง เธอย่นหน้าเมื่อความเจ็บวิ่งแปลบไปทั้งร่างกาย มือบางลูบไปยังแขนและไหล่ที่ระบมจากการถูกฉุดกระชาก มองสำรวจไปทั่วร่างกายของตัวเองก็พบว่าเสื้อผ้าของตัวเองยังอยู่ครบ หากแต่มันสกปรกไปกว่าที่ควรจะเป็นอยู่มาก ของขวัญเดินไปที่ประตูและพบว่ามันไม่ได้ถูกล็อกจากด้านนอก เธอเปิดประตูออกแล้วเดินลงบันไดมาพลางกวาดสายตามองไปโดยรอบ

---บ้านของใคร--- หรือมีคนช่วยเธอออกมาจากขุมนรกนั่น

บ้านหลังขนาดกลาง หากแต่สะดวกสบายครบครัน บรรยากาศช่างน่าอยู่ดูอบอุ่นอย่างที่ทั้งชีวิตเธอไม่กล้าวาดฝันมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของ หากเจ้าของบ้านหลังนี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอจากคนกักขฬะพวกนั้น ของขวัญก็อยากจะขอบคุณเขาสักหน่อยก่อนไป

“ตื่นแล้วเหรอ??”

ร่างบางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เหลียวมองไปรอบตัวเพื่อหาที่มาของเสียงทุ้มนั้น แต่รอบตัวกลับไม่พบใครสักคน

“มองหาฉันเหรอ” ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแต่ยังต้องการที่จะเอ่ยถาม

“คุณคือเจ้าของบ้านเหรอคะ คุณช่วยฉันจากเสี่ยเม้งไว้ใช่ไหม ขอบคุณมากนะคะ”

ของขวัญเดินหยุดที่หน้าประตูบานหนึ่งที่ปิดสนิท และเสียงปริศนาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“เข้ามาสิ”

เธอเปิดประตูเข้าไปตามเสียงทุ้ม อยากจะขอบคุณเขาที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอออกมาจากบ่อนเสี่ยเม้งและคนกักขฬะเหล่านั้น

“สวัสดีค่ะ”

ชายผู้หนึ่งกำลังนั่งมองหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่แสดงภาพกล้องวงจรปิดนับสิบตัวภายในบ้านหลังนี้ เขาหมุนเก้าอี้หันมาหาเธอ ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วหนาเป็นเส้นตรง รับกับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากหยัก ทว่าความหล่อเหลานั้นกลับชวนให้รู้สึกถึงความน่าหวาดหวั่นไปพร้อมกัน

ปัง!!!!!!! เพียงปลายนิ้วของเขาสัมผัสปุ่มสีแดงบนรีโมตที่อยู่ในมือ ประตูที่เปิดก็ปิดเข้าหากันในทันที ของขวัญสะดุ้งตัวหันกลับไปมองประตูที่ปิดลง มือเรียวกำเข้าหากันและมีเหงื่อซึม แม้ไม่รู้สึกถึงอันตรายแต่ก็สัมผัสไม่ได้ถึงความปลอดภัยเช่นกัน

“คุณเป็นใครคะ”

“เธอจำเป็นต้องรู้เหรอ” เขาตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้ายังคงนิ่งไร้อารมณ์ เท้าบางก้าวถอยหลังทันที เมื่อเมฆินทร์ยืนขึ้น เขาดูนิ่งและเยือกเย็นจนน่ากลัว มือหนาขยับสูทตัวนอกเล็กน้อย ก่อนเบนสายตามองหญิงสาวที่ทำท่าอึกอัก เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกวางพาดไว้บนพนักพิงเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ แล้วปลดกระดุมเสื้อและกระดุมที่แขนออก เมฆินทร์ก้าวเข้ามาหาเธออย่างใจเย็น ทว่าความใจเย็นนั้นกลับทำให้ของขวัญรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาหาเธอ เธอก้าวถอยหลังแล้วกลับหลังหัน สมองสั่งให้ร่างกายออกวิ่งให้ไว

“หยุด!!” เขาเอ่ยเสียงเข้ม ในขณะที่หญิงสาวกำลังพยายามเปิดประตูและส่งเสียงเรียกให้ใครสักคนช่วยเธอ แต่ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของเมฆินทร์ และคนที่อยู่ที่นี่ก็ล้วนแต่เป็นคนของเขาทั้งนั้น

“เจ็บคอเปล่า ๆ”

เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่ สายตาจับจ้องหญิงสาวที่รูปร่างเย้ายวน ของขวัญไม่ใช่คนบอบบางทว่าก็ไม่ได้ถึงกับอวบอั๋น รูปร่างของเธอตรงตามความต้องการของเมฆินทร์ เรียกได้ว่าถูกใจเป็นการส่วนตัวก็ว่าได้

“ของขวัญ”

เจ้าของชื่อนิ่งชะงัก หันกลับมามองคนที่นั่งไม่ทุกข์ร้อนอะไรด้วยความไม่เข้าใจ ในหัวของเธอเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เขาเป็นใครกันแน่ เขาช่วยเธอเอาไว้จากคนเลวพวกนั้นหรือเป็นพวกเดียวกัน หากเสี่ยเม้งขายเธอให้กับคนอื่นจริง ที่นี่ดูแล้วอย่างไรก็ไม่ใกล้เคียงกับผับบาร์หรือสถานที่ค้าประเวณีเลยสักนิด

“คุณเป็นใครกันแน่ คุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไง”

มุมปากของเมฆินทร์ยกขึ้นข้างหนึ่ง เขาไม่ตอบคำถามเธอในทันที แต่กลับคว้าเอาเครื่องดื่มสีน้ำตาลทองมารินลงแก้วที่มีน้ำแข็งอยู่ก้อนหนึ่ง ท่าทางใจเย็นของเขากลับทำให้ของขวัญเริ่มหวาดหวั่น เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาหรือสถานที่แห่งนี้เลยสักนิด การไม่รู้ยิ่งทำให้กดดันและอึดอัด เมฆินทร์ยกแก้วในมือขึ้นดื่ม ทว่าสายตาคมไม่ได้ละออกจากใบหน้าสวยเลยสักวินาที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป