บทที่ 12 โทษสำหรับคนที่คิดจะหนี
12 โทษสำหรับคนที่คิดจะหนี
เป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่อิณราใช้ชีวิตอยู่ภายในห้องแคบๆโดยไม่ได้ออกไปสู่โลกภายนอก ตอนนี้อาการป่วยของเธอเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆจนใกล้จะหายเป็นปกติแล้ว ส่วนซาตานร้ายใจหยาบคนนั้น ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่กลับมาอีกเลย ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
ร่างเล็กนั่งท้าวคาง มองออกไปนอกหน้าต่าง จู่ๆก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา นี่คงเป็นโอกาสเดียวเท่านั้นที่จะหนีออกจากที่นี่ เพราะถ้าไม่ไปซะตั้งแต่ตอนนี้ เธออาจจะไม่มีโอกาสกลับไปหาครอบครัวอีกเลย
หญิงสาวชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ชั้นที่เธออยู่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ถ้ากระโดดลงไปมีหวังขาหักแน่ๆ แต่นี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้เธอหนีไปจากไอ้สารเลวได้
“ฉันจะทำยังไงดี” อิณราเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง คิดหาวิถีหนี มันต้องมีสักวิธีสิที่จะไม่ทำให้เธอเจ็บตัว
กึก!
ดวงตากลมโตกระตุกเหมือนคิดอะไรได้ ถ้าเธอใช้ผ้าปูที่นอนมัดที่ขอบหน้าต่างแล้วโรยตัวลงไป อย่างน้อยก็ไม่ได้ทำให้เธอบาดเจ็บ
นี่คือทางเดียวเท่านั้น!
อิณรารีบรื้อผ้าปูที่นอนออกแล้วใช้ฟันฉีกกระชากจนขาดแล้วมัดต่อกัน ซึ่งความยาวน่าจะถึงข้างล่างพอดี หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจ มีความหวังที่จะหนีออกจากที่นี่แล้วแจ้งตำรวจมาลากมันเข้าคุก
เธอค่อยๆไต่ผ้าปูที่นอนลงไปจนกระทั่งถึงข้างล่าง เพิ่งรู้ว่าที่นี่เป็นบ้านพักติดทะเล มิน่าล่ะ ทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงรถขับผ่านเลย
อิณรามองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง โชคดีที่ตอนปีนลงมาไม่มีใครเห็น เธอรีบเบี่ยงตัวหลบหลังพุ่มไม้แล้วกวาดตามองหาทางออก ถือว่าวันนี้พระเจ้าเป็นใจ ไม่เห็นลูกน้องของไอ้ชั่วสักคน สงสัยมันคงไม่คิดว่าเธอจะหนี
“คนชั่วอย่างแกต้องได้รับกรรม!”
เมื่อได้จังหวะอิณรารีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิตแล้วปีนกำแพงออกไป ความหวาดกลัวทำให้เธอสามารถปีนกำแพงสูงท่วมหัวได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และในที่สุดเธอก็หนีออกมาจากขุมนรกได้สักที
ตึก!ตึก!ตึก!
เธอวิ่งไปข้างหน้าโดยไม่หันหลังกลับไป คิดว่าถนนใหญ่คงอยู่ไกลเพราะได้ยินเสียงรถขับผ่าน กระทั่งวิ่งทะลุออกจากป่าแล้วเจอถนนหลักเข้าสู่ตัวเมือง
น้ำตาไหลทะลักออกมาด้วยความดีใจ เธอรอดแล้ว รอดจากเงื้อมืออสูรร้ายแล้ว
และในจังหวะที่เธอแอบอยู่หลังต้นใหญ่ ก็มีสปอร์ตหรูสีแดงเพลิงขับผ่านมาพอดี ไม่รู้ว่าเป็นรถใคร แต่คงไม่ใช่รถไอ้ชั่วนั่นแน่นอน
“ช่วยด้วยค่ะ!! ช่วยฉันด้วย!”
เธอโผล่ออกมาแล้วโบกมือขอความช่วยเหลือจากรถคันนั้น และมันก็ได้ผลจริงๆ คนขับรีบหยุดรถจอดกลางถนน
อณิราปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแสนมอมแมมด้วยความดีใจแล้วรีบวิ่งไปที่รถคันนั้น แต่พอคนในรถเลื่อนกระจกลงทำให้เธอถึงกับสะดุ้งเพราะเจ้าของรถคันนี้หน้าตาดีอย่างกะดารา ใบหน้าของเขาลงตัวทุกสัดส่วน ทั้งปาก จมูก รวมไปถึงดวงตาคมกริบแสนดุดันคู่นั้น ริมฝีปากหยักสุดเซ็กซี่ขยับขึ้นลงเบาๆ
“หนีอะไรมาหรอครับ”
“นะ…หนีโจรมาค่ะ! ฉันถูกโจรจับตัวมา ได้โปรดไปส่งฉันที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวตอบด้วยความร้อนใจกลัวว่าพวกมันจะมาเสียก่อน
“ได้สิครับ ขึ้นมาสิ ผมจะไปส่งคุณให้ถึงที่เลย”
“ขอบคุณมากๆนะคะ ขอบคุณจริงๆ” อิณรารีบยัดร่างเข้ามาในรถ ก่อนที่คนขับจะกระชากเกียร์แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวร่างเล็กนั่งสั่นหงก น้ำตาไหลตลอดทาง ไม่คิดว่าตัวเองจะโชคดีขนาดนี้ที่เจอพลเมืองดี
แต่ในจังหวะที่เธอเงยน้าขึ้น ก็ดันไปสบตากับชายคนขับที่มองผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาแปลกๆ ทำให้เธอเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาทุกที ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความมั่นใจว่าเขาไม่ใช่พวกของมัน
“เอ่อ…คุณใช่คนแถวนี้ใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่ครับ ถามทำไมหรอ”
“ฉะ…ฉันแค่กลัวว่าคุณจะเป็นพวกมัน”
“ผมจะเป็นพวกมันได้ยังไง หึ...หึ” ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มมุมปาก อิณราที่นั่งอยู่ด้านหลังเริ่มรู้สึกแปลกๆเพราะเขาขับรถเร็วเหลือเกิน
แต่ว่าเสียงของเขาฟังแล้วคุ้นมาก เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
กึก!!!
อิณราอ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อทันทีเมื่อรถคันดังกล่าวเลี้ยวผ่านประตูเข้ามาภายในบ้านที่เธอเพิ่งหนีออกมา
“คุณ!!!”
“คิดจะหนีหรอ”
“ปล่อยฉันนะ!! ปล่อย!” ราฟาเอลพุ่งเข้ามาล็อคร่างของเธอเอาไว้ แล้วกระชากลงจากรถยนต์
“ตายจริง! นั่นหนูอินใช่ไหม” ป้าน้อยที่กำลังจะนำผ้าไปซักเอ่ยถามด้วยความตกใจ ก่อนจะมองขึ้นไปยังห้องที่เธออยู่ เห็นผ้าปูที่นอนสีขาวถูกมัดห้อยลงมาจากหน้าต่าง
“ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ฮรื้อ…”
“เธอยังไม่ไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่อนุญาต!” ราฟาเอลขบกรามเข้าหากันแน่น
ตอนแรกเขาตั้งใจจะไม่ให้อิณราเห็นหน้าด้วยซ้ำ เพราะไม่อยากให้รู้ว่าเป็นใคร แต่ตอนนี้เธอเห็นหน้าเขาแล้ว คงไม่มีประโยชน์ที่จะต้องปกปิดตัวตนอีกต่อไป
“อยากกลับบ้านมากใช่ไหม” เขากระชากร่างของเธอเข้ามา เค้นถามเสียงต่ำน่ากลัว “ฉันถามว่าอยากกลับมากใช่ไหม!!”
“ใช่!! ฉันอยากไปจากที่นี่ ไปจากขุมนรกแห่งนี้ และฉันก็จะแจ้งตำรวจมาลากตัวเดนรกอย่างคุณเข้าคุก!” อิณราตะคอกกลับโดยไม่เกรงกลัวอีกฝ่าย ในตอนนี้ชีวิตของเธอก็ไม่มีอะไรเสียแล้ว เพราะเขาคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่ๆ
“ได้…อยากกลับมากใช่ไหม งั้นฉันจะส่งเธอกลับบ้านเอง!”
“กรี๊ดด!!”
เขากระชากร่างของเธอไปที่สะพานหลังบ้านพักตากอากาศแล้วสั่งให้ลูกน้องมัดร่างของเธอติดกับเสา ป้าน้อยเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบว่างตะกร้าเสื้อผ้าแล้ววิ่งเข้ามาห้าม
“นั่นคุณราฟาเอลจะทำอะไรคะ!”
“ก็จะส่งแม่นี่กลับบ้านไงครับ” เขายืนกอดอกมองร่างที่กำลังถูกลูกน้องมัดติดกับเสา มุมปากหยักเหยียดยิ้มด้วยความพอใจ
อยากหนีนักใช่ไหม!
“เรียบร้อยแล้วครับ” ภาคินลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามารายงาน แม้จะไม่เห็นด้วยกับเจ้านายแต่ก็ต้องทำ เพราะช่วงนี้ฝนตกติดต่อกันแทบทุกวันทำให้น้ำทะเลขึ้นเร็วมาก ผู้หญิงคนนั้นอาจจะจมน้ำตายก็ได้ “นายจะทำแบบนี้จริงๆหรอครับ”
“ทำไม ฉันทำไม่ได้หรอ”
“ช่วงนี้น้ำทะเลขึ้นเร็วมาก ผมกลัวว่า….”
“ก็ดีสิ มันจะได้ลิ้มรสความทรมานที่นิต้าเจอ ว่ามันทรมานแค่ไหนกว่าจะขาดใจตาย!”
“แต่คุณนิต้าคงไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นายทำ”
“ไม่หรอก นิต้าอาจจะรอผู้หญิงคนนี้อยู่ก็ได้” ราฟาเอลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตาหนักแน่นจ้องไปที่ร่างของผู้หญิงคนนั้น แค่สั่งสอนคนที่คิดจะหนีว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
“เก่งจริงก็หนีให้ได้สิ ถ้าทำได้ ฉันจะปล่อยเธอไป!”
ป้าน้อยกับภาคินได้ส่ายหน้าให้กับความโหดร้ายของเจ้านาย แม้จะไม่มีใครเห็นด้วยแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัด เพราะคนอย่างราฟาเอลค่อนข้างเด็ดขาด
นางได้ภาวนาขอให้อิณราหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้
-----------------
