บทที่ 1 บทนำ
บทนำ
“ช่วยข้าด้วย เหมยจื่ออิง เจ้าช่วยข้านะ ช่วยข้าหนีออกไป**จากที่นี่”
“อยู่ที่นี่ไปจนตายเถอะ มันเหมาะสมกับเจ้าแล้ว”
“ทำไม ทำไมเจ้าพูดเช่นนี้”
นางถามเสียงสั่นเครือ ในใจเต็มไปด้วยความกลัว
“ข้าเกลียดใบหน้างดงามของเจ้า เกลียดความสดใสอ่อนหวานน่าดึงดูดของเจ้า มารดาของข้าชอบคนงาม วัน ๆ นางเอาแต่พูดว่าข้าน่าเกลียด นางไม่เคยชมข้า เอาแต่ชมคนอื่น ยิ่งเห็นเจ้าที่งดงามเลยทำให้ข้าเกลียดเจ้ามาก อยากเห็นเจ้าทรมาน ยิ่งเจ้าทรมานใจข้ายิ่งมีความสุข ฉะนั้นจงเป็นของเล่นของเจียงฉางไปจนตายเถอะ”
“อย่าไปนะ ช่วยข้าก่อน ช่วยข้าด้วย”
นางร้องเสียงดังลั่นยามที่ถูกลากไปยังเรือนเล็กด้านหลัง
ประโยคนี้เป็นหว่านอี้หนิงพูดกับเพื่อนสนิทเมื่อสองปีก่อน ในตอนนี้ประโยคนี้ผุดขึ้นมาในหัวยามที่นางกำลังเข้าใกล้ความตาย
คิดถึงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่นางไว้ใจในชีวิต คนที่นางไม่คิดว่าจะหักหลังนางได้ลงคอ
ยังมีสามีสารเลวที่ขายนางให้กับคนมากมายที่อยากลิ้มรสร่างกายงดงามของนาง
ไม่นับบิดาผู้ให้กำเนิดที่เหมือนไม่เคยเห็นว่านางเป็นลูกเพราะชิงชังท่านตาของนางจนพาลมาลงกับนางและมารดา แม่เลี้ยงที่หวังให้นางตายเพื่อให้บุตรชายหญิงตัวเองขึ้นมาแทนที่ อนุของบิดาที่เดิมทีเป็นคนสนิทของมารดานาง คนพวกนั้นล้วนแต่กระทำกับนางอย่างต่ำช้าที่สุด
“ขาวไปทั้งตัว งดงามทั้งใบหน้า ร่างกาย อ่า…ชาตินี้ทั้งชาติข้าตายตาหลับแล้ว”
“ทำไมหน้าอกนางถึงได้แดงช้ำขนาดนี้ พวกเจ้าเบามือหน่อยสิ ของเสียหมด”
“ใครจะหยุดมือได้ นางน่าตีน่าจับต้องไปหมดทุกส่วนขนาดนี้”
“เร็วหน่อย คนรอต่อจากท่านอีกหลายคน”
“รู้แล้ว ๆ ข้าเร่งรีบอยู่”
เสียงของบุรุษสารเลวที่วนเวียนหาความสุขจากเรือนร่างของหว่านอี้หนิงพูดคุยกันไปมา นางได้แต่เบี่ยงหน้าหลบจูบที่น่าขยะแขยง ก่อนถูกฝ่ามือใครสักคนตบลงมาเต็มแรงเมื่อนางไม่ยินยอม
ความเจ็บแสบร้อนบนใบหน้าทำให้หว่านอี้หนิงอยากกัดลิ้นตัวเองให้ตายตกให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะนางยังมีความหวังที่แสนจะริบหรี่ หวังว่าตัวเองยังสามารถรอดไปจากขุมนรกขุมนี้ได้
ร่างกายเปลือยเปล่าที่ถูกรุกล้ำเจ็บแสบไปทั่วร่าง เพราะความหนักมือของบุรุษกว่าสิบคนที่เริ่มกระทำย่ำยีนางอย่างรุนแรง ไม่สมกับฐานะที่พวกเขามี
ดวงตาดอกท้อเลื่อนลอยมากขึ้นเรื่อย ๆ ยามที่เบิกตามองหลังคาของเรือนหลังเล็กท้ายจวนของสามีแซ่เจียง เจียงฉาง เจ้าสารเลวที่ขายนางเพื่อความสนุกหวังเห็นความทรมานของนาง บุรุษที่ครั้งหนึ่งนางเคยคิดฝากทั้งชีวิตไว้กับเขา คนที่นางมองว่าดี ไม่มีรอยด่างพร้อย แท้จริงเป็นคนชั่วช้าคนหนึ่ง
นานแค่ไหนไม่รู้ที่หว่านอี้หนิงถูกทรมานจนเจ็บระบมไปทั้งตัว มุมปากสองข้างแตกจนเลือดซึม ใบหน้าสองข้างบวมแดงเพราะถูกตบ ทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยมือรอยฟันช้ำจนไม่น่าดู
ตอนนี้คนชั่วพวกนั้นออกไปหมดแล้ว นางนอนนิ่งราวศพไร้ชีวิต ดวงตาเบิกกว้างมองหลังคาเรือนหลังเล็กอย่างหมดสิ้นพังทลาย
รอยยิ้มหวานที่หายไปนานปรากฏขึ้นพร้อมกับมือข้างหนึ่งที่เอื้อมขึ้นไปพยายามคว้าเอาสิ่งที่นางอยากได้ นั่นคือความรัก ความใส่ใจในอากาศ แต่สุดท้ายนางคว้าได้แค่ความว่างเปล่าจนตระหนักได้ว่านางไม่ควรหวังแล้ว
เป็นเวลากว่าสองปีที่นางถูกทรมานเช่นนี้ สามีขายนางทุกสองเดือนเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต เขาจะบอกเล่าสหายสนิทและคนที่อยากลิ้มรสเรือนร่างหญิงงามล่มเมือง ขายนางด้วยราคาคืนละหมื่นตำลึง แต่ละหนไม่ได้ขายให้คนคนเดียว กลับขายให้คนมากกว่าแปดคนขึ้นไป ทุกครั้งนางไม่ได้ยินยอม แต่เพราะเขาบีบคั้นนาง ลากนางมาขังไว้ที่นี่ คอยรับแขก เป็นที่ระบายอารมณ์ให้เขา
นางไม่เข้าใจว่าทำไมเขาทำแบบนี้ สามเดือนแรกที่นางแต่งเข้ามาเขาดีต่อนางมาก รักถนอมเหมือนกับว่าชาตินี้เขาจะไม่มีทางผิดต่อนาง แต่เดือนที่สี่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง สาวใช้ในเรือนด้านหลังกลับแข็งข้อกับฮูหยินเช่นนางขึ้นเรื่อย ๆ สายตาของสาวใช้พวกนั้นเห็นชัดว่าไม่พอใจ ท้ายที่สุดนางรู้ว่าสาวใช้ทั้งจวนคือสตรีของสามีที่เขาเอาไว้ระบายความใคร่ความต้องการมากล้นของตัวเอง นางไม่เคยระแคะระคายมาก่อน ไม่คิดฝันว่าจะพานพบเรื่องเช่นนี้
ยามนางไปโวยวายต่อว่าด่าทอ เขากลับไม่ได้สำนึกผิด ยังเอ่ยปากว่าเรื่องธรรมดาของบุรุษ นางจะโวยวายให้ได้อะไร เมื่อนั้นนางส่งคนไปแจ้งบิดาเพื่อให้บิดาออกหน้าจัดการให้เขาไว้หน้านางบ้าง แต่บิดากลับนิ่งเฉยไม่ช่วยเหลือ ยังบอกว่านางช่างไม่รู้ความ ไม่สมกับเป็นคนจากตระกูลหว่าน คนอื่นในจวนด่าทอต่อว่าที่นางใจแคบ น้องชายน้องสาวต่างหัวเราะเยาะ มองความทุกข์ของนางเป็นเรื่องตลก
หลังจากนั้นเริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ อนุเริ่มเพิ่มเข้ามาคนสองคนก่อนมากถึงยี่สิบ จวนหลังใหญ่ของเขาไม่มีพื้นที่เพียงพอด้วยซ้ำ
เวลายิ่งผ่านไปเขายิ่งเย็นชากับนาง บอกว่านางโลมยังทำหน้าที่บนเตียงได้ดีกว่า นางทำเหมือนตัวเองเป็นขอนไม้แข็งทื่อ หากไม่เพราะมีใบหน้าที่งดงามหยาดเยิ้มมีหรือเขาจะสนใจเอามาเป็นฮูหยิน
สำหรับเขา นางคือสตรีน่าเบื่อหน่าย
แต่ละเดือนผ่านไปเขาหมางเมินจนแทบไม่มาหา ในที่สุดกลายเป็นห่างเหินเหมือนคนแปลกหน้า หว่านอี้หนิงแค้นใจที่นางได้สามีผิด แต่ทำอะไรไม่ได้
ที่ร้ายที่สุด ในเดือนสุดท้ายของปีแรกที่แต่งงานนางได้ล่วงรู้ความลับของเขาที่เก็บซ่อน กิจการผิดกฎหมายมากมายที่เขากระทำถูกนางรู้ทั้งหมด นางโง่งมเองเมื่อรู้กลับเอาไปข่มขู่เขา บอกว่าหากเขาไม่ไล่อนุพวกนั้นออกไปและให้ความสำคัญแก่นาง นางจะเอาเรื่องนี้ไปแจ้งทางการ
ผลจากความโง่เขลาในวันนั้นทำให้นางตกอยู่ในสภาพนี้ เขาลากตัวนางมาขังที่นี่ ให้อยู่ภายในเรือนเล็กท้ายจวนที่ห่างไกลคน คอยรับรองแขกเลวทรามที่เขาหามาให้ คอยรองรับอารมณ์คนพวกนั้นเพื่อให้เขาสร้างเส้นสาย ที่เขาทำเพราะเขารู้ว่าทุกคนต่างต้องการสัมผัสลิ้มรสนางที่เป็นถึงหญิงงามล่มแคว้น เพื่อผูกไมตรีกับคนในราชสำนัก เขาไม่คิดมาก ทำเหมือนนางเป็นนางโลมชั้นต่ำที่ซื้อมาไว้รับรองแขกของจวน ขังนางไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ทำเหมือนนางไม่ใช่คน ทรมานนางทั้งกายใจ
หนึ่งปีที่อยู่ในตำแหน่งภรรยาออกหน้าที่ต้องกล้ำกลืนเพราะสามีเย็นชา ไร้ความใส่ใจ อีกสองปีที่ต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นในเรือนเล็ก นางคิดมาตลอดว่าบิดาจะสงสัยที่นางไม่เคยปรากฏตัวมาสองปี ส่งคนมาตามหาถามเอาเรื่อง แต่ว่าการรอของนางไม่เคยเป็นจริง บิดาเหมือนลืมนางไปแล้วนั้นเพราะนางไม่ใช่ลูกที่เขารักใส่ใจ ผู้คนต่างหลงลืมนางไปสนิทใจ
ยิ่งเมื่อปีก่อนมีการคัดเลือกหญิงงามล่มเมืองคนใหม่ นางยิ่งเลือนหาย สามีชั่วช้าบอกว่านางป่วยหนัก ไม่อาจออกจากจวน ผู้คนด้านนอกล้วนเชื่อ ส่วนคนตระกูลหว่านรู้เต็มอกแต่ไม่คิดยื่นมือ พวกนั้นยิ่งกว่าเลวทราม
ต่อหน้าผู้คน สามีของนางช่างแสนดี อบอุ่นอ่อนโยน เขาพูดอะไรใครก็เชื่อ จะมีใครคิดว่าเขาชั่วช้าขนาดขายภรรยาตัวเองให้หลับนอนกับคนไปทั่วแลกกับเงินและไมตรี
ความหวังในตอนนี้ไม่เหลือแล้ว นางหมดสิ้นความหวัง คืนนี้รับรู้ได้ว่าลมหายใจของนางอ่อนลงมากกว่าครั้งไหน นางทรมานมาได้นานขนาดนี้นับว่าเกินคนแล้ว
การร่วมรักแต่ละครั้งไม่ใช่แค่ต้องทนมือเท้า บางครั้งบุรุษชั่วพวกนั้นยังใช้อาวุธมาทุบตีทรมานให้นางส่งเสียงให้พวกมันพอใจ
ใบหน้าผู้คนมากมายที่ร้ายกับนางปรากฏขึ้นมาในหัวทีละคน คนชั่วที่ทำให้นางต้องมาพบคนสารเลวแซ่เจียง แต่จะโทษคนพวกนั้นทั้งหมดไม่ได้ ผิดที่นางโง่เอง ผิดที่มองคนไม่ออก ไม่สู้คนและช่วยเหลือตัวเองแต่แรก
“สวรรค์ ข้าถูกท่านทรมานจนพอใจแล้วหรือไม่ หากทรมานข้าจนพอใจแล้ว ช่วยข้าสักหน่อย ให้คนที่ทำกับข้าได้รับกรรม ให้พวกมันทุกคนชดใช้ให้ข้า ให้พวกมันทุกข์ทรมานกว่าข้าพันเท่าหมื่นเท่า ให้พวกมันไม่มีใครตายดี สามีชั่วช้า เพื่อนสนิทที่เลวทราม บิดาที่โหดเหี้ยมกับลูกของตัวเอง ทุกคนที่ทำให้ข้าต้องตกอยู่ในสภาพนี้ น้องสาวน้องชายที่เอาแต่มีความสุขบนความทุกข์ใจของข้าพวกนั้น ช่วยจัดการให้ข้าที”
เมื่อคำพูดสุดท้ายจบลง ลมหายใจก็ปลิวหายพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง
นางตายตาไม่หลับ
