บทที่ 10 อดีตคู่หมั้น
บทที่ 9
อดีตคู่หมั้น
“คุณชายโต้ว”
หว่านอี้หนิงทักผู้มาใหม่
“ดีใจที่ได้เจอกันที่นี่“ โต้วหลางว่าแล้วมองไปที่หลงจู้ของร้าน ยืดอกขึ้นท่าทีผ่าเผย “ทุกอย่างที่คุณหนูรองหว่านซื้อข้าจ่ายให้นางเอง” โต้วหลางเอ่ยปากอย่างใจกว้าง
หว่านอี้หนิงไม่ยิ้มด้วยซ้ำ “ข้าคงรับน้ำใจไม่ได้”
“เราคนกันเอง ไยรับน้ำใจไม่ได้” โต้วหลางยังคงให้คนสนิทของเขาจ่ายเงินแทน
“ตอนนี้คุณชายโต้วเป็นคู่หมั้นน้องสาวข้า ทำเช่นนี้คงไม่หมาะ เฟยฮวาจ่ายเงิน”
เฟยฮวาเดินไปขวางคนของโต้วหลาง จัดแจงจ่ายเงินตัดหน้า หลงจู้สาวได้แต่ยิ้มกว้างรับเงินไปจัดการ เอาสินค้าที่ลูกค้าเลือกใส่กล่องมามอบให้
โต้วหลางมองสาวงามยิ้ม ๆ เขารู้สึกเสียดายที่ถอนหมั้นกับหญิงสาวที่มีความงามเหนือสตรีขนาดนี้ แม้ว่าหว่านลู่หลินจะงาม หากน้อยกว่าสตรีที่ยืนตรงหน้าเขาเวลานี้
หว่านอี้หนิงมองเฟยฮวารับของแล้วสวมหมวกเดินออกจากร้าน
โต้วหลางมองตาม ในใจสนใจนางมากกว่าเดิม ยิ่งยากเขายิ่งยากได้ แต่งหว่านลู่หลินเป็นภรรยาเอก ส่วนภรรยารองเขาอยากให้หว่านอี้หนิงเป็น
หว่านอี้หนิงลอบยิ้ม นางไม่ได้ขัดคำสั่งบิดา ไม่ได้เผยตัว เป็นโต้วหลางที่ทำให้คนอื่นในร้านรู้ว่านางเป็นใคร คนในร้านมีไม่มากด้วยเป็นร้านเครื่องประดับเล็ก ๆ ที่ชนชั้นกลางมักมาซื้อเพราะราคาไม่แพง นางเลือกร้านนี้เพราะชาติก่อนรู้มาว่าหลงจู้ร้านนี้เป็นแหล่งปล่อยข่าวลือ หากรู้เรื่องจวนใดจะเอาไปโพนทะนาให้คนรู้กันทั่ว หากอยากให้มีคนเริ่มจดจำ นางก็ควรเลือกสถานที่ให้ถูก
ตั้งแต่นางเข้าร้านและเผยใบหน้าก็รับรู้ว่าสายตาคนทั้งร้านมองมาที่นางเป็นตาเดียว วันนี้นางทำตามแผนสำเร็จ
“คุณชายโต้ว สตรีนางนั้นเป็นคุณหนูรองจวนหว่านหรือ” หลงจู้สาวเอ่ยปากถามสีหน้าสนใจหลังลูกค้ากระเป๋าหนักออกจากร้านไป
“ใช่” โต้วหลางตอบ
“แปลว่านางคือคู่หมั้นท่าน” นางยังจำได้เลือนรางว่าจวนหว่านและโต้วมีสัญญาใจกัน เป็นบุตรสาวภรรยาเอกที่ต้องแต่ง
คำพูดนี้ของหลงจู้ทำให้รอยยิ้มโต้วหลางหายไปกว่าครึ่ง “นางขอถอนหมั้นข้าก่อนกลับมาเมืองหลวง ตอนนี้ข้าหมั้นหมายกับหว่านลู่หลิน น้องสาวของนาง” แม้ไม่อยากบอกก็ต้องพูดให้กระจ่าง บิดาเขารักหน้าตาชื่อเสียง หากรู้ว่าเขาไม่พูดตรงไปตรงมาต้องต่อว่าลงโทษ
หลงจู้สาวได้ยินแล้วยิ่งตกใจ เปลี่ยนคู่หมั้นจากพี่สาวเป็นน้องสาว เรื่องนี้ช่างน่าสนใจ
หว่านอี้หนิงออกมาจากร้าน นางไม่ได้ตรงกลับบ้าน แต่มาที่ร้านสุราขึ้นชื่อของเมืองซึ่งเป็นกิจการของตระกูลเจียง อดีตสามีในชาติก่อน
ชั้นหนึ่งรับลูกค้าทั่วไป ชั้นสองสำหรับชนชั้นสูง ชั้นสามสำหรับแขกสูงศักดิ์ที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวมาหาความสุข ชั้นสามมีทางเข้าลับหลังร้าน คนที่เป็นแขกได้ต้องจ่ายหนักมาก ในชั้นสามมีบรรดาเด็กสาวหน้าตาดีที่ถูกซื้อมาจนถึงจับมาเพื่อบำเรอกามให้แขกอย่างไม่เต็มใจ หว่านอี้หนิงรู้ความลับนี้ของสามีตอนแต่งได้หกเดือน ช่วงที่เจียงฉางปลดหน้ากากแสนดีทิ้งทำให้นางมองเห็นตัวตนชั่วช้าของเขา
“มาที่นี่ทำไมเจ้าคะ ดูไม่ดีเลย” เฟยฮวากังวล
หว่านอี้หนิงยิ้มบางเบาภายใต้หมวก “แค่มารำลึกความหลังเท่านั้น”
เสียงกรีดร้องจากชั้นสามทำให้หว่านอี้หนิงเงยหน้ามอง นางเห็นเด็กสาวคนหนึ่งกระโดดลงมา จากนั้นก็ตกลงบนพื้นตรงหน้า ห่างจากจุดที่นางยืนอยู่ไม่มาก ร่างของเด็กสาวเกร็งกระตุกก่อนสิ้นใจ ดวงตาคนตายยังเบิกกว้าง
เหตุการณ์ระทึกตรงหน้าไม่ทำให้หว่านอี้หนิงหวาดกลัว นางไม่ถอยหนีด้วยซ้ำ นางเพียงมาที่นี่ แต่ไม่รู้ว่าวันนี้จะเกิดเรื่องมีการฆ่าตัวตาย
เงาร่างอ้วนท้วนของชายคนหนึ่งที่ยืนบนระเบียงชั้นสาม หว่านอี้หนิงจดจำได้ทันทีว่าคือใคร ก่อนเขาจะรีบกลับเข้าไปด้านในทันที
เสียงฝีเท้าม้าที่ใกล้เข้ามาทำให้หว่านอี้หนิงก้มหน้าลง ยังไม่ทันที่นางจะเดินออกจากที่เกิดเหตุ เสียงหนึ่งหยุดนางเอาไว้
“คุณหนูรองหว่าน ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่”
กงหยางต้านเอ่ยทักแล้วลงจากม้าเดินไปหยุดหน้าหญิงสาวที่วนเวียนในหัวเขามาหลายวัน ห่างจากนางไม่ถึงสามก้าวคือศพเด็กสาวที่ตกลงมาตาย ท่าทีนิ่งเฉยไม่แตกตื่นของนางเขาเห็นชัดเจน แม้นางจะสวมหมวกที่มีผ้าขาวบางปกปิดใบหน้า แต่เขาจดจำนางได้ทันที
หว่านอี้หนิงไม่อยากเชื่อว่าเขาจะจำนางได้ทั้งที่นางไม่ได้เปิดเผยใบหน้า หญิงสาวมองเขาผ่านผ้าบาง ๆ
“คารวะใต้เท้ากง“
กงหยางต้านมองศพ “เจอเจ้าอยู่กับศพอีกแล้ว”
หว่านอี้หนิงไหนเลยจะเถียง “เหตุการณ์ไม่ทันตั้งตัว เพียงแวะมองหอสุรา กลับพานพบเรื่องราวโชคร้าย”
“ในเมื่อคุณหนูรองหว่านอยู่ในที่เกิดเหตุ เช่นนั้นข้าคงต้องขอไปสอบสวนวันหลัง”
หว่านอี้หนิงมองใบหน้าหล่อเหลาสายตาทอประกายเย็นชาที่พร่ามัวผ่านผ้าผืนบาง
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นวันนี้ขอตัวก่อน”
กงหยางต้านมองตามร่างบอบบางเดินหายไปกับผู้คนที่ห้อมล้อมเข้ามา เขามองขึ้นไปบนชั้นสามของหอสุรายิ้มเย็น ไม่คิดว่าออกมาเที่ยวเล่นจะพานพบเรื่องสนุกและหญิงสาวที่น่าสงสัย
จวนโต้ว
โต้วฮูหยินมองบุตรชายด้วยสายตาตำหนิ เพราะบุตรชายของนาง ตอนนี้จวนโต้วเลยกลายเป็นหัวข้อให้คนพูดถึง
การที่หว่านอี้หนิงขอถอนหมั้นจนโต้วหลางหมั้นน้องสาวอย่างหว่านลู่หลินแทน ถูกผู้คนตั้งคำถามว่าเป็นการบีบให้หว่านอี้หนิงยอมถอยให้น้องสาวหรือไม่ เรื่องการถอนหมั้นครั้งนี้ถือเป็นเรื่องไร้คุณธรรมหรือถูกต้อง
สามีของนางเมื่อรู้เรื่องก็ไม่พอใจมากถึงขั้นต่อว่านางหลายประโยคที่อบรมลูกไม่ดี
“เจ้ามันโง่ ทำอะไรไม่คิด”
โต้วหลางมองมารดา “ท่านแม่ ข้าเพียงคิดน้อยไปเท่านั้น แต่ข้าก็ไม่ได้พูดอะไรผิด พอคนถาม ข้าก็ตอบไปตามตรงว่านางกับข้าถอนหมั้นกันแล้ว นางขอถอนหมั้นก่อนกลับมาเมืองหลวง ข้าพูดแบบนี้จริง ๆ นะ”
“แล้วอย่างไร คนก็สงสัยอยู่ดี เปลี่ยนตัวคู่หมั้นเช่นนี้ใครจะไม่คิดสงสัย ยิ่งเจ้าตามตื๊อนาง ตามตอแยนาง แบบนี้ยิ่งไม่สมควร”
ม่านเซียวเหนื่อยใจกับบุตรชายที่ทำอะไรไม่คิด
“นางเองก็พูดว่านางถอนหมั้นข้าเอง คนคงไม่สงสัย” โต้วหลางยังพูดเข้าข้างตัวเอง
“หากไม่สงสัย บิดาเจ้าจะมาด่าว่าข้าหรือ แม้หว่านอี้หนิงออกหน้าพูดว่าอยากถอนหมั้นเองก็เถอะ”
“ท่านแม่อย่าใส่ใจมาก เมืองหลวงมีข่าวเกิดขึ้นทุกวัน อีกไม่นานผู้คนก็จะหลงลืมเรื่องนี้ไปเอง”
ม่านเซียวสุดท้ายก็ไม่พูดอีก “เจ้าห้ามไปตามนางอีก”
โต้วหลางยิ้มประจบมารดา เขาเดินไปนั่งข้าง ๆ นวดที่แขนมารดา
“ท่านแม่ แต่ข้าพอใจความงามของนาง จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าหลังจากที่ข้าแต่งลู่หลิน หลังจากนั้นข้าสามารถแต่งนางตามเข้ามาอยู่เป็นฮูหยินรองตัวเอง”
ม่านเซียวได้ยินถึงขั้นตีมือบุตรชายที่นวดให้ “เจ้าโลภไปแล้ว หว่านลู่หลินไม่มีทางยอม เจ้าก็รู้ว่านางไม่ถูกกับพี่สาวคนนี้มากแค่ไหน อีกอย่างจวนหว่านไม่ยอมแน่ ฟางเซียนไม่ชอบหน้าหว่านอี้หนิงด้วย”
“โธ่ ท่านแม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องในอนาคต ข้าก็แค่เปรยเอาไว้ก่อนเท่านั้น แต่ถ้าอนาคตมีหนทางที่ทำให้ข้าสมหวังกับนาง ท่านก็ไม่คิดจะช่วยบุตรชายคนนี้เลยหรือ”
ม่านเซียวเห็นสายตาอ้อนของโต้วหลางก็ขัดไม่ลง
“หากว่าเป็นไปได้ค่อยพูดกัน ตอนนี้เจ้าก็ทำตัวดี ๆ เข้าไว้”
“ขอบรับ ๆ ข้าจะทำตัวดี ๆ”
จวนตวน
“เจ้าใหญ่ เจ้าบอกว่าอี้หนิงกลับมาแล้ว”
ตวนจื่อหานถามบุตรชายคนโตเรื่องหลานสาวที่เขาเองก็หลงลืมไปแล้ว
“ขอรับ ข้าได้ยินมาเช่นนั้น ยังได้ยินว่าอี้หนิงขอถอนหมั้นจากโต้วหลาง เพราะจวนโต้วอยากดองกับจวนหว่านเช่นเดิมเลยเลือกหมั้นหมายใหม่ให้บุตรชายคู่กับหว่านลู่หลิน บุตรสาวคนที่สามแทน แต่ดูเรื่องนี้ไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าใดนัก”
ตวนมู่เอ่ยกับบิดาตามข่าวที่เขาได้มา
“นางกลับมาหลายวันแล้ว แต่ว่าพวกเขากลับไม่ให้มาที่จวนเรา แบบนี้แปลว่าต้องการฉีกหน้าเราชัด ๆ ไหนจะจัดการถอนหมั้นของอี้หนิงโดยที่ไม่ถามความเห็นจวนเราอีก พวกเขาคิดว่าจวนตวนเป็นตัวอะไร พรุ่งนี้เจ้าไปที่จวนหว่านถามเรื่องนี้มา”
“ขอรับท่านพ่อ”
ตวนจื่อหานคิดถึงเรื่องราวในอดีต คราแรกที่สองตระกูลเกี่ยวดองก็ดี แต่พอหว่านอี้อันมีตำแหน่งใหญ่โตก็เลือกอยู่คนละฝั่งกับพวกเขาตระกูลตวนหลงลืมบุญคุณที่เขาช่วยให้อีกฝ่ายมีตำแหน่งความสำคัญขึ้นมาทำให้เขาเกลียดชังลูกเขยผู้นี้จนแทบไม่ใส่ใจบุตรสาวรู้อีกทีบุตรสาวก็ตายส่วนหลานสาวก็ถูกส่งออกจากเมืองหลวงเพราะมีความผิด ที่จริงเขาไม่อยากยุ่ง แต่เรื่องการแต่งงานของหลานสาวส่งผลต่อพวกเขาเช่นกัน หากนางแต่งกับตระกูลที่ดีพวกเขาก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย เรื่องนี้จึงต้องคุยให้รู้เรื่อง
