บทที่ 6 เลือกสาวใช้
บทที่ 5
เลือกสาวใช้
ใช้เวลากว่าสองชั่วยาม การทำความสะอาดถึงได้จบลง หว่านอี้หนิงมองเรือนทั้งหลังที่กลับมาสะอาดน่าอยู่ด้วยแววตาสีหน้าพอใจ
“พวกเจ้าไปได้แล้ว”
หว่านอี้หนิงสั่งเสียงเย็น ใช้สายตาเย็นชาจ้องมองนิ่ง ๆ จนสาวใช้ทั้งสองเร่งรีบออกจากเรือน แม้ตอนแรกจะทำตัวดื้อด้านอยู่ต่อ แต่สำหรับพวกนางแล้ว คุณหนูรองดูน่ากลัวเกินไปทำให้ไม่กล้าอยู่ต่อตามต้องการ
หว่านอี้หนิงมองสาวใช้สองคนออกไปจนลับตาถึงได้เดินลึกไปห้องด้านใน
เมื่อเข้าห้องนอน นางลงมือลงกลอนประตูไม่ให้ใครมารบกวน ดวงตากลมโตมองเตียงนอนที่ห่างหายจากกันสามปีแล้วหันไปที่ผนังห้องหลังเตียง ลวดลายดอกเหมยกุ้ยที่แกะสลักตามผนังด้านนั้นมีดอกเหมยกุ้ยเล็ก ๆ สามสี่ดอก นางก้าวขึ้นเตียง ใช้มือลูบตามลวดลายที่สลักเอาไว้ ใช้นิ้วจิ้มไปที่ดอกด้านซ้ายล่างเบา ๆ ไม่นานก็เกิดเสียงกริ๊งขึ้น ผนังด้านหลังเตียงเปิดออก ด้านในเป็นช่องที่คนคนหนึ่งพอจะเข้าไปได้
หว่านอี้หนิงเดินเข้าไปด้านในประตูที่เปิดค้าง เส้นทางลงไปใต้ดินเป็นเส้นทางแคบ ๆ ที่ไม่ยาวมากนัก ลงบันไดเพียงสิบก้าวก็ถึงพื้น
พอลงมาถึงด้านล่าง หว่านอี้หนิงยื่นมือไปพัดที่เชิงเทียนก่อนมันจะมีประกายแล้วติดขึ้นมาทำให้ห้องสว่างขึ้น สิ่งของที่วางเรียงบนพื้นทำให้จิตใจที่หม่นหมองรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
ห้องลับนี้มารดาของนางสร้างเอาไว้ คนที่สร้างล้วนเป็นคนเก่าแก่ที่วางใจได้ มารดาของนางสร้างห้องนี้ลับ ๆ อาศัยช่วงบิดาไปต่างเมืองจัดการ โดยอ้างว่าต่อเติมโรงครัวเล็กเพื่อทำอาหารให้นางด้วยตัวเองทุกมื้อ
ในวัยเด็กนางมักเข้ามาซ่อนมารดาที่นี่ประจำ น่าเสียดายวันเวลาดี ๆ เช่นนั้นไม่มีแล้ว ที่สินเดิมครึ่งหนึ่งถูกเก็บที่นี่เพราะมารดาบอกว่ายกให้นางใช้เป็นสินเดิมเพื่อออกเรือน
ภายในห้องมีสินเดิมของมารดาครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ นางจำได้ว่าก่อนออกจากจวนเมื่อสามปีก่อน บิดามาถามหาสินเดิมอีกครึ่งที่หายไปของมารดา แต่นางไม่ได้บอกเขาว่ามันซ่อนที่ไหนทำให้เขาไม่พอใจนางมากถึงขั้นตบหน้านางเป็นครั้งแรก
วันนั้นนางตกใจจนพูดไม่ออกตลอดเส้นทางที่ไปอารามจินซีราวคนใบ้พูดไม่ได้ เพราะเสียใจที่บิดาตบหน้า แท้จริงมันถูกเก็บในห้องลับแห่งนี้
แต่จะนับว่านางโง่ก็ได้ เพราะว่าชาติก่อนเมื่อกลับมากลัวว่าบิดาไม่รักถึงได้บอกความลับนี้ สุดท้ายของพวกนี้ถูกเขายึดไปทั้งหมด ส่วนนางกลายเป็นคุณหนูรองตกยากที่ไม่มีเงินสักแดงติดตัว ถูกดูถูกกลั่นแกล้งจนเอาแต่ก้มหน้า
หว่านอี้หนิงเดินไปที่ลังไม้ใหญ่ เปิดมันออกมองแท่งทองห้าสิบกว่าแท่งที่วางเรียงเอาไว้ นางปิดมันลงแล้วเดินไปที่กล่องไม้ที่เล็กลง หยิบเงินมาจำนวนสามพันตำลึงเพื่อติดตัว เดินไปโต๊ะตัวยาวข้างกำแพง มองกล่องเครื่องประดับมากมายที่วางเรียงรายก่อนหยิบมากล่องหนึ่งแล้วค่อยกลับขึ้นด้านบน เปิดกลไกให้ประตูเปิดกว้าง ออกมาจากห้องลับด้วยรอยยิ้ม
การจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ต้องใช้เงินทอง นางจะขาดมันไม่ได้
หัวค่ำ พ่อบ้านจ้านพาสาวใช้เจ็ดคนมา เขาไม่อยากจะเชื่อว่าฮูหยินรองจะตามใจคำขอไร้สาระนี้ให้คุณหนูรองเลือกสาวใช้ตามใจได้ เขาพาสาวใช้หน้าใหม่ที่พึ่งซื้อเข้าจวนมาด้วยไม่อยากให้เด็กสาวได้คนที่รู้งาน
หว่านอี้หนิงกวาดตามองสาวใช้เจ็ดคน นางพินิจไม่นานก็ชี้เลือกเอาสามคนเหมือนว่าเลือกส่ง ๆ ไม่ได้ตั้งใจ
พ่อบ้านจ้านทำหน้าไม่พอใจ “ฮูหยินรองอนุญาตให้คุณหนูเลือกสาวใช้เองได้ แต่เพียงสองคนเท่านั้น”
หว่านอี้หนิงปรายตามองพ่อบ้านจ้าน “ข้าจะเอาสามคน วานท่านพ่อบ้านแจ้งแม่รองด้วย”
“คุณหนูควรรู้กฎระเบียบ ไม่ควรดื้อรั้น” พ่อบ้านจ้านเหมือนถูกหักหน้า เขาไม่เข้าใจทำไมเด็กสาวตรงหน้าต้องเรื่องมากด้วย ไม่รู้ฐานะในจวนของตัวเองหรือยังไงกัน
“เพียงสาวใช้สามคน ทำไมพ่อบ้านจ้านต้องไม่พอใจ ข้าเป็นคุณหนูรองของจวน มีสาวใช้มากกว่าสองไม่แปลก ท่านกลับไปได้แล้ว”
“ได้...หากคุณหนูอยากได้พวกนางสามคน ข้าคิดว่าคุณหนูรองควรซื้อพวกนางด้วยเงินส่วนตัวของตัวเอง แบบนี้ข้าน้อยก็ไม่ติดใจอะไรแล้ว”
หว่านอี้หนิงยิ้มเย็น นางถูกใจคำพูดนี้ของเขา ชาติก่อนยามนางเรื่องมาก เขาก็พูดแบบนี้ ชาตินี้เขาก็ต้องพูดเมื่อนางเริ่มบ่นเรื่องสาวใช้
“สัญญาขายตัวของพวกนาง เอามันมาสิ”
พ่อบ้านจ้านขมวดคิ้วยุ่ง เขาไม่คิดว่าเด็กสาวตรงหน้าจะมีเงิน “ค่าตัวพวกนางสามคนไม่ถูก”
“ไปเอามา” หว่านอี้หนิงเอ่ยย้ำ จ้องมองนิ่ง ๆ
พ่อบ้านจ้านรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ เขากลับเกิดกลัวสายตาของเด็กสาวตรงหน้า สุดท้ายสั่งให้ผู้ช่วยไปนำสัญญามา
หว่านอี้หนิงมองสัญญาซื้อตัวของสาวใช้สามคนที่นางเลือก ก่อนจะยื่นถุงเงินไปให้พ่อบ้านจ้านที่รออยู่
พ่อบ้านจ้านสีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าคุณหนูรองจะมีเงิน เขารับถุงเงินมาแล้วเปิดออกดูจำนวนเงินด้านใน พอเห็นว่ามากเกินไปส่วนหนึ่งก็ยังตกใจจนอ้าปากค้าง
“ถือว่าเงินที่เหลือข้าให้ท่าน” หว่านอี้หนิงเอ่ยอย่างใจกว้าง
พ่อบ้านจ้านชมชอบเงินเป็นนิจ เขารับใช้ใครก็ได้ที่มอบประโยชน์ให้ เด็กสาวตรงหน้าไม่เลวเลยที่รู้ว่าควรทำยังไง
แม้เขาจะทำงานให้ฮูหยินรอง แต่เพียงเรื่องซื้อขายสาวใช้อีกฝ่ายไม่น่าต่อว่า เขาเพียงไปซื้อสาวใช้กลับมาคืนจวนสามคน เงินที่เหลือเขาก็เก็บเอาไว้เอง เท่านี้ก็ไม่น่าเกิดปัญหา เขาเก็บถุงเงินด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
หว่านอี้หนิงไม่สนใจคนเห็นแก่เงินอย่างพ่อบ้านจ้าน นางหันมามองสาวใช้สามคนที่เลือก
สามคนนี้ในชาติก่อนได้รับหน้าที่ติดตามนางไปที่จวนเจียง พวกนางสามคนไม่ใช่สาวใช้สนิทสนม แต่ว่ากลับดีกับนางมาก พยายามหาทางช่วยนางสุดชีวิต จนเดือดร้อนถูกส่งไปทำงานที่หอนางโลมของเจียงฉางที่ต่างเมือง นางยังได้ยินมาว่าเจียงฉางตัดลิ้นพวกนางทั้งสาม กันไม่ให้เรื่องนางหลุดออกไป ชาตินี้นางเลยเลือกทั้งสาม
“มีชื่อหรือไม่” หว่านอี้หนิงถามเสียงเรียบ
“ไม่มีเจ้าค่ะ” ทั้งสามคนตอบพร้อมกัน การถูกซื้อตัวเท่ากับว่าคนที่ซื้อมาหรือผู้เป็นนายสามารถตั้งชื่อให้ใหม่ได้ การบอกชื่อแซ่อาจทำให้คนซื้อไม่พอใจ ทาสส่วนมากถึงเลือกบอกว่าไม่มีชื่อแซ่
หว่านอี้หนิงมองทั้งสาม นางชี้นิ้วไปที่คนแรก “ข้าจะตั้งให้ เจ้าชื่อเฟยฮวา ส่วนเจ้าเฟยหย่า เจ้าเฟยเมี่ยว“
ทั้งสามมองกันไปมาก่อนคุกเข่าพร้อมกันเป็นการยอมรับชื่อใหม่ “ขอบคุณคุณหนู”
“สิ่งที่พวกเจ้าจะต้องรู้เอาไว้ก็คือสถานการณ์ของข้าในจวนหว่าน ได้ยินว่าพวกเจ้าพึ่งถูกซื้อเข้ามา แปลว่ายังไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับจวนแห่งนี้ ข้าคือคุณหนูรองของจวน มารดาข้าคือฮูหยินใหญ่ที่ตายไปแล้วและมารดาข้าคือคนที่บิดาข้าไม่รักแต่งเพราะผู้ใหญ่จัดการให้ข้าเลยไม่ได้รับความใส่ใจมากนัก ความสำคัญในจวนนี้ของข้าไม่มี คนอื่นดูถูกข้าด้วยซ้ำ ข้าถูกส่งไปอารามจินซีสามปีพึ่งกลับมา บิดาไม่ได้รัก แม่รองชิงชัง น้อง ๆ ไม่ชอบหน้า อนุคนอื่นต่างดูถูก เรียกได้ว่าสถานการณ์ของข้าย่ำแย่ ในเมื่อข้าซื้อพวกเจ้าสามคนมาแล้ว จากนี้พวกเจ้าก็คือคนของข้า จงรักภักดีแต่ข้าเท่านั้น คนที่ไม่ซื่อสัตย์ข้าไม่คิดเลี้ยงเอาไว้ เข้าใจหรือไม่”
“พวกข้าเข้าใจแล้ว” ทั้งสามคนตอบรับพร้อมกัน
“ในเมื่อพวกเจ้าเข้าใจอะไรง่ายก็ดี ข้าไม่ใช่ว่าไม่มีเงิน ยังพอมีเงินที่เก็บซ่อนเอาไว้ก่อนออกจากจวนพอที่จะให้เราอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ข้าจะมอบหมายหน้าที่ให้พวกเจ้าแต่ละคน เฟยฮวามีหน้าที่ดูแลข้าเป็นหลัก เฟยหย่า เจ้ามีหน้าที่สอดส่องคนในจวน หาข่าวจากเรือนอื่นเป็นหลัก ส่วนเฟยเมี่ยว เจ้าถนัดทำอาหารหรือไม่”
เฟยเมี่ยวเงยหน้า “ถนัดเจ้าค่ะ เดิมทีที่บ้านข้าเปิดร้านอาหาร แต่เพราะขัดสน ท่านพ่อถึงขายข้า”
หว่านอี้หนิงพยักหน้าเข้าใจ “เช่นนั้นต่อไปนี้เจ้ามีหน้าที่ทำอาหารสามมื้อให้ข้า ส่วนเรื่องการทำความสะอาดเรือน พวกเจ้าทั้งสามคนช่วยกัน สามวันทำครั้งหนึ่งก็พอ”
“เจ้าค่ะ” สามเสียงดังขึ้นพร้อมกัน
“ในจวนแห่งนี้ห้ามพวกเจ้าไว้ใจใครเด็ดขาดนอกจากข้า สิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนหลังนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปด้านนอก หากข้ารู้ว่าใครทรยศหักหลัง ข้ามีหลากหลายวิธีในการจัดการ อย่าคิดที่จะหักหลังข้าเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
ทั้งสามคนยังตอบอย่างพร้อมเพรียง
“ในเรือนหลังนี้มีห้องด้านหลังติดกับห้องครัวที่ท่านแม่ของข้าต่อเติมเอาไว้ให้ พวกเจ้าสามคนไปนอนที่นั่น ห้องครัวยังไม่ได้รับการทำความสะอาดและซื้อข้าวของ หลังจากพวกเจ้าช่วยกันทำความสะอาดห้องครัวเสร็จแล้ว เฟยเมี่ยว เจ้าออกไปซื้อของใช้ที่จำเป็นในการทำครัวกลับมา”
หว่านอี้หนิงหยิบถุงเงินของเจิงหมัวมัวออกมามอบให้เฟยเมี่ยว เงินไม่น้อย เพียงพอซื้อเครื่องมือ เนื้อสัตว์ แม้แต่ผัก
เฟยเมี่ยวยื่นมือไปรับถุงเงิน “ข้าจะทำให้ดีเจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าแยกย้ายกันไปได้แล้ว ข้าจะนอนพักสักหน่อย”
