บทที่ 10 นายหัวสายหื่น

ปรินดารีบตรงไปยังห้องเปลี่ยนตัว สตาฟฟ์หลังเวทีช่วยกันถอดชุดฟินาเล่อันแสนอลังการนั้นออกอย่างระมัดระวัง แล้วจัดการเปลี่ยนให้เธอมาสวมชุดเดรสเรียบง่ายชุดเดิม แม้ชุดนี้จะเรียบง่ายกว่าชุดบนเวที แต่มันกลับรัดรึงเน้นสัดส่วนสรีระอวบอิ่มของเธอให้ชัดเจนเด่นชัดยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะความรู้สึกอึดอัดแน่นตึงที่หน้าอกซึ่งเธอยังไม่ชินกับมันเสียที ปรินดายืนหอบหายใจน้อยๆ อยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงก่อนจะเดินออกไปพบเขา

“เป็นไงบ้าง... ยังประหม่าอยู่มั้ย”

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นทันทีที่เขาเปิดประตูเข้ามา ทว่าสายตาคู่คมกล้าของเขาไม่ได้มองหน้าเธอเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับหยุดนิ่งอยู่ที่เต้านมอวบอิ่มล้นหลามที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการแต่งตัวและการหายใจอยู่ภายใต้ชุดเดรสเกาะอกตัวสั้น

“ไม่... ไม่แล้วค่ะ” เธอตอบเสียงสั่นพร่า ทว่าเขากลับก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวจนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดเรือนผม

“ชุดเมื่อกี้สวยดี... แต่ฉันเกลียดที่ไอ้พวกผู้ชายข้างนอกมันมองเธอ”

ดรัณกระซิบชิดใบหูบางพลางใช้นิ้วมือหนาอันหยาบกร้านลูบไล้ไปตามขอบเกาะอกที่รัดแน่นจนเนื้อนิ่มนุ่มหยุ่นล้นทะลักออกมา ปรินดาหน้าแดงก่ำ ร่างกายสั่นสะท้าน รู้ดีว่าค่ำคืนนี้คงหนีไม่พ้นการชดใช้หนี้ด้วยร่างกายและเรือนร่างอีกรอบเป็นแน่!

“เรากลับกันเลยมั้ยคะ” ปรินดารีบเอ่ยถามเพื่อตัดบท บรรยากาศรอบตัวมันชวนให้หายใจติดขัดเกินไป

“ได้สิ... แต่ต่อไปนี้เธอย้ายมานอนที่ห้องฉันนะ”

คนรับฟังถึงกับขมวดคิ้วมุ่น นี่เขาบอกกันตรงๆ ร้ายกาจอย่างนี้เลยเหรอ? พอพูดจบมาเฟียหนุ่มก็คว้าจูงมือเธอให้เดินตามออกไปทันที ปรินดาได้แต่ก้าวตามแรงดึงพลางคิดในใจอย่างขื่นขม... เธอไม่คิดเลยว่าดรัณจะเป็นคนหื่นกามและเผด็จการได้ถึงเพียงนี้

หลังจากกล้ำกลืนความประหม่าและความอึดอัดจากงานเลี้ยงกลับมาถึงคฤหาสน์หรู ปรินดารีบจัดการอาบน้ำชำระร่างกายเพื่อหวังจะให้ความเย็นฉ่ำของสายน้ำช่วยชะล้างและดับความว้าวุ่นรุ่มร้อนในใจ ทว่าเมื่อก้าวออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวก็ต้องชะงักกึก เมื่อพบว่าร่างสูงกำยำของดรัณนอนเหยียดยาวหลับตานิ่งอยู่บนเตียงนอนกว้างขวางในสภาพกึ่งเปลือย มีเพียงผ้าขนหนูพันกายหมิ่นเหม่

หลังจากที่เธอจงใจแกล้งอาบน้ำนานขึ้นเพื่อยืดเวลา ก็ดูเหมือนว่าเขาจะหลับใหลไปแล้วเพราะความเหนื่อยล้าจากงานและฤทธิ์แอลกอฮอล์ หญิงสาวค่อยๆ สาวเท้าเข้าไปใกล้เตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยืนนิ่งมองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มนั้น ไรหนวดเคราจางๆ ที่ขึ้นตามแนวสันกรามยิ่งส่งเสริมให้เขาดูมีเสน่ห์ทางเพศและน่าดึงดูดใจอย่างร้ายกาจ เธอไม่แปลกใจเลยที่เห็นผู้หญิงมากมายดาหน้าเข้ามาทักทายหาเขาในงานเลี้ยงเมื่อหัวค่ำ

“มานอนสิ... มัวยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น”

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวจนใจหายคว่ำ เมื่อคนตรงหน้าที่ดูเหมือนหลับลึกไปแล้ว กลับส่งเสียงทุ้มต่ำทรงพลังออกมาทั้งที่เปลือกตายังคงปิดสนิท ปรินดาค่อยๆ นั่งลงบนขอบเตียงนุ่มอย่างประหม่าและขลาดกลัว ก่อนจะสอดกายเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนาแล้วเอนกายลงนอนหันหลังให้เขา หวังลึกๆ ว่าจะรอดพ้นบทรักอันเร่าร้อนในค่ำคืนนี้

ดรัณลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกล้าบัดนี้ฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และไฟราคะที่รอการปะทุเดือด เขาพลิกตัวนอนตะแคง มองแผ่นหลังบางที่ส่วนโค้งส่วนเว้าเว้าส่วนโค้งเด่นชัดสลักเสลา แม้จะมีผ้าห่มผืนหนาคลุมอยู่ก็ตาม เลือดในกายของชายหนุ่มเริ่มร้อนระอุพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง เมื่อกลิ่นกายหอมกรุ่นละมุนหลังการอาบน้ำของเธอโชยเข้ากระทบจมูก

“ยังไม่ชินอีกหรือ...” เขาพึมพำเสียงพร่าเลือน พลางวาดวงแขนแกร่งตวัดดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังนุ่มของเธอแนบสนิทไปกับแผงอกกว้างอันร้อนผ่าวของเขา

“คุณ... คุณจะทำอะไรคะ” ปรินดาถามเสียงสั่นระริก พยายามขยับตัวหนีพันธนาการ

“ก็ทำแบบที่คนรักเขาทำกันไงแก้ม...”

“แต่เราไม่ได้รักกัน... คุณก็รู้”

คำพูดตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายและสถานะระหว่างกันทำเอาดรัณชะงักไปเพียงครู่ นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะพลิกตัวขึ้นทาบทับร่างน้อยไว้ใต้ร่างหนากำยำอย่างรวดเร็ว บดบังแสงไฟจนเธอตกอยู่ใต้เงาร่างของเขาอย่างสมบูรณ์

“อย่าดื้อสิแก้ม... อย่าทำให้ฉันต้องโมโห”

“อย่าค่ะคุณดรัณ... วันนี้แก้มเหนื่อยจริงๆ” เธอประท้วง น้ำตาเริ่มคลอเบ้า

“ฉันบอกว่าไง! อยู่ที่นี่ห้ามดื้อกับฉัน!”

ดรัณตะคอกเสียงดุประชดประชันสถานะที่เขาเป็นคนยัดเยียดให้เธอ มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่นแล้วกดตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว กลิ่นเหล้าจางๆ จากลมหายใจอุ่นร้อนของเขาที่เป่ารดใบหน้าทำให้ปรินดารู้ดีว่า ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในสติสัมปชัญญะที่เต็มร้อยนัก และเสือร้ายตัวนี้ก็กำลังหน้ามืดตามัวด้วยแรงโทสะปนราคะ

“คุณดื่มมาใช่ไหมคะ...”

“ดื่มมานิดเดียวเอง...”

“อย่าค่ะคุณดรัณ... อื้อ!”

คำประท้วงสุดท้ายถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอทันที ด้วยจุมพิตที่แสนดุดัน เร่าร้อน และเอาแต่ใจอย่างที่สุด ดรัณบดเบียดริมฝีปากหนาลงมาอย่างโหยหากระหายหิว เรียวลิ้นร้อนรุกรานแทรกซอนเข้าไปสำรวจความหวานล้ำในโพรงปากนุ่มอย่างช่ำชองและตะโบมจูบอย่างหนักหน่วง มืออีกข้างที่ว่างเว้นเริ่มจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าและอาภรณ์ชิ้นน้อยที่เหลืออยู่ของเธอออกอย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ปรินดาพยายามดิ้นรนประท้วงขัดขืนในคราแรก ทว่าสัมผัสเร่าร้อนจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้เฟ้นคว้านไปตามจุดอ่อนไหวกลางลำตัวกลับทำหน้าที่ปลุกไฟสวาทจนเรี่ยวแรงของเธอหดหายไปสิ้น ปลายจมูกโด่งสันคมซุกไซ้ลากไล้ไปตามซอกคอหอมกรุ่นลงมาจนถึงยอดอกอิ่มชูชันเด่นตระหง่านท้าทายสายตา ดรัณใช้ทั้งปากและเรียวลิ้นร้อนชื้นระเลียดดูดกลืนและปรนเปรอจนหญิงสาวเผลอแอ่นกายหยัดอกรับสัมผัสด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจอย่างลืมตัว

ความป่าเถื่อนรุนแรงในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลเย้ายวนที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนลึกล้ำ จนในที่สุด ความเจ็บระบมที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากเมื่อเช้าก็ถูกแทนที่ด้วยความหวามไหวซาบซ่านที่แผ่ขยายซ่านไปทั่วเรือนกายสาว

“อา... แก้มจ๋า อย่าดื้อกับฉันเลยนะ” เขากระซิบเสียงพร่าพร่าชิดใบหูที่บัดนี้แดงซ่านด้วยความกระสัน

ปรินดาหลับตาพริ้ม หยาดน้ำตาอุ่นๆ คลอหน่วยตาด้วยความรู้สึกสับสนปนเปในอก ทว่าร่างกายอันทรยศกลับพ่ายแพ้ราบคาบให้กับรสสวาทอันเจนจัดที่เขาหยิบยื่นให้ทุกลูกคลื่น เธอค่อยๆ คลายมือที่เคยกำแน่นเข้าหากัน เปลี่ยนมาเป็นยกขึ้นโอบกอดรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น บ่งบอกถึงการยอมจำนนและสมยอมในบทรักอันร้อนแรงนี้ในที่สุด...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป