บทที่ 4 บทเรียนรัก

ใบหน้าสวยหวานร้อนผ่าวราวกำลังจับไข้ แก้มเนียนซับสีเลือดแดงระเรื่อด้วยความอับอายและหวาดกลัว มือบางสั่นเทาระริกยามที่ต้องเอื้อมไปถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก ปล่อยให้มันร่วงลงไปกองอยู่กับพื้นห้องอย่างหมดทางเลือก

จากนั้นนิ้วมืออันสั่นเทาก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนผ้าแพรทีละเม็ด... ทีละเม็ดอย่างอ้อยอิ่ง ท่ามกลางสายตาโลมเลียจ้วงจาบจับจ้องของเสือร้ายที่กำลังรอขย้ำเหยื่อ

เมื่อสาบเสื้อแยกออกจากกัน ผิวขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนมและเนินเนื้ออกอวบอิ่มล้นหลามที่ซ่อนอยู่ใต้บราเซียลูกไม้เนื้อบางสีหวานก็อวดโฉมประจักษ์แก่สายตา ดรัณลอบกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ลำคอแกร่งแห้งผากจนต้องลอบกลืนน้ำลาย

เขาไม่รอช้า ขยับกายแกร่งทรงพลังเข้ามาคว้าจับข้อมือนุ่มนิ่มของเธอเอาไว้ ก่อนจะเป็นฝ่ายอาสาจัดการกับพันธนาการอาภรณ์ชิ้นที่เหลือด้วยความชำนาญอันเหลือร้าย เพียงไม่กี่อึดใจ... เมื่อปราศจากสิ่งใดห่อหุ้มเรือนร่าง สะคราญโฉมอรชรอ้อนแอ้นดุจนาฬิกาทรายก็ปรากฏชัดเจนต่อสายตาอันหิวกระหายของเขา

ดรัณซึ่งในเวลานี้เหลือเพียงกางเกงสแล็กติดกายเพียงตัวเดียว จ้องมองร่างเปลือยเปล่าอันงดงามสมบูรณ์แบบตรงหน้าด้วยความปรารถนาที่พุ่งปรี๊ดจนแทบคลั่ง กล้ามเนื้อแกร่งทั่วกายตึงแน่นด้วยความต้องการที่อัดแน่นจนแทบระเบิด

“ไม่น่าเชื่อ... ว่าเธอจะซ่อนรูปขนาดนี้” ชายหนุ่มพึมพำเสียงพร่า จ้องมองทรวงอกอวบอิ่มชูชันยอดถันสีหวาน และหน้าท้องแบนราบคอดกิ่วรับกับสะโพกผาย สวยงามหมดจดราวกับรูปปั้นสลักชั้นดี

พูดจบเขาก็โน้มกายกำยำทับทาบเข้าหาทันที มือหนาเชยคางมนขึ้น บังคับให้ดวงตากลมโตคู่สวยที่บัดนี้ฉายแววตระหนกตกใจราวกับลูกนกตกน้ำสบตากับสายตาคู่วาวโรจน์สุกใสของเขา ริมฝีปากจิ้มลิ้มเผยอออกน้อยๆ อย่างหวาดหวั่น ทั่วทั้งร่างเล็กในอ้อมแขนหนาสั่นสะท้านจนดรัณรับรู้ได้ถึงแรงสั่นไหวนั้นได้อย่างชัดเจน

“ขอร้องเถอะค่ะ... คือว่าฉันยังไม่เคย” ปรินดาสารภาพเสียงสะอื้นหลง หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มเนียน หวังให้เขาหยุดยั้งและเมตตาเธอสักครั้ง

“อย่ากลัวไปเลย... ฉันจะสอนทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอเอง”

ดรัณกระซิบชิดใบหูบาง เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนแฝงแววเผด็จการ ก่อนจะเริ่มเดินหน้าตีตราแสดงความเป็นเจ้าของในตัวเธอทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ร้องขอความเห็นใจอีกต่อไป

สิ้นประโยคอันเด็ดขาด ริมฝีปากหนาร้อนผ่าวดุจเปลวไฟก็ฉกวูบลงมาปิดทับเรียวปากนุ่มนิ่มจิ้มลิ้มทันทีอย่างรวดเร็ว ปรินดาตัวแข็งทื่อราวกับก้อนหิน สมองสั่งการให้ต่อต้านทว่าร่างกายกลับคล้ายเป็นอัมพาต ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวโต้ตอบ จนชายหนุ่มต้องยอมผละริมฝีปากออกมาเล็กน้อยเพื่อจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนก

“เริ่มจากการจูบนะ... เธอทำเป็นมั้ย” ดรัณเอ่ยถามพลางหอบหายใจรดรินชิดริมฝีปากเธอ

ปรินดาเม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะระเบิดออกมานอกอก ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ด้วยความขลาดกลัว ประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากหนาของเขาอย่างแผ่วเบา มันเป็นเพียงสัมผัสแตะแต้มอันนุ่มนวลและไร้เดียงสา ทว่าดรัณกลับไม่พึงใจกับความอ่อนหัดเพียงเท่านี้ เขาต้องการความเร่าร้อนที่มากกว่านั้น

เจ้าหนี้หนุ่มกลายเป็นฝ่ายรุกรานอย่างสมบูรณ์แบบ ชายหนุ่มรวบกอดเรือนร่างบอบบางให้ล้มลงไปนอนใต้ร่างหนากำยำบนที่นอนนุ่ม ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างรุนแรง ตะโบมจูบอย่างเร่าร้อน ดูดดื่มตามกระแสความกระสันอยากที่พลุ่งพล่าน เรียวลิ้นร้ายสอดแทรกซอนไซ้ควานหาความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่ม ปรินดาเผยอปากรับสัมผัสแปลกใหม่ที่รุกล้ำลึกซึ้งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ลิ้นเล็กถูกเกี่ยวกระหวัดพัวพันจนสมองของเธอขาวโพลนและพร่าเลือนไปหมด

“ทีนี้เธอลองจูบฉัน... ให้ทั่วทั้งตัวดูซิ” เสียงทุ้มพร่ากระซิบสั่งชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อแดงช้ำ

ปรินดาซึ่งบัดนี้ตกอยู่ในภวังค์อารมณ์พิศวาสอันรัญจวนทำตามคำสั่งอย่างเงอะงะไร้เดียงสา ใบหน้าหวานซุกไซ้จมูกโด่งรั้นไปตามแผงอกแกร่งกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นตึง ผิวเนื้อของชายหนุ่มร้อนผ่าวราวกำลังจับไข้ มือนุ่มนิ่มบีบคลึงเปะปะไปตามหน้าท้องที่เป็นลอนคลื่นสวยงามตามสัญชาตญาณอารมณ์ที่เริ่มคุโชน ทั้งที่เธอไม่เคยมีประสบการณ์หรือแม้แต่จะเคยจูบกับชายใดมาก่อนเลยในชีวิต

“แก้ม!!... นี่เธอไม่เคยจริงๆ เหรอเนี่ย” เขาครางถามน้ำเสียงกระเส่า ทั้งทึ่งและประหลาดใจในความเงอะงะทว่ากลับปลุกปั่นอารมณ์ดิบของบุรุษเพศได้ดีเหลือเกิน

“ฉันก็บอกคุณไปแล้วนี่คะ... คุณจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ” เธอกระซิบตอบด้วยนัยน์ตาปรือปรอย แฝงไปด้วยประกายความเย้ายวนโดยไม่รู้ตัว

“ตอนนี้ฉันยังไม่เชื่อ...จนกว่าจะได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง”

สิ้นคำประกาศ ปลายจมูกโด่งและริมฝีปากหนาก็ซุกไซ้ฝังลงไปตามซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นกายสาว ลากไล้ผ่านเนินอกอวบอิ่มชูชันที่บดเบียดอยู่กับหน้าอกกว้างของเขา และจงใจลากผ่านจุดอ่อนไหวกลางลำตัวอย่างยั่วเย้า ความรู้สึกประหลาดล้ำดิ่งลึกจู่โจมเข้ากลางหัวใจของดรัณอย่างจัง

ในคราแรกเขาตั้งใจจะสั่งสอนผู้หญิงรักสนุกคนนี้ด้วยวิธีป่าเถื่อนรุนแรงในแบบของชายฉกรรจ์สายเลือดดิบ ทว่ายามนี้เขากลับทำไม่ลง... ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกโหยหาความอ่อนโยน และอยากจะทะนุถนอมร่างเล็กอันบอบบางตรงหน้าอย่างประหลาด

บทเพลงรักเริ่มบรรเลงด้วยจังหวะที่โหมกระหน่ำและเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ดิบที่ยากจะต้านทาน ดรัณจัดการปลดเปลื้องกางเกงชิ้นสุดท้ายของเขาออกจนร่างกายของทั้งสองเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ร่างสูงใหญ่กำยำทาบทับลงมาบนร่างนุ่มนิ่มขาวโพลน สัมผัสจากผิวเนื้อร้อนระอุที่เสียดสีเข้าหากันอย่างแนบชิดเรียกเสียงครางระทวยออกจากลำคอระหงของหญิงสาว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป