บทที่ 9 ผู้หญิงของนายหัว

หลังจากบทรักยามเช้าที่แสนจะตราตรึงสิ้นสุดลง ดรัณยังคงโอบกอดร่างบางที่ยังสั่นเทาไว้ในอ้อมแขน สายตาคมกริบกวาดมองหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนผิวเนียนละเอียดอย่างหลงใหล

“เย็นนี้เตรียมตัวให้พร้อม... ฉันจะพาเธอออกงาน”

“งาน? งานอะไรคะคุณดรัณ” ปรินดาทวนคำด้วยน้ำเสียงตื่นหนก เธอไม่คิดว่าผู้หญิงที่อยู่ในสถานะนางบำเรออย่างเธอจะต้องออกไปปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน

“งานแฟชั่นโชว์การกุศลของมูลนิธิเด็กและสตรี เป็นงานเดิมของคุณแม่น่ะ” เขาตอบด้วยท่าทีเรียบเฉย ราวกับเป็นเรื่องปกติ

“ฉันสั่งให้คนเตรียมชุดไว้ให้เธอในห้องแต่งตัวหลายชุดเลย ถูกใจชุดไหนก็เลือกมาใส่ให้ฉันดูก่อน”

“คุณ... ไปเลือกเองไม่ได้เหรอคะว่าจะให้แก้มใส่ชุดไหน” เธอถามอย่างเกรงใจ เพราะรู้ดีว่ารสนิยมของเขานั้นร้อนแรงเกินกว่าที่เธอจะรับมือไหว

“ไม่ได้... เธอต้องเป็นคนใส่มาให้ฉันดู แล้วฉันจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าชุดไหนที่เหมาะสมกับเธอ” คำสั่งเผด็จการนั้นมาพร้อมกับสายตาที่ไล้เลียงไปตามสัดส่วนของเธออย่างมีความหมาย

“ค่ะ... งั้นแก้มขอกลับห้องไปอาบน้ำก่อนนะคะ แล้วจะเลือกใส่ชุดมาให้คุณดู”

“ดีมาก... อยู่ที่นี่ห้ามดื้อกับฉัน รู้ไหม” มือหนาเชยคางมนขึ้นสบตา บ่งบอกว่าเขาคือเจ้าชีวิตที่เธอไม่อาจขัดขืน

“ค่ะ...”

หลังจากชำระร่างกายจนสดชื่น ปรินดาก็มายืนเลือกชุดที่จะสวมใส่ตามคำสั่งของดรัณ ภายในห้องแต่งตัวกว้างขวางมีชุดราตรีหรูหราแขวนเรียงรายอยู่หลายชุด แต่ละชุดล้วนตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีและมีดีไซน์ที่เน้นโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้ง

ปรินดาพยายามเลือกชุดที่ดูเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะหาได้ เธอหยิบเดรสยาวสีสุภาพที่ปิดมิดชิดตั้งแต่ช่วงคอออกมาสวมแล้วเดินออกไปหาเขาที่นั่งรออยู่ในห้องนอนของเขา

ดรัณกวาดสายตามองเพียงแวบเดียวก็ส่ายหน้า

“ชุดนี้เรียบร้อยเกินไป... ไปเปลี่ยนมาใหม่”

ชุดที่สอง... ชุดที่สาม... ไม่ว่าเธอจะเลือกชุดไหน ดรัณก็มักจะปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่ามันธรรมดาเกินไป จนกระทั่งมาถึงชุดสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ในถุงคลุมมิดชิด มันคือชุดที่น้องสาวของเขาเคยบอกว่าดรัณเป็นคนเลือกเองกับมือ

ปรินดาจำใจสวมมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทันทีที่รูดซิปขึ้นจนสุด เธอถึงกับต้องกลั้นหายใจ ชุดเดรสเกาะอกสีหวานปักคริสตัลนั้นรัดรึงไปตามส่วนโค้งเว้าดุจผิวหนังชั้นที่สอง ผ้าแพรเนื้อละเอียดแนบสนิทไปกับหน้าท้องแบนราบและสะโพกกลมกลึง แต่ที่ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวที่สุดคือช่วงอก

ชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นทรวงทรงโดยเฉพาะ มันดันเต้านมอวบอิ่มของเธอให้ชูชันขึ้นมาจนเกือบจะทะลักพ้นขอบลูกไม้ที่ประดับคริสตัล ทุกครั้งที่เธอหายใจ เนินเนื้อขาวผ่องจะขยับไหวอย่างยั่วเย้า

ปรินดาเดินกอดอกออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยความไม่มั่นใจ

“คุณดรัณ... ชุดนี้มัน... มันดูโป๊ไปไหมคะ”

ดรัณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ปทุมถันคู่สวยที่บัดนี้ดูโดดเด่นและเย้ายวนใจจนเขาลอบกลืนน้ำลาย มือหนาเอื้อมมาจับมือเธอที่กอดอกอยู่ให้ปล่อยออก เผยให้เห็นความงดงามที่เขาเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว

“สวย...ไม่คิดเลยว่าชุดนี้จะเหมาะและเข้ากับเธออย่างที่สุด” เขากระซิบเสียงพร่า พลางใช้นิ้วอุ่นลากไล้ตามรอยหยักของขอบชุดที่เบียดชิดกับเนินอก

“เธอใส่ชุดนี้แหละ โอเค ไปเปลี่ยนได้ แล้วมาอาบน้ำให้ฉัน”

“แล้วคุณทำไมไม่อาบเองคะ...” เธอพยายามประท้วง ทว่าแรงดึงดูดจากสายตาของเขากลับทำให้เธอใจสั่น

“ฉันบอกว่าไง อยู่ที่นี่ห้ามดื้อกับฉัน”

“ค่ะ แก้มเข้าใจแล้ว”

แสงไฟสปอตไลต์สว่างจ้าสาดส่องลงบนแคทวอล์กยาวเหยียดกลางห้องจัดเลี้ยงสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาว กลิ่นอายความหรูหราอบอวลไปทั่วงานที่จัดขึ้นโดยเหล่าคุณหญิงคุณนายผู้สูงศักดิ์ เพื่อระดมทุนมอบให้มูลนิธิเด็กและสตรี

เสียงดนตรีบรรเลงเร้าอารมณ์ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงที่ทำให้คนทั้งฮอลล์ถึงกับตกอยู่ในความเงียบงัน... ปรินดาถูกเลือกให้เดินในชุดฟินาเล่ปิดท้ายงานอย่างที่เธอเองก็ไม่ทันตั้งตัว สตาฟสาวประเภทสองร่างเพรียวส่งสัญญาณพลัน เชื้อเชิญนางแบบกิตติมศักดิ์ให้ออกไปอวดโฉมสะกดสายตาทุกคู่

ชุดที่เธอสวมใส่คือชุดสยามนพรัตน์สิริเป็นชุดเดรสราตรีร่วมสมัยที่สั่งตัดเย็บพิเศษ ตัวเสื้อเป็นเกาะอกเว้าลึกทรงหัวใจ ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ทอมือสีทองอร่ามสลับลายเปลือกไม้รัดรึงเข้ากับรูปทรงนาฬิกาทรายของเธออย่างไร้ที่ติ ความฟิตแน่นของตัวเสื้อดันทรวงทรงอวบอิ่มให้ชูชันดูหมิ่นเหม่จนแทบจะทะลักพ้นขอบลูกไม้สีทองที่ประดับด้วยทับทิมเม็ดเล็กๆ

ความอลังการอยู่ที่สไบไหล่เดี่ยวแบบซีทรูยาวกรอมพื้น ปักดิ้นทองเป็นลวดลายกนกเครือเถาพริ้วไหวตามจังหวะการเดิน ทุกครั้งที่เธอขยับกาย ชายกระโปรงที่ผ่าสูงขึ้นมาถึงโคนขาอ่อนจะเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนดุจลำเทียนที่ก้าวสลับไปมาอย่างมั่นใจทว่าอ่อนช้อย

บนศีรษะและลำคอประดับด้วยเครื่องประดับทองโบราณที่เข้าชุดกัน ส่งให้ปรินดาในนาทีนี้ดูไม่ต่างจากนางอัปสรที่หลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ ทั้งสูงศักดิ์ สง่างาม แต่กลับยั่วยวนอารมณ์ดิบในกายบุรุษอย่างรุนแรง

ก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามทว่าแฝงไปด้วยความประหม่าที่ยิ่งดูน่าทะนุถนอม ทุกย่างก้าวที่เรียวขาขาวเนียนโผล่พ้นรอยผ่าสูงของกระโปรง เรียกสายตาคมกริบของบุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดให้จดจ้องไม่วางตา

ดรัณนั่งมองดูผู้หญิงของเขาบนเวทีด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความภาคภูมิใจปนขุ่นมัวตีรวนอยู่ในอกอย่างบ้าคลั่ง เขาภูมิใจที่เธอสวยสง่างามเหนือใครจนสะกดสายตาคนทั้งงาน ทว่าในขณะเดียวกันความหึงหวงก็ปะทุพลุ่งพล่านจนอยากจะกระชากร่างระหงนั้นลงจากเวทีมาซ่อนไว้ ไม่ให้ชายใดในโลกนี้ได้ยลโฉมเธออีก ทันทีที่การเดินแบบจบลงและเธอกลับเข้าหลังเวที ชายหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะสาวเท้าตามเข้าไปหาทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป