บทที่ 14 EPISODE 14
“เราไม่เคยมีคนอื่นในใจนอกจากเธอ ทำไมต้องมังกร”
“พราวขอโทษนะ แต่ตอนนี้พราวรับความรู้สึกของราชันย์ไม่ได้จริง ๆ”
“เราไม่โทษพราวหรอก เดี๋ยวเราจะกลับแล้ว ยังไงก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะ”
ราชันย์ที่ดูแผลของพราวฟ้าอีกครั้งจนมั่นใจว่าเรียบร้อยแล้วก็ลุกออกมาทันทีเขาขับรถสปอร์ตคู่ใจสุดหรูเหยียบด้วยความเร็วสูง การขับรถจากที่ไร่มังกรจนมาถึงกรุงเทพใช้เวลาพอสมควร ก่อนที่เขาจะขับเข้าไปจอดอย่างกะทันหันที่หน้าคลับของตัวเอง เพื่อกรอกเหล้าเข้าปากดับความรู้สึกสงสัยและเสียใจ
เมื่อราชันย์เข้ามาภายในคลับก็สั่งให้พนักงานให้เอาเหล้ารสดีของตัวเองขึ้นไปส่งที่ห้องVIP เขาดื่มด่ำกับรสชาติที่คุ้นเคยอยู่คนเดียวอย่างบ้าคลั่งขวดแล้วขวดเล่าเพื่อบรรเทาความเสียใจที่เพิ่งรับรู้ คำถามมากมายในหัวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย การรอคอยที่ไม่สมหวัง คำถามที่ยากจะเข้าใจทำไมคนที่พราวฟ้าเลือกถึงเป็นมังกร ทั้งที่พราวฟ้ารู้ว่ามังกรคือพี่ชายของตัวเอง ทำไมพราวฟ้าก็ยังเลือกที่จะเป็นมังกร
ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ราชันย์ก็ยิ่งกระดกน้ำสีอำพันเข้าปากมากเท่านั้น ผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืนราชันย์ค่อย ๆ ลากร่างกายที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าอย่างตลบอบอวลขึ้นรถก่อนจะขับไปด้วยความเร็วสูงอีกครั้งซึ่งปลายทางคือคอนโดของเขา
กริ๊ก!
ราชันย์ปลดล็อกประตูห้องเข้ามาก็พบว่าในห้องนั้นเปิดไฟสว่างจ้า เขาได้แต่ขมวดคิ้วแปลกใจว่าทำไมในห้องถึงถูกเปิดไฟ เพราะลืมไปสนิทเลยว่ามีอีกคนที่อยู่ในห้องนี้ด้วย เขาเดินไปเรื่อย ๆ สายตาปะทะกับผู้หญิงหนึ่งคนที่สวมเสื้อยืดสีขาวตัวโตโคร่งและใช่นั่นมันเสื้อของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย เสื้อตัวนั้นถ้าอยู่ในร่างกายของเขาจะพอดีสมส่วนแต่พออยู่บนร่างของเธอ เรียกได้ว่ามันคือชุดคลุมเลยก็ว่าได้
เธอที่กำลังต้มน้ำร้อนในกระทะ ข้าง ๆ กันมีซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ถูกเปิดซองไว้แล้ว คาดว่าเธอเองคงกำลังจะหาอะไรกิน เธอเองก็มีอาการสะดุ้งเล็กน้อยเขาไม่ได้พูดอะไร ได้แต่กวาดสายตาดูรอบ ๆ ห้อง ก่อนสายตาจะกวาดไปหยุดที่ริมฝีปากเรียวเล็กสีพีชที่มองยังไงก็รู้สึกหวาน ราชันย์ค่อย ๆ เดินไปใกล้เธอ และเธอเองก็แสดงอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด วงแขนแกร่งของเขาคร่อมร่างเล็ก ๆ ของเธอเอาไว้
สายตาผลุบมองริมฝีปากจิ้มลิ้มอย่างอดใจไม่ไหว เขาค่อย ๆ ก้มลงช้า ๆ ริมฝีปากหนาประกบจูบริมฝีปากบางของเธอทันที กอหญ้าสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะดันหน้าอกใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามออกแรง ๆ แต่เมื่อเทียบกับแรงของราชันย์แล้วแทบจะเทียบว่านี่คือแรงมดตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ ราชันย์ไม่สนใจอาการดิ้นดุ๊กดิ๊กของเธอ แต่ยิ่งเพิ่มความวาบหวามให้เธอด้วยการใช้เรียวลิ้นไล่ต้อนหาความหวานในโพรงปาก
มีหรือลูกนกตัวน้อย ๆ จะหลบหนีความปราดเปรียวเชี่ยวชาญของราชันย์ได้ เพียงไม่นานร่างกายของกอหญ้าก็อ่อนยวบตอบสนองรสสัมผัสที่ราชันย์มอบให้ ตะเกียบที่อยู่ในมือหล่นร่วงลงพื้น ความรู้สึกที่ได้รับทำให้ร่างกายของเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่เพียงเพราะรสจูบของเขามันช่างช่ำชองแต่อ่อนหวานเป็นอย่างมาก
ราชันย์ขยับมือไปปิดแก๊สลงทันทีก่อนจะอุ้มร่างบางของเธอด้วยมือข้างเดียวเท่านั้น โดยไม่ยอมถอดถอนริมฝีปากออกมาเลยแม้แต่น้อย พอรู้ตัวอีกทีแผ่นหลังบอบบางของกอหญ้าก็ปะทะเข้ากับความนุ่มของที่นอนที่เธอเองเพิ่งจะลุกออกไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เท่านั้น เธอต้องตกใจอีกครั้งเมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ในห้องกับราชันย์อีกแล้วและยิ่งได้กลิ่นเหล้าที่คละคลุ้งยิ่งทำให้เธอรู้สึกอยากเป็นลมเสียให้ได้
เธอพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดออกจากรสจูบที่หอมหวานที่ราชันย์ปนเปลอ แต่มือของราชันย์ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดแบรนด์ดังของตัวเองออกพร้อมกับบรรเลงจูบอันเร่าร้อนราวกับกำลังชิมลิ้มเลียลูกอมรสเลิศ เพียงไม่กี่วินาที กางเกงของเขาก็หล่นร่วงข้างเตียงภายในพริบตา เหลือเพียงกางเกงชั้นในเท่านั้น ก่อนที่มือสากของเขาจะค่อย ๆ ลูบไล้ไปที่ขาขาวของเธออย่างเชื่องช้า และรับรู้ได้ว่าเธอไร้ซึ่งปราการป้องกันใด ๆ ทุกตารางนิ้วที่มือหนาของราชันย์เลื่อนผ่านมันสร้างความร้อนรุ่มให้กับสกุณาเป็นอย่างมากก่อนที่จะพบกับอกอวบอิ่มสองข้างเขากำขยำอย่างแรงจนร่างบางสะเทือนด้วยความปวดร้าวปนเสียวซ่าน
“อ๊ะ”
ราชันย์ถอนริมฝีปากออกก่อนจะมองใบหน้าหวานของกอหญ้าชัด ๆ ด้วยสายตาหยาดเยิ้มอย่างไม่อาจกลั้นได้
“คุณราชันย์หยุดก่อนค่ะ”
“ทำไมต้องหยุด?”
“คือ.. คือ.. กอหญ้ายังไม่ได้ไปซื้อยาคุมเลยค่ะ”
“แล้วทำไมไม่ไป”
“กอหญ้าไม่ได้พกอะไรมาเลยค่ะทั้งเงิน ทั้งโทรศัพท์”
“แต่ผมอดไม่ไหวแล้ว”
