บทที่ 10 น่ารำคาญ
“อ้ะะ อู้ววว อ้าา อ้ะ..”
เอวสอบก็โยกแท่งเนื้อเข้าออกช่องสวาทของดอร่าที่หน้าบิดเบี้ยวด้วยความเสียวและอึดอัดเพราะความใหญ่โตของหนุ่มหล่อชื่อดังของฝรั่งเศสที่มีเชื้อสายไวกิ้งขึ้นชื่อว่าอึดและบึกบึนทนทานแรงกดดันทั้งหลายและรวมถึงเรื่องเซ็กส์สุดยอดที่เขาปรนเปรอสาวๆได้อย่างถึงอกถึงใจทุกคนที่รองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของเขาได้ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแบรดเป็นนักรักที่สุดยอดจริง
“ป้าบๆๆ ป้าบบๆๆ ป้าบๆๆ”
มือหนาพับขาของดอร่าแล้วกระแทกกระทั้นแท่งเนื้ออวบใหญ่เข้าออกช่องสวาทของเธออย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆไม่มีผ่อนปรนเร่งเร้าจังหวะสอดใส่ยาวนานก่อนจะลดจังหวะลงแล้วดึงออกมาสุดความยาวแล้วแทงเข้าไปอีกครั้งและอีกครั้งติดต่อนกันนับสิบครั้งแล้วซอยเอวสอบเข้าใส่อย่างแรงและรัวเร็วๆ
“อ้ะะ อ้าา แบรด อ้ะ อู้ววว...”
“ป้าบๆๆ ป้าบบๆๆ ป้าบบๆๆ..”
มือหนาวางบนพนักพิงเหยียดขาไปข้างหลังแล้วกดสะโพกกระหน่ำเข้าใส่เหมือเขากำลังวิดพื้นเกร็งสะโพกกระแทกเข้าใส่เต็มแรงทุกจังหวะไม่ยังก่อนจะปลดปล่อยความตึงเครียดของตัวเองออกมา
“ป้าบๆๆ ป้าบๆๆ ป้าบบๆ”
เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นลั่นห้องแต่ไม่ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังถึงจุดสุดยอดสนใจเขามุ่งมั่นจะระบายความอัดอั้นที่กลางร่างให้มันเบาบางจากความตึงเครียดก่อนจะรัวแท่งเนื้อลำยาวใส่กระแทกกระทั้นแทงซ้ายแทงขวาติดกันอย่างรุนแรงไม่หยุดยั้ง
“ป้าบๆๆ ป้าบๆๆ ป้าบๆๆ..”
“อ้ะ อื้มมม อ่าาาส์.” ร่างสูงกระแทกแท่งเนื้อเข้าใส่ช่องสวาทครั้งสุดท้ายก่อนจะถอดถอนแท่งเนื้อออกมาแล้วระเบิดน้ำรักใส่คอนดอมจนแทบแตก ร่างสูงซวนเซไปนั่งบนโซฟาแล้วหลับตาลงเมื่อเบาเนื้อเบาตัวหลับตาพริ้มเพื่อพักเหนื่อยเพราะยกเดียวไม่พอสำหรับเขา แบรดหายใจหอบแล้วลืมตาขึ้นเมื่อมือของดอร่ามาป้วนเปี้ยนอยู่ที่แท่งเนื้อแข็งขึงของเขาที่ระเบิดออกไปแล้วมันยังไม่สงบแล้วเธอก็เริ่มอีกครั้งดันร่างสูงนอนราบบนโซฟาแล้วจัดการกินไส้กรอกฝรั่งเศสที่อันใหญ่ไม่แพ้ไส้กรอกเยอรมัน ก่อนเธอจะเป็นผู้ควบคุมเกมในตอนแรกและสุดท้ายแบรดก็จัดการจนหมอบราบคาบหลังจากอัดเธอติดผนังห้องน้ำจนเข่าอ่อนหมดแรงคาห้องน้ำ
แบรดออกมาจากห้องน้ำแล้วใส่เสื้อผ้าที่กองบนพื้นข้างโซฟาแล้วเดินออกจากห้องสวีทราคาแพงลิบลงไปหาคนสนิทที่นั่งรอที่นั่งรอที่ล็อบบี้ขึ้นมารับเจ้านายเมื่อแบรดโทรหาและลงไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินแล้วขับออกไปตอนตีสี่กลับเพนท์เฮ้าส์สุดหรูหราของเขาที่อยู่กลางกรุงปารีส
วันนี้แบรดก็นัดเพื่อนๆหลังจากไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมาก็สามเดือนแล้วเพราะแต่ละคนก็งานยุ่งแต่จะเจอจาเม็ดไม่เจออีริคกับจอสซ์ เวลาเจอจอสซ์ก็ไม่เจออีกสองคนคลาดกันไปมากว่าจะนัดเจอกันได้
ร่างสูงเดินเข้าไปในคลับหรูกับคนสนิททั้งสองที่และยังเป็นเพื่อนกันและกินนอนด้วยกันมาตลอดและความหล่อก็สูสีกันเดินผ่านสาวๆที่ชะม้ายตาให้และบางคนก็ส่งสายตาเชิญชวนอย่างโจ่งแจ้ง
“พี่แบรดคะ” เอมม่าลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นเพื่อนรักของพี่ชายเดินเข้ามาเธอก็ถลาเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวาและควงแขนเดินกลับมานั่งที่โต้ะ
“โทษทีนะแบรด นั่งดีๆซิเอมม่า” อีริคส่ายหัวให้น้องสาวที่นั่งเบียดเพื่อนเขารู้ว่าเอมม่าชอบแบรดและปลื้มมากไม่มองผู้ชายคนไหนอีกเลยตั้งแต่เจอแบรดครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อนหลังจากพ่อเขาพาตัวมาอยู่ด้วย
“ไม่เป็นไรหรอกน้องสาวแกก็เหมือนน้องสาวฉันนั่งแหละไม่ต่างจากรุยส์กับราอูลหรอก” แบรดพูดเพื่อให้เอ็มม่ารู้ว่าเขาไม่เคยคิดเกินเลยกับเธอไปมากกว่าน้องสาว
“พี่แบรดอ่ะ เอมม่าชอบพี่แบรดมากนะคะ”
“เอ็มม่า พูดอะไออกมารู้หรือเปล่าน่ะ รู้อย่างนี้พี่ไม่น่าให้เธอมาด้วยเลย” อีริคว่าน้องสาวต่างแม่ที่เอาแต่ใจจนเขารำคาญถ้าไม่ให้มาด้วยก็ไปฟ้องพ่อที่เข้าข้างยัยเด็กแก่แดดนี่ตะพึดตะพือ แล้วเขาก็รู้ว่าน้องไม่ได้ใสซื่อเหมือนอยู่ต่อหน้าทุกคน เอ็มม่าใจแตกตั้งแต่อายุสิบห้าพอแม่เธอเสียพ่อของเขาก็รับมาอยู่ด้วยฐานะลูกสาวคนเล็กที่เกิดจากอดีตเลขาที่ทะเยอทะยานจะเป็นเมียเจ้านายจึงวางยาจนตั้งท้องและเรียกร้องค่าเลี้ยงดูไม่งั้นจะบอกแม่ของเขาแด๊ดก็เลยจ่ายไปและเธอก็ติดต่อขอค่าเลี้ยดูเอ็มม่ามาเรื่อยๆจนตายด้วยอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อนตอนเอ็มม่าอายุสิเจ็ดปี
“เอ็มม่าพูดจริงๆนะคะพี่แบรด”
“เอ็มม่า พี่จะบอกอีกครั้งนะ ฟังให้ดีพี่รักเธอเหมือนน้องสาวไม่ได้รักเหมือนคนรักเพราะฉะนั้นเลิกคิดเถอะ” แบรดไม่อยากพูดรุนแรงเขายังเกรงใจอีริค
“พี่จะให้ทรอยไปส่งเธอกลับบ้าน” อีริคบอกน้องสาวด้วยความไม่พอใจ เอริค ซานโต้ส เป็นลูกชายคนเดียวของ มาคิส ซานโต้ส มหาเศรษฐีค้าเพชรและมีบริษัทผลิตรายใหญ่ของยุโรปและส่งจำหน่ายทั่วโลกตอนแรกก็ชอบที่มีน้องสาวน่ารักแต่พอเห็นพฤติกรรมของเอ็มม่าแล้วเขาก็เฉยๆแต่ก็ยังคอยดูแลถึงยังไงก็เป็นน้องแม้จะคนละแม่ก็ตาม
“ไม่ค่ะ เอ็มม่าจะไม่พูดอีกให้เอ็มม่าอยู่ด้วยนะคะ”
“งั้นมานั่งกับพี่” อีริคเรียกน้องสาวมานั่งด้วยเพราะกลัวเพื่อนรำคาญ
“ไม่ค่ะ เอ็มม่าจะนั่งกับพี่แบรดค่ะ”
“ไม่เป็นไรอีริค ฉันไปนั่งกับแกก็ได้” แบรดพูดจบก็ลุกขึ้น
“กรี๊ดดด.”
“เฮ้ย/ เอ็มม่า / เฮ้ย.” สามหนุ่มสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเอ็มม่าก่อนจะมองหญิงสาวเป็นตาเดียว
“มานี้เลยเอ็มม่า ทรอยตามฉันมา” อีริคลุกขึ้นไปกระชากแขนน้องสาวแล้วเรียกลูกน้องให้เดินตามเขาที่ลากแขนน้องสาวที่เอาแต่ใจออกไปจากคลับหรูเพื่อจัดการส่งกลับบ้าน
“พ่อเนื้อหอม เป็นไงล่ะเจอฤทธิ์ของเอ็มม่าเข้าไปอึ้งเลยเหรอ” จาเม็ดนั่งมองพฤติกรรมของเอ็มม่าแล้วส่ายหน้าก่อนจะแซวเพื่อนที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับ
“ต่อไปนายสองคนอย่าให้เอ็มม่าเข้าใกล้ฉันในระยะสองเมตรไม่งั้นฉันจะหักเงินเดือนหักโบนัสพวกนาย” แบรดบอกคนสนิทที่ทำหน้าปั้นยากให้เขาทำอย่างอื่นเถอะแต่กับผู้หญิงอย่างเอ็มม่าขอผ่าน
“ให้ผมทำอย่างอื่นได้มั้ยแบรด” จอนนี่ถามเจ้านายเวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนเขาจะเรียกแบรดแต่ในเวลางานแบรดคือเจ้านายก็จะเรียกคุณแบรด
“นั่นสิ กันเอ็มม่าไม่ให้เข้าใกล้นี่ไม่ไหวมั้งครับ” อังเดรก็ส่ายหน้าแค่ได้ยินเสียงของเอ็มม่าเขาหูดับแล้ว
“ก็ตามใจนายสองคน แต่ฉันพูดจริงและทำจริง” แบรดพูดจบหยิบแก้ววิสกี้สาดลงคอหมดแก้วจนหน้าแดงก่ำและปวดหัวขึ้นมาติดหมัด
“ครับ/ครับ เจ้านาย” สองหนุ่มรับคำสั่งเจ้านายแล้วยกแก้วชนกันก่อนจะดื่มหมดแก้วเหมือนกัน อีริคหายไปสักพักก็เดินกลับมา
“โทดทีแบรด ที่น้องสาวฉันทำให้เสียอารมณ์ พรุ่งนี้ต้องให้แด๊ดจัดการแล้วล่ะ เจอแบบนี้ก็ไม่ไหวว่ะน้องก็น้องเหอะ” อีริคยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มแล้วถอนหายใจ
“ช่างเถอะน่า เรามาดื่มคลายเครียดกันนะโว้ย”
“แกเครียดอะไรวะจาเม็ด” อีริคมองหน้าคนเครียดที่ตาเป็นประกายมองสาวๆสวยๆที่นั่งดื่มแล้วชม้ายตามองพวกเขา
