บทที่ 12 ฟันแล้วทิ้ง

ไอความร้อนจากภายนอกและเสียงยานพาหนะอันจอแจบนท้องถนน ปลุกให้ชายหนุ่มที่นอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงกว้างตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา ความเหนื่อยล้าจากการแทบไม่ได้พักผ่อนตลอดทั้งคืนส่งผลให้ครูโซ่ตื่นสายกว่าเวลาที่กำหนดไปถึงห้าชั่วโมงเต็ม

ชายหนุ่มจำได้ดีว่าก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเพลีย เขาตระกองกอดเรือนร่างละมุนนั้นไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น ทว่ายามนี้เมื่อลองวาดมือควานหาซ้ายขวา กลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีเรือนร่างหอมกรุ่นนุ่มนิ่มคอยนอนแนบชิดกายเขาอีกต่อไปแล้ว

หัวใจของชายหนุ่มพลันวูบไหวอย่างประหลาดเมื่อตระหนักว่าเธอจากไป ทั้งที่ยังไม่ทันได้ทำความรู้จักแม้กระทั่งชื่อ แปลกเหลือเกินที่เขากลับรู้สึกโหยหาและอยากพบเธออีกครั้ง... ผู้หญิงที่หวานล้ำไปทั้งเนื้อทั้งตัว หวานละมุนแม้กระทั่งน้ำเสียงสะอื้นครางที่ทั้งน่าเอ็นดูและเร้าอารมณ์อย่างที่เขาไม่เคยได้สัมผัสจากใครมาก่อน แต่เธอคงไม่อยากเจอเขาแล้วล่ะมั้ง เพราะหากปรารถนาจะพบกันอีก เธอคงไม่เลือกทิ้งเขาให้ตื่นมาเผชิญความอ้างว้างเพียงลำพังแบบนี้

ครูโซ่ทอดกายล้มตัวนอนนิ่งอยู่อย่างนั้นอีกนับสิบนาที ชายหนุ่มจงใจสูดซับกลิ่นอายความหอมละมุนของเธอที่ยังคงตกค้างอยู่บนผืนหมอนให้นานที่สุด หวังฝังทุกเศษเสี้ยวความทรงจำที่มีร่วมกันเอาไว้ในใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นการจากลาอย่างแท้จริง

เมื่อเห็นว่าตนเองใช้เวลากับความฟุ้งซ่านมามากพอแล้ว ชายหนุ่มจึงหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงด้วยความเมื่อยล้า ยอมรับกับตัวเองเลยว่าค่ำคืนที่ผ่านมานั้นหนักหน่วงเอาการ และนับเป็นบทรักที่เร่าร้อนสุดเหวี่ยงที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ สภาพเตียงนอนยับย่นหลุดลุ่ยไม่ต่างจากสมรภูมิรบอันดุเดือด

ครูโซ่ก้มลงเก็บหมอนที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นขึ้นมาจัดวางไว้บนเตียง พลางออกแรงดึงผ้าปูที่นอนให้กลับมาตึงเรียบเข้าที่เข้าทาง เพราะเขาไม่อยากให้แม่บ้านของโรงแรมนำสภาพห้องไปพูดนินทาในทางเสียหาย อย่างไรเสียเขาก็อยากให้เกียรติเธอ... ผู้หญิงที่มอบเรือนร่างให้เขาอย่างงดงามอ่อนหวาน และเขาก็เป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ภาคภูมิใจกับการเป็นเจ้าของความบริสุทธิ์ของเธอ

สายตาคมของครูโซ่พลันเหลือบไปเห็นสิ่งที่เธอทิ้งเอาไว้ดูต่างหน้า... มันคือจดหมายฉบับเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือบรรจงเป็นระเบียบเรียบร้อย เนื้อความในนั้นบอกเล่าอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอหยิบเงินในกระเป๋าของเขาไปเพียงสองร้อยบาท เพื่อใช้เป็นค่ารถกลับบ้าน

เงินเพียงสองร้อยบาท... กับพรหมจรรย์ที่เธอต้องสูญเสียไปในค่ำคืนที่ผ่านมา มันช่างน้อยนิดจนน่าใจหาย ความคิดนี้ยิ่งทำให้ชายหนุ่มตระหนักถึงศักดิ์ศรีและความซื่อสัตย์ของหญิงสาว เพราะหากเธอคิดจะละโมบ หยิบเงินไปจนหมดกระเป๋าหรือฉกฉวยของมีค่าชิ้นอื่น เธอก็ย่อมมีโอกาสทำได้ในตอนที่เขาหลับสนิท และเขาก็คงไม่มีวันนึกโกรธเคืองหรือว่าร้ายเธอเลยแม้แต่คำเดียว

ชายหนุ่มรู้สึกปวดแปลบที่หัวใจอย่างประหลาด เขาค่อยๆ พับกระดาษโน้ตแผ่นนั้นเก็บเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างระมัดระวัง ทั้งที่ตัวเขาเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าจะเก็บมันไว้ทำไม ในเมื่อหลังจากนี้... มันก็คงเป็นได้แค่เศษกระดาษไร้ค่าแผ่นหนึ่ง และเรื่องราวอันลึกซึ้งที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก็เป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน หรือ ‘One Night Stand’ ที่จบลงแล้วก็แยกย้ายกันไปเท่านั้น

ครูโซ่เดินทางกลับถึงบ้านในเวลาเกือบสี่โมงเย็น และวันนี้ก็ถึงคิวของเขาที่จะต้องเปิดบ้านทำหน้าที่เจ้าภาพ ต้อนรับสมาชิกในครอบครัวมารับประทานอาหารมื้อค่ำร่วมกัน ซึ่งสมาชิกที่ว่านั้นก็คือน้องชายร่วมอุทรอีกสองคน... ‘คาลอส ดุจตะวัน’ สัตวแพทย์หนุ่มมาดเนี้ยบประดุจคุณชายหลุดมาจากภาพวาด และ ‘คอสโม่ ดุจตะวัน’ ผู้จัดการรีสอร์ตเพลย์บอยตัวพ่อ ผู้พร้อมจะโปรยเสน่ห์ขยี้หัวใจสาวๆ ให้แหลกเป็นผุยผงด้วยความหล่อเหลาอันร้ายกาจ

การเปิดบ้านร่วมโต๊ะอาหารสัปดาห์ละครั้งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะแม้ว่าพวกเขาสามพี่น้องจะอาศัยอยู่ในอาณาเขตรั้วเดียวกัน ทว่ามันกลับเป็นเขตรั้วที่กว้างใหญ่ไพศาลกินพื้นที่รวมกันกว่าสองพันไร่

ผืนดินแห่งนี้คือมรดกตกทอดจากบิดามารดาผู้ล่วงลับ แต่เนื่องจากพี่น้องตระกูลดุจตะวันมีความชอบและความถนัดที่แตกต่างกัน พวกเขาจึงแบ่งสันปันส่วนพื้นที่ออกเป็นสามส่วนเพื่อใช้ประกอบอาชีพตามสายงานที่ตนรัก โดยครูโซ่พี่ใหญ่รับหน้าที่ดูแลเขตไร่เกษตรกรรมผสมผสานที่ปลูกพืชพรรณเอาไว้หลากหลายชนิด คาลอสน้องคนกลางนำความรู้ด้านสัตวแพทย์มาบริหารจัดการฟาร์มปศุสัตว์ ส่วนคอสโม่จอมเสเพลของบ้าน ขอเปลี่ยนที่ดินเปล่าทางทิศตะวันตกให้กลายเป็นสนามกอล์ฟ ไนต์คลับ และรีสอร์ตหรู โดยรวมเรียกแผ่นดินอันมั่งคั่งผืนนี้ว่า ‘อาณาจักรดุจตะวัน’ ตามนามสกุลของพวกเขานั่นเอง

“ไปกรุงเทพฯ คราวนี้มีเรื่องหนักใจอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมพี่ดูหน้าตาไม่ค่อยดีเลย” คาลอสเอ่ยถามขึ้นมา เมื่อสังเกตเห็นว่าวันนี้นอกจากพี่ชายคนโตจะพูดน้อยลงกว่าปกติแล้ว ยังเอาแต่ลอบถอนหายใจออกมาบ่อยครั้ง

ครูโซ่ระบายลมหายใจยาวออกมารอบหน และครั้งนี้ดูจะหนักหน่วงกว่าครั้งไหนๆ ชายหนุ่มไม่ยอมตอบคำถามในทันที ทว่ากลับโยนคำถามย้อนศรใส่คนเป็นน้องแทน

“พวกนาย... เชื่อเรื่องรักแรกพบหรือเปล่า”

“อย่าบอกนะว่าไปกรุงเทพฯ คราวนี้ พี่ครูซไปเจอรักแรกพบเข้าใหมู่!” คอสโม่สอดขึ้นกลางปล้องด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนตื่นตระหนก เพราะพี่ใหญ่ของบ้านไม่เคยมีท่าทีหวั่นไหวหรือแลตามองผู้หญิงคนไหนมาก่อน ทั้งที่มีสาวๆ มากหน้าหลายตามาต่อแถวรอทอดสะพาน หวังให้พ่อพวงมาลัยคนนี้ยอมก้าวลงมาจากคานทองใจจะขาด ก็แหงละ... นอกจากจะหล่อเหลาและร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีแล้ว พี่ชายของเขายังโปรไฟล์เลิศเลอดีกรีจบด็อกเตอร์ เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติครบสูตรชายในฝัน

“ก็ไม่เชิง...” ครูโซ่ตอบเสียงแผ่ว ชายหนุ่มไม่แน่ใจนักว่าความรู้สึกนี้จะเรียกว่าความรักได้หรือเปล่า ทว่าจนถึงตอนนี้ เขากลับยังสลัดภาพใบหน้าและกลิ่นอายของเธอออกจากหัวไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว

“เล่ามาเถอะครับ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” คาลอสอดไม่ได้ที่จะเร่งเร้า ชายหนุ่มคิดว่าเรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ เพราะตั้งแต่เติบโตเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกันมา เขาไม่เคยเห็นพี่ใหญ่ตกอยู่ในอาการว้าวุ่นใจเพราะสตรีขนาดนี้มาก่อนเลยสักครั้ง

ครูโซ่มองหน้าน้องชายทั้งสองอย่างชั่งใจ ทว่าด้วยความสนิทสนมกลมเกลียวจนแทบจะแลกลมหายใจกันได้ พี่น้องสามคนจึงไม่เคยมีความลับต่อกัน พี่ใหญ่ของบ้านจึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นให้น้องๆ ฟัง

เจตนาของเขาไม่ได้ต้องการจะพาดพิงผู้หญิงคนนั้นในทางเสียหาย เพียงแต่เขาต้องการระบายความอัดอั้นตันใจที่สุมทรวงอยู่ เพราะจนถึงนาทีนี้ เขาก็ยังไม่อาจลบล้างดวงตาคู่หม่น เสียงครวญครางหวานหู รวมถึงกลิ่นกายหอมละมุนที่เย้ายวนใจของเธอออกไปจากห้วงคำนึงได้เลย มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาตอบตัวเองไม่ได้ว่าคืออะไร...

มันเป็นเพียงความสนใจที่บุรุษเพศมีต่อสตรีคนหนึ่ง หรือว่ามันมีอิทธิพลมากกว่านั้นกันแน่

ครูโซ่ระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเมื่อเล่าจบ ทว่าคอสโม่กลับระเบิดเสียงหัวเราะลั่นราวกับว่าเรื่องกลุ้มใจของพี่ชายเป็นเรื่องตลกขบขันเสียเต็มประดา

“หัวเราะอะไรของนาย” ครูโซ่เอ่ยถามเสียงขุ่น ชักเริ่มไม่สบอารมณ์น้องชายคนเล็กที่บังอาจเห็นความทุกข์ใจของเขาเป็นเรื่องโจ๊ก

“ก็หัวเราะที่พี่ครูซถูก ‘ฟันแล้วทิ้ง’ น่ะสิครับ โถ... เกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ ผู้ชายระดับสมบูรณ์แบบอย่างพี่ครูซ โดนผู้หญิงฟันแล้วทิ้ง!”

“ไม่ใช่โว้ย!” คนถูกกล่าวหาโวยลั่นทันควัน ทว่าเสียงปรามนั้นกลับไม่อาจหยุดปากของน้องชายตัวดีได้เลย คอสโม่ยังคงเอ่ยเย้าต่อด้วยน้ำเสียงระรื่นเริงร่า

ผมว่าผู้หญิงคนนั้นต้องตาถั่วมากๆ เลยนะที่กล้าสลัดพี่ครูซทิ้ง หรือไม่ก็... ลีลาของพี่มันจืดชืดไม่ประทับใจเธอหรือเปล่า เธอถึงได้รีบแจ้นหนีหายไปตั้งแต่ไก่โห่แบบนั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป