บทที่ 13 เจ็ดยก

คนถูกสบประมาทเรื่องลีลารักถึงกับหน้ามุ่ย ชายหนุ่มเลื่อนจานอาหารตรงหน้ากระแทกส่งให้น้องชายตัวแสบเบาๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนจัด

“ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรก็เงียบไปเลย กินเข้าไปจะได้หุบปาก... ไม่ประทับใจอะไรกันล่ะ ฉันเชื่อมั่นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอจะไม่มีวันลืมไปจนวันตายแน่ เพราะเราสองคนต่างสิ้นฤทธิ์หลับใหลไปในอ้อมกอดของกันและกันต่างหาก”

ครูโซ่อดไม่ได้ที่จะคุยโวออกมาเล็กน้อย ค่ำคืนที่ผ่านมาสำหรับเขากับเธอมันคือความหอมหวานที่แท้จริง ทุกวินาทีเขาโอบอุ้มและทะนุถนอมเธออย่างสุดหัวใจ และไม่ใช่แค่เธอหรอก... เพราะตัวเขาเองก็ประทับใจลึกซึ้งจนคิดว่าคงไม่มีวันลบเลือนผู้หญิงคนนั้นออกไปจากชีวิตได้จนวันตายเช่นกัน

“ราคาคุยชัดๆ” คอสโม่ยังคงสบโอกาสแหย่พี่ชายต่อ “บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจจะแค่นักสนุก อยากล่าแต้มขำๆ หรือไม่ก็จ้องจะปอกลอกเงินพี่หรือเปล่า”

“นายมันมองผู้หญิงในแง่ร้ายเกินไปแล้วคอสโม่” ครูโซ่รีบออกโรงปกป้องหญิงสาวแปลกหน้าทันที “เธอไม่มีทางเป็นผู้หญิงพรรค์นั้นแน่ แววตาของเธอดูด้านใสซื่อ เป็นคนดี และที่สำคัญ... เธอเพิ่งถูกรังแกมาอย่างแสนสาหัส”

พี่ใหญ่ของบ้านแก้ต่างแทนผู้หญิงที่เพิ่งทิ้งเขาไป ชายหนุ่มปักใจเชื่อมั่นว่าเธอผ่านเรื่องเลวร้ายมาจริงๆ เพราะถ้าหากเธอเป็นพวกมิจฉาชีพหรือผู้หญิงล่าแต้มอย่างที่น้องชายกล่าวหา ป่านนี้เขาคงไม่เหลือทรัพย์สินอะไรกลับบ้านมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือรถยนต์คู่ใจ แต่นี่ทุกสิ่งทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วน ส่วนข้าวของที่หายไป... ก็มีเพียงเสื้อผ้าตัวโคร่งของเขาและเงินอีกแค่สองร้อยบาทที่เธอจำเป็นต้องใช้เป็นค่ารถเท่านั้น

ทว่า... คนที่มีแผลเป็นฝังลึกอยู่ในใจอย่างคอสโม่มีหรือจะยอมคล้อยตามคำแก้ต่างนั้นง่ายๆ ชายหนุ่มยกเอาประสบการณ์อันขมขื่นของตัวเองขึ้นมาหักล้างเหตุผลทันควัน

“ผู้หญิงที่ผมเคยรักสุดหัวใจ... ตอนแรกเธอก็ดูลักษณะใสซื่อเป็นคนดีแบบนี้แหละครับ แล้วเป็นยังไงล่ะ สุดท้ายเธอก็ทิ้งผมไปหาคนอื่นที่เธอคิดว่ารวยกว่าอยู่ดี ผมไม่อยากเห็นพี่ต้องเก็บเรื่องนี้เอามาคิดให้รกสมอง เพราะสุดท้ายแล้ว ตัวพี่เองนั่นแหละที่จะจมปลักอยู่กับความรู้สึกผิดจนไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับใครได้อีก... ลืมเธอไปซะเถอะครับ”

คอสโม่โต้เถียงกลับ รอยยิ้มทะเล้นยั่วเย้าที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อครู่พลันเลือนหายไปจนหมดสิ้น แววตาคู่ขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นชิงชังที่อัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวดระคนขุ่นเคือง ยามที่นึกถึงบาดแผลเก่าในอดีต

ครูโซ่ได้แต่ทอดถอนใจ การเปิดประเด็นเรื่องผู้หญิงกับคอสโม่ดูท่าจะไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไรนัก แม้ฉากหน้าของน้องชายคนเล็กจะแสดงให้เห็นภาพลักษณ์ของเพลย์บอยหนุ่มที่มีสาวสวยห้อมล้อมอยู่ไม่ขาดสาย เสเพลหนักเสียจนน่าจับไปเจาะเลือดตรวจโรคทุกเดือน ทว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ความจริงว่า... รอยยิ้มร่าเริงและเสียงหัวเราะเหล่านั้น เป็นเพียง ‘หน้ากาก’ ที่เจ้าตัวสร้างขึ้นมาเพื่อซุกซ่อนความบอบช้ำเอาไว้ บาดแผลแห่งความเจ็บปวดที่เจ้าตัวปักใจเชื่อว่าคงไม่มีวันเยียวยาได้จนกว่าจะสิ้นลมหายใจ

“แล้วพี่ป้องกันหรือเปล่าครับ” เป็นคาลอสที่เอ่ยถามขึ้นมากลางปล้องหลังจากที่นั่งฟังเงียบๆ มานาน และคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่น้องคนกลางจะแสดงความห่วงใยเรื่องนี้ เพราะเขาเปรียบเสมือนผู้ดูแลสุขอนามัยของทุกคนในบ้าน ถึงแม้จะเป็นเพียงสัตวแพทย์ ไม่ใช่แพทย์รักษาคนก็ตาม

“ป้องกันแค่... ตอนแรกน่ะ แต่ตอนหลังเปล่า” ครูโซ่ตอบรับเสียงอ่อย ชำเลืองมองหน้าน้องชายอย่างหวาดๆ และก็เป็นไปตามคาด... คาลอสแผดเสียงตวาดกลับมาทันควัน

“ทำไมพี่ถึงได้ประมาทขนาดนี้ครับ!”

“แล้วแกจะให้ฉันพกถุงยางอนามัยทีละเจ็ดชิ้นไว้ในกระเป๋าสตางค์หรือไงเล่า!” พี่ใหญ่เถียงข้างๆ คูๆ ใบหน้าหล่อเหลาเห่อร้อนและแดงซ่านขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อต้องมานั่งแจกแจงเรื่องพรรค์นี้ให้น้องชายฟัง ต่อให้จะเป็นน้องที่คลานตามกันมาก็เถอะ... ใครบ้างล่ะจะไม่อาย!

“เจ็ดชิ้น... หมายถึงเจ็ดยกเลยเหรอพี่!” คอสโม่ร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึงและทึ่งจัด “พี่ครูซโคตรเจ๋งอะ! ระดับผมยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย มิน่าล่ะ... วันนี้ถึงได้ดูหน้าซีดเซียวพิกล ที่แท้ก็โดนรีดพิษไปตั้งเจ็ดรอบนี่เอง! เฮ้ย ไม่ได้การแล้ว แบบนี้ต้องบำรุงกันชุดใหญ่ สนใจรับคาเวียร์ไหมพี่ เดี๋ยวผมให้เด็กวิ่งไปเอาที่คลับมาให้”

คอสโม่หมายถึงร้านอาหารระดับห้าดาวที่ตั้งอยู่ติดกับสนามกอล์ฟในความดูแลของตน ซึ่งที่นั่นมีเมนูคาเวียร์ชั้นยอดจำหน่ายอยู่ เพราะมันขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดอาหารบำรุงกำลังและกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศชั้นดี แม้จะมีราคาสูงลิ่วแพงหูฉี่ แต่ถ้าเพื่อบำรุงกำลังให้พี่ชายสุดที่รักแล้วละก็... เขายินดีเปย์ให้ไม่อั้น!

“แกก็เอาแต่คิดเรื่องแบบนี้ ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า... ยังแข็งแรงดี” ครูโซ่บ่นอุบอิบกลบเกลื่อน ทว่าคำพูดนั้นกลับพัดพาห้วงความคิดให้หวนไปถึงสาวน้อยร่างบอบบางคนนั้น ขนาดผู้ชายอกสามศอกอย่างเขายังรู้สึกอ่อนเปลี้ย แล้วร่างแน่งน้อยที่ถูกพายุสวาทโหมกระหน่ำใส่ตลอดทั้งคืนล่ะ ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ พี่ก็ไม่ควรปล่อยตัวปล่อยใจจนลืมป้องกันอยู่ดี” คาลอสยังคงสวมวิญญาณครูปกครองบ่นอุบ สีหน้าหล่อเหลาฉายแวววิตกกังวลออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง

“เธอเป็นผู้หญิงบริสุทธิ์ คงไม่มีโรคภัยอะไรหรอก” ครูโซ่เอ่ยแก้ต่าง และเขาก็มั่นใจเต็มประดาว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น

“อ้าว... แล้วผู้หญิงบริสุทธิ์เขาท้องไม่เป็นหรือไงครับพี่”

ประโยคแทงใจดำนั้นทำเอาสามหนุ่มตระกูลดุจตะวันถึงกับชะงักและหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก และแน่นอนว่าคนที่ตกใจขวัญผวามากที่สุด ก็หนีไม่พ้นคนที่ไม่ได้พกถุงยางอนามัยเจ็ดชิ้นติดกระเป๋าสตางค์เอาไว้นั่นเอง

“ท้อง... ท้องเหรอ” ครูโซ่ครางเครือเสียงแผ่ว อาการช็อกแล่นริ้วไปทั่วร่างเมื่อสมองดันเผลอจินตนาการภาพหญิงสาวแปลกหน้ากำลังอุ้มท้องลูกน้อยของเขาอยู่

“ใช่สิครับ! แล้วทีนี้ลองคิดดูนะ ถ้าเกิดเธอท้องขึ้นมาจริงๆ สายเลือดทายาทของดุจตะวันจะเป็นยังไง จะต้องไปตกระกำลำบากอยู่ที่ไหนก็ไม่มีใครรู้ ความประมาทของพี่กำลังจะทำให้เด็กตาดำๆ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ ของพวกเราต้องมาเดือดร้อนไปด้วยนะ” คาลอสยังคงขยี้จุดอ่อน ตวัดสายตาคมกริบมองสบตาพี่ชายด้วยแววตาตำหนิติเตียน คล้ายกับว่าครูโซ่เพิ่งจะไปก่อคดีฆาตกรรมใครตายมาอย่างนั้นแหละ

“มัน... มันคงไม่แจ็กพอตแตกขนาดนั้นมั้ง” ครูโซ่พยายามเอ่ยปลอบใจตัวเอง ทั้งที่ลึกๆ แล้วเขาไม่รู้สึกมั่นใจเลยแม้แต่นิดเดียว

“พี่ควรจะรีบตามหาเธอให้พบ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่ได้กำลังอุ้มท้องลูกของพี่อยู่”

“ฉันก็อยากทำแบบนั้นใจจะขาด! แต่ฉันไม่รู้เลยว่าเธอเป็นใคร อยู่ที่ไหน... กระทั่งชื่อของเธอ ฉันก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ!”

เมื่อพี่ใหญ่ของบ้านสารภาพออกมาตามตรง น้องชายทั้งสองก็ถึงกับหมดคำพูดและจนปัญญาที่จะช่วยสืบหา คาลอสกับคอสโม่ได้แต่มองหน้ากันไปมาแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่วนครูโซ่นั้น... ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าอาหารค่ำมื้อนี้ ช่างเป็นมื้อที่ฝืดคอและเย็นชืดที่สุดในรอบหลายปี

“อย่าเพิ่งท้องเลยนะแม่คุณ... รอให้ฉันหาตัวเธอเจอเสียก่อน แล้วค่อยท้องทีหลังก็ยังไม่สาย...” ครูโซ่ได้แต่พึมพำภาวนากับตัวเอง ทอดสายตามองเหม่อออกไปเบื้องหน้าด้วยความวิตกกังวลที่เริ่มเกาะกินหัวใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป