บทที่ 6 ยานั่นยังไม่หมดฤทธิ์
เธอพยักหน้ารับ เขาเป็นเพียงคนแปลกหน้า การเปิดเผยเรือนร่างต่อหน้าเขาก็เป็นสิ่งที่น่าอายมากพออยู่แล้ว หากจะต้องมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาจริงๆ บอกตามตรงว่าเธอกลัว
“กอดผมไว้”
หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย เธอกอดเขาเอาไว้อย่างแนบแน่น เช่นเดียวกับอ้อมแขนแกร่งที่ตระกองกอดเธอตอบ ความใกล้ชิดระหว่างคนทั้งสองนั้นแนบสนิทจนแม้แต่อากาศก็ไม่อาจแทรกผ่าน และนั่นเองที่ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนบางอย่างบริเวณหน้าท้องแบนราบ ใบหน้าหวานแดงก่ำ แม้จะไม่เคยมีสัมพันธ์รักกับชายใดมาก่อน แต่ก็ใช่ว่าจะไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่า...ความร้อนผ่าวที่ดุนดันอยู่ตรงหน้าท้องนั้นคืออะไร
เธอรู้สึกเขินอายกับความแนบชิดที่เกิดขึ้น แม้จะมีเนื้อผ้าจากชุดของเขาขวางกั้นอยู่ก็ตาม
ทว่าความรู้สึกขวยเขินนั้นก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ เมื่อปลายนิ้วสากเริ่มลากไล้จากหน้าท้องแบนราบลงไปสู่หน้าขาเนียน ก่อนจะวกกลับมายังใจกลางความสาว
กลีบกุหลาบงามถูกเขาสัมผัสลูบไล้อย่างถนัดถนี่ และคราวนี้เธอไม่อาจต้านทานความรู้สึกซาบซ่านที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป เสียงครางหวานหูจึงหลุดลอดออกมาอย่างต่อเนื่อง
มันเป็นความสุขสมระคนทรมานเมื่อเขาขยับปลายนิ้วเสียดสีกับจุดอ่อนไหวที่หลบซ่อนอยู่ภายใน ความวาบหวามที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงทำให้เธอเผลอครวญครางออกมาอย่างลืมอาย ร่างบางดิ้นเร่าบิดส่ายไปมา ยามเมื่อเขาปรนเปรอเกสรกุหลาบด้วยจังหวะที่รัวเร็วขึ้นอย่างไม่คิดจะผ่อนปรน
"อา...อื้อ..."
เธอครางกระเส่า ในขณะเดียวกันลมหายใจก็เริ่มขาดห้วง ตามด้วยอาการหอบกระชั้นเพราะแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานสูงขึ้น เพราะนอกจากเขาจะปรนเปรอจุดอ่อนไหวแห่งความสาวแล้ว ยังสอดแทรกปลายนิ้วแกร่งเข้าสู่ความอ่อนนุ่มลึกลับ ขยับเข้าออกอย่างเป็นจังหวะจนทำให้เธอรู้สึกสะท้านไปทั้งร่าง ความวาบหวามไต่ระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแตกซ่านกลายเป็นประกายดาวพร่างพราวสว่างวาบอยู่ในหัว
“อา...” เธอครางยาวพร้อมกับความรู้สึกตอดรัดอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายใน ก่อนที่ร่างบางจะกระตุกเกร็งค้าง หัวใจสั่นสะท้านยิ่งกว่าตอนไหนๆ ตัวเบาหวิวราวกับขนนก รู้สึกดีขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อความทรมานที่อัดอั้นถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น
ยาวนานเหลือเกินกว่าที่เธอจะผ่อนคลายลงได้ และเมื่อพายุอารมณ์ที่ซัดสาดได้พัดผ่านไป เรี่ยวแรงที่เคยใช้พยุงตัวก็พลันเหือดหาย เธอค่อยๆ ทรุดกายลงกับพื้นห้องน้ำโดยมีอ้อมแขนของเขาคอยประคองไว้ ร่างบางหอบสะท้านอยู่นานนับนาที จะเรียกว่านี่คือความเหนื่อยหอบที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้
เมื่อลมหายใจเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เธอก็ปรือตาขึ้นมองคนที่ให้ความช่วยเหลือ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าตอนนี้กลับเป็นเขาเสียเองที่กำลังสั่นสะท้าน ผิวเนื้อตัวแดงก่ำ ด้วยความห่วงใยเธอจึงเอ่ยถามออกไป พร้อมกับเอื้อมมือไปด้านหน้าเพื่อจะแตะบ่ากว้าง
“คุณ... เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
ชายหนุ่มขยับตัวออกห่างทันที พร้อมกล่าวห้ามด้วยเสียงแหบพร่า
“อย่า...อย่าเพิ่งแตะตัวผม”
“ฉัน... ขอโทษค่ะ”
“คุณออกไปก่อน เอาเสื้อคลุมตัวนั้นไปใส่ซะ” เขาสั่งพร้อมชี้ไปยังเสื้อคลุมอาบน้ำที่แขวนเอาไว้ข้างอ่างล้างหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางโรงแรมเตรียมไว้สำหรับแขกที่มาพัก
“ค่ะ”
เธอรับคำอย่างว่าง่าย จากนั้นก็รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับอย่างลวกๆ ก่อนจะลนลานเดินออกจากห้องน้ำไปตามคำสั่งของเขา ทั้งที่ในใจก็ยังแอบเป็นห่วงเขาอยู่ไม่น้อย
หลังจากที่เธอออกไปแล้ว ครูโซ่ใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องน้ำพักใหญ่ จนแน่ใจว่าตนเองสามารถควบคุมอารมณ์ได้หากต้องออกไปเผชิญหน้ากับเธอ ชายหนุ่มจึงกล้าที่จะเปิดประตูเดินออกมา ทว่าสิ่งที่เห็นกลับทำให้เขาแทบอยากจะกระโจนหนีไปจากห้อง เมื่อพบว่าเธอไม่ได้หลับใหลไปอย่างที่เขาหวัง แต่กลับนอนบิดเร่าอยู่บนเตียง ด้วยอาการเดียวกับตอนที่เขาพาเธอเข้ามาในตอนแรกไม่มีผิดเพี้ยน
เธอปรือตามองเขาด้วยแววตาฉ่ำเยิ้ม
“คุณเป็นอะไร...อย่าบอกนะว่า” ครูโซ่เอ่ยค้างไว้เพียงแค่นั้น อารมณ์ดิบที่พยายามกดลึกหลบซ่อนเอาไว้เมื่อครู่เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง และคราวนี้เขาไม่มั่นใจเลยว่าตัวเองจะหักห้ามใจไม่ทำลายเธอลงได้ เพราะตอนนี้ความอดทนของเขามันได้ขาดสะบั้นลงแล้ว
“ยานั่น...มันยังไม่หมดฤทธิ์ค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ร่างกายยังคงบิดเร่าอย่างน่าเวทนา
“ผม...ผม...” ครูโซ่ไม่รู้จะตอบออกไปอย่างไรดี ว่าเขาไม่อาจใช้วิธีเดิมช่วยเธอได้อีกแล้ว เพราะหากต้องช่วยเธอด้วยวิธีนั้นอีกครั้ง คนที่จะต้องขาดใจตายคงเป็นเขาเองนี่แหละ
ดวงตากลมโตมองเขาอย่างเข้าใจ หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างเพื่อกลั้นเสียงคราง ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเด็ดเดี่ยวมั่นคง
“ฉันรู้ค่ะ แต่กรุณาช่วยฉันด้วยนะคะ...ช่วยในแบบที่คุณเองก็ไม่ต้องทนทรมาน”
“หมายความว่า...”
เธอพยักหน้ารับ ทั้งที่อายแสนอายและหวาดกลัวจับใจ แต่เธอคงไม่อาจผ่านพ้นคืนนี้ไปได้หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเขา และเธอก็ไม่อาจใจดำทนเห็นคนที่พยายามช่วยเหลือเธอมาตลอด ต้องมาตกอยู่ในความทุกข์ทรมานไปพร้อมกัน เพราะจากสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น เกลียวไหมรู้ดีว่าความรู้สึกปรารถนาที่อัดแน่นแล้วไม่ได้รับการปลดปล่อยนั้น...มันทรมานเหมือนตกอยู่ในนรกทั้งเป็น
แม้จะหวงแหนพรหมจรรย์มากเพียงใด แต่หากมีความจำเป็นจะต้องเสียมันไป เธอก็ต้องยอม เพื่อให้ชีวิตก้าวเดินต่อไปได้
“งั้นผมจะพยายามนุ่มนวลกับคุณให้มากที่สุด”
หญิงสาวได้แต่พยักหน้ารับด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ปล่อยกายและใจให้ล่องลอยไปตามสัญชาตญาณ
