บทที่ 7 ผมขอโทษ แต่มันจำเป็นต้องไปต่อ

เมื่อเธอกล่าวตกลง ครูโซ่ก็ไม่รอช้า เสื้อผ้าที่เปียกชื้นถูกปลดเปลื้องออกจากกายไปจนหมด เผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของบุรุษเพศ ท่ามกลางแสงสลัวของดวงไฟ หญิงสาวมองเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้มีสีผิวเดียวกันตลอดทั้งตัว ผิวพรรณใต้ร่มผ้าขาวกว่าด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นผิวสีแทนของเขาก็ดูสมบูรณ์แบบอย่างคนสุขภาพดี เหมือนคนที่ออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้งอยู่ตลอดเวลา

ไหล่ของเขากว้าง ต้นแขนปรากฏกล้ามเนื้อเป็นมัด แผงอกกว้างถูกปกคลุมด้วยไรขนสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งยามกระทบแสงสลัวก็เหลือบประกายเจือสีทองเรียงตัวเป็นระเบียบไล่ระดับลงไปจนถึงขอบกางเกง และเมื่อเขาเลื่อนปลดมันออก เธอก็รีบเบือนหน้าหนี แต่ทว่าไม่ทันการ สัดส่วนอันแข็งแกร่งของเขาผงาดตระหง่านขึ้นมาก่อนที่เธอจะทันได้ละสายตา

ภาพที่เห็นทำเอาเธอต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ความร้อนผ่าวในกายพุ่งทะยานขึ้นอีกหลายองศาด้วยความขวยเขิน ทั้งที่ผู้เป็นเจ้าของเรือนร่างนั้นคงไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร

เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เธอละสายตาจากร่างกายของเขา เธอก็สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่ทาบทับลงมา กลิ่นกายของเขาหอมกรุ่นเหมือนกลิ่นไอดินยามเมื่อต้องสายฝน...หอม สดชื่น ให้ความรู้สึกชุ่มฉ่ำและอุดมสมบูรณ์ ร่างบางถูกเขารวบกอดเอาไว้อย่างแนบแน่น จนเนื้อตัวของทั้งสองแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน และนั่นก็ทำเอาสติของเกลียวไหมโบยบินเตลิดไปอีกครั้ง

เมื่อได้รับอนุญาต ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาก็ลากไล้ไปตามผิวเนื้อนวลเนียน ทุกครั้งที่เขาขยับเขยื้อน มันก็เหมือนกับถูกไฟอุ่นๆ แนบนาบลงมา ทำให้เธอเผลอครวญครางออกมาอย่างแผ่วเบา จนกระทั่งเขาเลื่อนริมฝีปากลงมาครอบครองยอดอก ดูดดึง ตวัดไล้ จนเธอรู้สึกเหมือนตัวเองหายใจหายคอแทบไม่ทัน ความซาบซ่านแปลกใหม่พุ่งทะยานขึ้นสู่สมอง สองมือเล็กที่เคยวางอยู่ข้างลำตัวจึงเลื่อนขึ้นมากอดรัด และลูบไล้แผ่นหลังของเขาอย่างซุกซนไม่แพ้กัน

ปลายลิ้นที่ตวัดรัวเร้าอยู่บนยอดอกช่างทรงอิทธิพลกับเธอเหลือเกิน หญิงสาวเม้มกัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่น เธอไม่กล้าเปล่งเสียงใดๆ ออกมา ทว่าความตั้งใจนั้นกลับพังทลายลงในพริบตา เมื่อฝ่ามือหนาของเขาข้างหนึ่งไต่ไล้ต่ำลงไปยังใจกลางความสาว ก่อนจะมอบความรู้สึกวาบหวามซาบซ่านจนเธอดิ้นพล่าน

เธอห่อปากสูดลมหายใจลึก และยามเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจขยับเคลื่อนไหวไปทั่ว เพื่อสำรวจกุหลาบช่องามที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำค้างเพราะการเล้าโลมอันเหนือชั้น เธอก็ถึงกับหวีดร้องครวญครางออกมาอย่างหมดความอดกลั้น แม้สัมผัสของเขาจะเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ทว่าก็เร่าร้อนจนเกลียวไหมแทบจะหลอมละลาย

ปลายเล็บตัดแต่งเรียบร้อยจิกลงบนบ่ากว้างเพื่อระบายอารมณ์ ในขณะที่เขาเลื่อนเรือนร่างลงต่ำ ไล่พรมจุมพิตไปทั่วผิวเนื้อนวล แวะหยอกเย้ากับแอ่งสะดือบุ๋ม ก่อนจะทำอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอถึงกับแทบหยุดหายใจ

"อย่า..." เธอร้องห้ามเสียงหลงเมื่อเขาเลื่อนตัวต่ำลงไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งการกระทำอันเอาแต่ใจของเขาได้ และในที่สุดเธอก็สัมผัสได้ว่ากลีบกุหลาบงามถูกปลายนิ้วอุ่นจัดแยกออกจากกันอย่างอ่อนโยน และก่อนที่เธอจะทันได้เลื่อนมือลงไปปกป้องจุดเร้นลับที่ไม่เคยมีผู้ใดล่วงล้ำ ปลายลิ้นร้อนชื้นของเขาก็แตะสัมผัสมันเข้าเสียก่อน จุดอ่อนไหวแห่งความสาวถูกลิ้มรสอย่างหิวกระหาย ราวกับว่าเขาอดอยากมานานแรมปี

สัมผัสนั้นสร้างความหวามไหวอย่างที่สุดในชีวิตลูกผู้หญิง เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า สัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างชายหญิงจะรัญจวนซาบซ่านใจได้ถึงเพียงนี้

"อา..."

กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนของเธอขมวดเกร็ง ภายในช่องท้องปั่นป่วนราวกับมีผีเสื้อนับร้อยกระพือปีกโผบิน โดยเฉพาะยามที่ปลายลิ้นร้อนและปลายนิ้วร้ายกาจทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว

“ได้โปรด... ฉัน...” เธอไม่อาจทนทานความวาบหวามนี้ได้อีกต่อไป ร่างกายเรียกร้องต้องการบางสิ่งที่ลึกซึ้งมากกว่านี้ แม้จะบอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร แต่เธอมั่นใจว่าเขาย่อมรู้ดี

“คุณอาจจะเจ็บมาก หากยังไม่พร้อมเต็มที่” ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าไม่แพ้กัน ขณะละใบหน้าขึ้นจากความหอมหวาน เขาอยากเล้าโลมให้เธอพร้อมยิ่งกว่านี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว ความอดทนของเขาเองก็ใกล้จะขาดสะบั้นเต็มที

หญิงสาวส่ายหน้าไปมา ตอนนี้ร่างกายเธอร้อนรุ่มเกินกว่าจะรั้งรอสิ่งใดได้อีก และเมื่อสัมผัสวาบหวามขาดช่วงลง เธอกลับกลายเป็นฝ่ายไขว่คว้าหามันเสียเอง สะโพกผายขยับหยัดชิด บดเบียดเข้าหาเพื่อสร้างการเสียดสี หวังเพียงบรรเทาความทรมานอันแสนหวานที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้น

ปฏิกิริยาตอบสนองนั้นทำเอาเส้นฟางแห่งสติของชายหนุ่มขาดผึง และวินาทีนี้เขาก็ไม่อาจรั้งรอได้อีกต่อไปเช่นกัน ชายหนุ่มขยับเลื่อนกายทาบทับ จัดการปิดกั้นเสียงร้องด้วยจุมพิตอันเร่าร้อนที่พร้อมจะสูบวิญญาณออกจากร่าง ปลายลิ้นสากกวาดต้อนชิมความหวานจากกลีบปากละมุน จุดประสงค์เพื่อล่อหลอกให้เธอเผลอไผล และในจังหวะที่หญิงสาวกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบ เขาก็จัดการฝากฝังความแข็งแกร่งของตนเอง เข้าสู่ความอ่อนนุ่มดุจกำมะหยี่ของเธอในคราวเดียว เพื่อหวังให้ร่างบางต้องเจ็บปวดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

เยื่อบางเบาที่หวงแหนมาทั้งชีวิตฉีกขาดสะบั้น หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ดวงตาที่หลับพริ้มเมื่อครู่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกตกใจ

“เจ็บ...” เธอครางประท้วงเสียงสั่น พร้อมกับพยายามขยับกายหนีตามสัญชาตญาณ

ทว่าในเวลานี้... สำหรับครูโซ่แล้ว มันไม่ใช่จังหวะที่จะสามารถหยุดชะงักกลางคันได้อีกต่อไป เขาหยิบยื่นโอกาสให้เธอถอยหลังกลับหลายต่อหลายครั้ง แต่เธอก็ยังคงเว้าวอนเรียกร้อง ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องขาดใจตายลงเสียตรงนี้ เขาจึงจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ สองมือหนาจับยึดสะโพกมนเอาไว้มั่น เพื่อตรึงร่างบางให้แนบชิดติดกับผืนเตียง

"อา... คุณแน่นเหลือเกิน"

ความอ่อนนุ่มที่บีบรัดแน่นตึงทำให้ชายหนุ่มต้องครางฮึมฮำออกมาเพื่อระบายความอัดอั้น ทว่าสิ่งที่เอ่อล้นอยู่ภายในใจกลับมีมากกว่านั้น... มันคือความภาคภูมิใจที่เขาได้เป็นผู้ชายคนแรกของเธอ และจากนี้ไป เขาจะสอนให้เธอได้เรียนรู้ว่า ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างเธอกับเขานั้นไม่ใช่เรื่องน่าหวาดกลัว แต่มันคือความสุขสม เพราะเขาตั้งใจจะทะนุถนอมร่างบางนี้ไว้อย่างสุดหัวใจ

ครูโซ่สูดลมหายใจลึก ข่มใจหยุดนิ่งฝังตัวตนเอาไว้ภายในความอ่อนนุ่มคับแคบ แม้กิเลสเบื้องลึกจะเรียกร้องให้ขยับเขยื้อนถาโถมเข้าใส่มากเพียงใด แต่เขาก็ต้องพยายามใจเย็นเอาไว้ให้ถึงที่สุด เขาต้องการรอให้ร่างกายของเธอปรับตัวและพร้อมรับเสียก่อน แล้วค่อยก้าวเดินต่อไปพร้อมๆ กัน

ชายหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนให้คนใต้ร่าง เอ่ยคำพูดปลอบประโลมเมื่อคาดเดาว่าเธอน่าจะเริ่มปรับสภาพรับความเจ็บปวดได้บ้างแล้ว

“ผมขอโทษนะ... แต่มันจำเป็นต้องไปต่อ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป