บทที่ 1 ตอนที่ 1 ความสูญเสีย (1/2)

เด็กสาวในวัยสิบแปดกำลังนั่งเหม่อน้ำตาไหลรินอยู่ที่หน้าโลงศพของบุพการี ในงานมีแขกเหรื่อไม่มากนัก ส่วนมากจะเป็นชาวบ้านที่มาร่วมงานด้วยน้ำใจและตามธรรมเนียมของคนในชนบทเสียมากกว่า

พ่อของเธอฆ่าแม่เธอตายและยิงตัวตายตามเพราะเครียดเรื่องบ้านที่กำลังจะโดนเจ้าหนี้ยึด ซึ่งเธอได้เงินประกันในส่วนของแม่ไปเต็มวงเงิน แต่ส่วนของพ่อที่ฆ่าตัวตายนั้นได้เงินประกันแค่บางส่วน

เธอชื่อรวิ ที่แปลว่าพระอาทิตย์ ใบหน้ารูปไข่ ตาโต คิ้วได้รูป จมูกโด่ง ปากสวยเป็นกระจับนั้นถูกเม้มไว้เพื่อกลั้นเสียงร้องไห้ พระอาทิตย์ดวงนี้ตอนนี้ดูช่างมืดมนยิ่งนัก จิตใจเหม่อลอยไม่ได้ลุกต้อนรับแขกอย่างที่เจ้าภาพควรทำ มีเพียงเพื่อนบ้านที่มาทำหน้าที่แทนด้วยความสงสารเด็กสาวที่ทำตัวไม่ถูกและกำลังเสียใจอยู่ในเวลานี้

ขณะที่เธอกำลังโศกเศร้าก็มีรถเก๋งสีดำราคาแพงแล่นมาจอดข้างศาลาที่จัดงานศพสองคัน มีคนใส่ชุดดำลงมาจากรถสามคน คนสุดท้ายใส่ชุดสูทราคาแพง ชาวบ้านทุกคนต่างจ้องมองไปที่เจ้าของรถที่เพิ่งมาถึง บางคนถึงกับก้มหน้าหลบสายตา บางคนก็ยิ้มให้อย่างเทิดทูน

เขาคือบารมี ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเป็นเจ้าพ่อเงินกู้รายใหญ่ในจังหวัด เขามีหน้าตาหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ คิ้วเข้มหนา หุ่นดีอย่างกับนายแบบ แม้อยู่ในวัยสี่สิบสองปีแล้วก็ตาม

เจ้าพ่อเงินกู้วัยสี่สิบสองเดินตรงไปยังหน้าโลงศพ นั่งลงจุดธูปไหว้เคารพศพพ่อของรวิที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและลูกหนี้ของเขา ทวีพ่อของรวิเอาบ้านไปจำนองไว้กับเขาแล้วเอาเงินไปเล่นการพนันจนหมดตัว

บารมีทำธุรกิจเงินกู้ที่ถูกกฎหมาย ดอกเบี้ยต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดด้วยซ้ำ ชาวบ้านแถวนี้จ่ายต้นจ่ายดอกได้อย่างสบายๆ แต่ต้องเป็นไปตามข้อตกลง เขาไม่เคยเอาเปรียบชาวบ้าน เว้นแต่คนที่ไม่ส่งเงินกู้จริงๆ ที่บารมีจะยึดที่ดินหรือทรัพย์สินที่มาจำนองหรือค้ำประกันไว้ตามสัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

พ่อของรวิก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่ส่งเงินกู้ไม่ว่าจะเป็นเงินต้นหรือดอกเบี้ย ทั้งๆ ที่เอาบ้านมูลค่าเกือบล้านมาจำนองแค่สามแสนบาทเป็นเวลาสามปีแล้ว ดอกเบี้ยตอนนี้ก็แค่สองหมื่นบาทเท่านั้น

เจ้าพ่อเงินกู้วัยสี่สิบสองเดินไปนั่งที่เก้าอี้ นั่งฟังพระสวด สายตามองไปที่รวิที่ร้องไห้ไม่หยุด เธอยังเป็นเด็ก อีกทั้งไม่เหลือญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว การที่สูญเสียพ่อแม่ไปพร้อมกันเธอคงยังทำใจไม่ได้

เสร็จจากสวดคืนสุดท้าย ชาวบ้านทยอยกลับจากช่วยงาน เจ้าพ่อเงินกู้วัยสี่สิบสองเดินตรงไปที่รวิที่เฝ้าหน้าโลงศพไม่ยอมลุกไปไหน

“รวิ” บารมีเรียกชื่อเธอ เขาเป็นเพื่อนสนิทของทวี และเห็นรวิมาตั้งแต่ยังเด็ก

ทันทีที่ได้ยินเสียงของเขา รวิก็ลุกขึ้นมาเดินมาทุบเข้าที่อกของบารมี บารมีกอดลูกสาวของเพื่อนสนิทไว้เพื่อให้เธอสงบสติอารมณ์

“ทำไมอาต้องให้พ่อกู้เงิน ทำไมอาเอาเปรียบพ่อของรวิ อาใจร้าย อาทำให้พ่อแม่รวิต้องตาย รวิเกลียดอา” รวิตะโกนด่าบารมีในอกของเขาแล้วหมดสติไป

บารมีอุ้มรวิขึ้นไปบนรถสั่งให้ลูกน้องสองคนดูแลความเรียบร้อยของงานศพ ส่วนอีกคนหนึ่งให้ขับรถพาเขาและรวิไปส่งที่บ้านของเธอ ซึ่งตอนนี้จดจำนองเป็นชื่อของเขาและจะกลายเป็นทรัพย์สินของเขาโดยสมบูรณ์เมื่อสัญญาจะสิ้นสุดลงในอีกไม่ถึงสามเดือนนี้

รถสีดำแล่นมาจอดหน้าบ้านสองชั้น ชั้นแรกเป็นปูเปลือยชั้นที่สองเป็นไม้ เหมือนบ้านทั่วไปในละแวกนี้ แต่ถูกดูแลเป็นอย่างดี มีไม้ดอกไม้ประดับอยู่รอบบ้าน

บารมีอุ้มรวิที่หมดสติเข้าไปในบ้าน โดยให้ลูกน้องเปิดประตูบ้านเปิดไฟไว้รอแล้ว รวิตัวผอมบางจึงไม่เป็นปัญหากับบารมีนัก

เขาอุ้มเธอขึ้นไปยังชั้นสองยังห้องนอนของเธอ ที่มีรูปโปสเตอร์ดาราเกาหลีติดไว้อยู่

บารมีวางรวิลงบนเตียง นั่งข้างๆ ร่างบอบบางนั้นแล้วลูบผมด้วยความสงสาร เขาไม่ได้ตั้งใจจะที่ยึดบ้านของเธอ

บารมีตั้งใจว่าจะก่อนสัญญาสิ้นสุดจะเรียกเพื่อนเข้าไปคุยและให้ทำสัญญาขยายเวลาชำระหนี้ออกไปอีก แต่ก็ไม่ทันการณ์

รวิไม่มีท่าทางว่าจะตื่นง่าย บารมีลงไปบอกลูกน้องให้พักผ่อนและเฝ้าอยู่ด้านล่าง ส่วนเขาขึ้นไปนั่งเฝ้ารวิที่หลับอยู่จนหลับไป

ในตอนเช้า แสงแดดเริ่มสาดส่องเข้ามาปลุกทั้งคู่ให้ตื่นขึ้นมา บารมีรู้สึกตัวก่อน ลืมตาขึ้นมองคนข้างๆ ที่เริ่มขยับเปลือกตา

รวิตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงโวยวาย

“อาบารมี มาทำอะไรที่ห้องรวิ!”

“เมื่อวานเราเป็นลม อาเลยพากลับมาพักที่บ้าน” บารมีบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

รวิก้มมองสภาพของตัวเองในชุดไว้ทุกข์ของเมื่อวาน เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของบิดาด้วยสายตาเจ็บปวด

“อารู้ว่ารวิโกรธ แต่รวิก็รู้ว่าทวีไม่เคยส่งเงินคืนอาเลย แต่อาก็ไม่เคยทวง อายังคุยกับแม่ของรวิด้วยซ้ำว่าจะขยายเวลาชำระหนี้ให้ แต่มันก็ไม่ทัน” บารมีพูดกับรวิ

รวิร้องไห้ น้ำตาไหลด้วยความเจ็บปวด เธอรู้ความจริงข้อนี้ดี รู้ว่าพ่อทำอะไรลงไป รู้ว่าบารมีไม่ผิด แต่ในสถานการณ์ที่สูญเสียพ่อแม่ไปแบบนี้ เธออยากโทษใครสักคน เพื่อเป็นที่ระบายความเจ็บปวดนี้ให้แก่เธอ

“อาก็รู้ว่าพ่อจะเอาเงินไปทำอะไร อาก็ยังให้พ่อยืมเงินไป”

“ที่อาให้เพราะถ้าทวีไม่ได้เงินจากอา เขาก็จะเอาไปจำนองกับคนอื่น แบบนี้มันยิ่งไม่แย่ไปกว่านี้เหรอรวิ” บารมีอธิบายกับเด็กสาวตรงหน้า รวิร้องไห้หนักขึ้นเมื่อไม่มีเหตุผลจะต่อว่าบารมีอีก

บทถัดไป