บทที่ 6 ตอนที่ 3 เด็กในปกครอง (2/2)
รวิออกจากห้องเพื่อลงไปช่วยป้าตุ่น เดินผ่านห้องโถงรับแขกเห็นนทพรนั่งอยู่ก็ยกมือไหว้ตามมารยาท นทพรรับไหว้ลวกๆ แล้วไม่สนใจรวิที่เดินผ่านไป
ป้าตุ่นบอกรวิว่านทพรจะมาทานอาหารด้วย ต้องทำกับข้าวรับแขกเพิ่มอีกสักอย่าง รวิอาสาเป็นคนทำเอง
ป้าตุ่นทำแกงส้มชะอมไข่ และผัดผักรวมมิตร รวิเลยคิดว่าทำเมนูทอดเสริมเข้าไปน่าจะดีกว่า เลยทำทอดมันหมูบดใส่ข้าวโพดที่เธอเคยทำช่วยแม่ และเธอจำได้ว่าตอนที่บารมีไปทานข้าวที่บ้านตอนเธอยังเด็ก เขาชอบทานมาก รวิจึงอยากทำเมนูนี้เพื่อเอาใจบารมี
ป้าตุ่นและแต๋วช่วยกันตั้งโต๊ะ แล้วให้คนไปเชิญบารมีและแขกมานั่งที่โต๊ะ รวิขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดลงมาเพราะตัวเต็มไปด้วยกลิ่นจากการทำอาหาร จึงตามลงมาทีหลัง
“เป็นเด็กเป็นเล็กปล่อยให้ผู้ใหญ่รอมันไม่ดีนะจ๊ะ ไม่มีใครสอนเหรอ” นทพรเอ่ยขึ้น
รวินั่งลงตรงข้ามนทพร โดยมีบารมีนั่งอยู่หัวโต๊ะ
“ขอโทษค่ะ พอดีรวิอาบน้ำเพิ่งเสร็จ” รวิพูดเสียงนอบน้อม ให้เกียรติแขกของผู้มีพระคุณ ทั้งที่ในใจอยากเถียงกลับใจแทบขาด
“ผมกับคุณก็เพิ่งจะนั่ง พูดอย่างกับรอเป็นสิบยี่สิบนาที” บารมีพูดขึ้นตรงๆ นทพรทำหน้าไม่พอใจ
“รวิเป็นหลานของผม อยู่ในความดูแลของผม ถ้ารวิทำอะไรไม่ถูกใจคุณ ก็คงเป็นเพราะผมเองไม่มีเวลาสั่งสอนหลาน” บารมีพูดขึ้นอีกครั้ง นทพรเปลี่ยนสีหน้า
“แนทไม่ได้ว่าคุณเลยนะคะ แนทก็แค่บอกหลานคุณ ว่าให้ผู้ใหญ่รอมันไม่ดี” นทพรแก้ตัวเสียงอ่อนหวาน รวิมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างเซ็งๆ
บารมีเริ่มตักอาหารใส่จาน แล้วชิมทีละเมนู จนถึงเมนูของรวิ นทพรที่กำลังทานก็ชมออกมาว่าแม่ครัวที่นี่ทำอร่อยทุกอย่าง บารมีมองหน้ารวิ ในปากก็เคี้ยวทอดมันที่รวิทำ
“ใช่ วันนี้แม่ครัวทำอร่อยมาก โดยเฉพาะทอดมันจานนี้ อร่อยที่สุด” บารมีจงใจชมรวิ รวิยิ้มดีใจที่บารมีจำได้ว่าเป็นเมนูของที่บ้านเธอ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยขอบคุณคำชมเพื่อแสดงตัวให้นทพรรู้ว่าตนเองเป็นคนทำ
“ใช่ค่ะ อร่อยมาก” นทพรชมไม่ขาดปาก รวิแอบยิ้มไม่หุบ แล้วทานต่อไปเงียบๆ
กว่าบารมีจะพูดให้นทพรกลับไปได้ก็ใช้เวลานานพอควร บารมีกลับเข้าไปตรวจงานเคสสุดท้ายจนเสร็จแล้วเดินออกมาจากห้องทำงาน เจอรวิที่กำลังลงมาหาของว่างยามดึกตอนอ่านหนังสือพอดี
“กินขนมดึกๆ แต่ก็ไม่อ้วนสักที” บารมีพูดขึ้น
“รวิมาอยู่ที่นี่น้ำหนักขึ้นตั้งโลหนึ่งเลยนะคะ”
“แค่โลเดียวทำเป็นคุย” บารมีหัวเราะในความซื่อของเด็กน้อย
“อาจะรับนมอุ่นๆ ก่อนนอนสักแก้วไหมคะ”
“ไม่หรอก ขอบใจนะ” บารมีบอกแล้วมองหน้ารวิที่ตอนนี้เป็นสาวเต็มตัวไม่ใช่เด็กน้อยที่เขาเคยอุ้ม
“อาคะ!!” รวิเรียกดึงสติของบารมีที่กำลังจ้องมองเธออยู่
“อาจะพูดอะไรกับรวิเหรอคะ” รวิถามด้วยความสงสัยที่บารมีมองหน้าเธออยู่นาน บารมีรู้สึกตัวเลยหาเรื่องพูดแก้เก้อ
“อาก็แค่คิดว่า ทำไมรวิทำอาหารเก่งจัง ทอดมันวันนี้อร่อยมาก อาจำได้ว่าแม่ของรวิเคยทำให้อากิน” บารมีเผลอพูดถึงแม่ของรวิ รวิแววตาเศร้าลง แต่ก็ยิ้มให้บารมี บารมีรู้สึกว่าตนเองพูดในสิ่งไม่ควรพูด
“ก็รวิชอบทำอาหารนี่คะ รวิถึงจะเลือกเรียนคหกรรม จะได้เปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง หาเงินมาใช้หนี้อาให้หมดไงคะ” รวิพูดออกมา
บารมีรู้ว่าเธอกลบเกลื่อนความคิดถึง
บารมีดึงเธอเข้าไปกอดไว้
“ไม่ต้องฝืนทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลา อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาก็ได้”
รวิแนบซบอกของบารมี น้ำตาไหล กอดเอวเขาไว้แน่น
“รวิรักอานะคะ”
“อาก็รักรวิ”
ทั้งสองคนต่างบอกรักกันในฐานะอาหลาน แต่บารมีกลับรู้สึกบางอย่างแปลกๆ กับคำว่ารักที่ตัวเองพูดออกไป คำว่ารักที่เขาไม่เคยบอก คนางค์ คำว่ารักที่เขาไม่เคยบอกใครนอกจากพ่อแม่ แต่เขากลับพูดมันกับเด็กสาวตรงหน้า
