บทที่ 3 กับดักเสน่หา
หลังจากที่มาริสาวิ่งหนีหายไปในฝูงชน กฤตดนัยยืนนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธผสมผสานกับความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนปฏิเสธหรือทำให้อับอายได้ถึงเพียงนี้
“ไม่มีใครกล้าปฏิเสธฉันแม้แต่คนเดียว เธอเป็นใครถึงได้กล้านัก!” กฤตดนัยสบถเสียงต่ำ พลางใช้หลังมือสำรวจความเสียหายของใบหน้าอันหล่อเหลา
“เป็นไรมาวะไอ้กฤต หงุดหงิดมาเชียว” ตี๋เอ่ยถามเมื่อเห็นเพื่อนเดินกระแทกเท้าเข้ามา
“วันนี้ฉันกลับก่อนนะโว้ย! ไม่มีอารมณ์” กฤตดนัยตอบเสียงห้วน ก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ตี๋นั่งงงอยู่กลางห้องวีไอพีสุดหรู เขาตรงกลับโรงแรมของตัวเองด้วยอารมณ์ขุ่นมัว กระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหงุดหงิด พลางกรอกเหล้าเข้าปากหวังจะดับความร้อนรุ่มในใจ จนกระทั่งเผลอหลับไปในที่สุด
เช้าวันต่อมา ณ โรงแรมกิจธนาเซ็นทาราแกรนด์ มาริสาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ เธออาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับการฝึกงานด้วยสีหน้ากังวล เรื่องไวน์ห้าแสนบาทที่เธอทำแตกยังคงเป็นเงาตามหลอกหลอน แม้เมื่อคืนเพื่อนสนิทอย่างณิชาจะพยายามปลอบใจพร้อมกับแดนเทพเพื่อนอีกคน ที่บอกว่าพ่อของเขารู้จักไวน์หลายยี่ห้อ เผื่อจะช่วยหาทางออกได้ แต่เธอก็ยังคงไม่สบายใจ
“เรื่องเมื่อวาน อาจไม่เป็นอย่างที่ริสาคิดก็ได้ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” ณิชาปลอบเพื่อนรักขณะเดินเข้ามาสมทบที่ล็อบบี้โรงแรม
“เฮ่อ! ก็คงต้องชดใช้แหละ ไม่อย่างนั้นฉันคงฝึกงานไม่ผ่านแน่ๆ” มาริสาถอนหายใจยาว
“เอาน่า... อย่าเพิ่งคิดมาก เผื่อท่านรองใจดี อาจให้ผ่อนจ่ายก็ได้ริสา” ณิชาปลอบเพื่อนพยายามมองโลกในแง่ดี
“เออใช่! ขอบใจนะณิชา” มาริสาเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง
“ไม่ต้องห่วงนะริสา ทุกอย่างมันมีทางออกเสมอแหละ” ณิชาจับมือเพื่อนเบาๆ
“พักนี้มีแต่เรื่องซวยๆ เมื่อคืนฉันยังไม่ได้เล่าให้เธอฟัง ตอนที่ณิชากับแดนเทพไม่อยู่ มีหนุ่มซีกอคนหนึ่ง หาว่าฉันเป็นสาวไซด์ไลน์ เสนอเงินให้ฉันไปนอนกับเขา” มาริสาเล่าเรื่องที่ผับให้เพื่อนฟังด้วยความโมโห
“บ้าป่าว! ฉันแค่ทิ้งแกไปห้องน้ำแป๊บเดียวเองเนี่ยนะ” ณิชาอุทานด้วยความตกใจ
“ก็นั่นแหละ ฉันตบหน้าไปทีหนึ่ง แล้วก็วิ่งหนีเลย” มาริสายังคงรู้สึกขยะแขยงกับคำพูดและการกระทำของชายคนนั้น
“เออ... สายแล้ว เดี๋ยวฉันไปหาผู้จัดการก่อนนะ แล้วเย็นนี้เจอกันนะ” ณิชาบอกลา ก่อนจะแยกไปฝึกงานที่ห้องครัวของโรงแรม
มาริสาเดินไปยังแผนกประชาสัมพันธ์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอเห็นณัฐชี่ผู้จัดการแผนกสาวประเภทสองจอมเนี้ยบยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีค่ะพี่ณัฐชี่” มาริสายกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม
“มาพอดีเลยริสา! ท่านรองกำลังรอเคลียร์อยู่เลย เดี๋ยวพี่จะพาริสาไปพบนะ แต่ว่าริสาไม่ต้องฝึกงานกับพี่แล้วนะ พอดีคุณกฤตเขาจะให้ไปฝึกกับเขาแทน” ณัฐชี่บอกด้วยน้ำเสียงที่เจือแววตื่นเต้น
“แต่ริสามาฝึกประชาสัมพันธ์นะคะ” หญิงสาวแย้งขึ้นด้วยความไม่สบายใจ เธอไม่อยากฝึกงานกับผู้บริหารสูงวัยในห้องทำงานที่อึดอัด
“ก็นั่นแหละ! แต่ท่านเป็นคนเซ็นฝึกงานให้ริสานะ เขาบอกพี่มาเลย เพราะฉะนั้นพวกแฟ้มต่างๆ เกี่ยวกับการฝึกงานอยู่ที่ท่านรองหมดแล้ว ตอนนี้ท่านอยู่ในห้องนะ รีบไปพบท่านเดี๋ยวนี้เลย!” ณัฐชี่เร่งเร้า
มาริสาจำต้องเดินตามณัฐชี่ไปยังห้องทำงานของท่านรองประธานด้วยความรู้สึกประหม่า เธอจินตนาการถึงชายสูงวัยท่าทางน่าเกรงขามที่กำลังรอเธออยู่
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก
“เชิญ” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังลอดออกมาจากด้านในห้อง ทำให้มาริสารู้สึกใจหายวาบ
เมื่อประตูเปิดออก มาริสาก้าวเข้าไปในห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า สายตาของเธอพลันปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ชื่อบนป้ายหินอ่อนที่ตั้งเด่นอยู่บนโต๊ะสะกดสายตาเธอไว้ กฤตดนัย กิจธนะวรกุล
ร่างบางถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เธอจำเขาได้ดี ชายคนเดียวกับที่เธอตบหน้าเขาเมื่อคืน ภาพเหตุการณ์ย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวอย่างรวดเร็ว
ณัฐชี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นอาการของมาริสา ก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า แหม่! เห็นผู้ชายหล่อๆ หน่อยไม่ได้ ตะลึงจนลืมหายใจเลยนะยัยริสา! แต่เธอหารู้ไม่ว่ามาริสากำลังตะลึงงันด้วยความตกใจและหวาดกลัวต่างหาก
กฤตดนัยส่งสายตาคมกริบให้ณัฐชี่เป็นเชิงให้ออกไปจากห้อง ผู้จัดการสาวสองจึงรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีไม่คิดเลยว่าเราจะได้เจอกันอีก โลกนี้มันช่างกลมแท้ ๆ” เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย้ยหยันเมื่อคืนนี้ บัดนี้กลับฟังดูเย็นชาและเต็มไปด้วยอำนาจ กฤตดนัยยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบจ้องมองมาริสาอย่างไม่วางตา ราวกับกำลังพิจารณาเหยื่อที่ติดกับดักของเขา
“คุณ...” มาริสาครางออกมาเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย
“ต่อไปนี้ ฉันจะเป็นพี่เลี้ยงฝึกงานให้เธอเอง... และเรื่องไวน์ห้าแสนนั่น ถ้าไม่มีเงินชดใช้ ก็ต้องทำงานแลก” กฤตดนัยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำก้าวเข้ามาหาช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยแรงกดดัน จนร่างบางถอยร่นไปติดผนังเย็นเฉียบ
“ฉันจะให้โอกาสเธอทำงานชดใช้ โอเคไหม?” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยคำสั่ง สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเปิดเผย ราวกับกำลังตีราคา
มาริสาไม่มีทางเลือก เธอพยักหน้ารับคำอย่างจำนน โดยไม่รู้เลยว่างานที่เขาว่านั้น อาจจะไม่ได้หมายถึงแค่การทำความสะอาดห้องเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพันธะร้ายที่เธอต้องแลกด้วยร่างกายและหัวใจของเธอเองก็เป็นได้
