บทที่ 6 ตอนที่ 6

เสียงของคมน์ฟังดูทุ้มกังวาน สมกับใบหน้าหล่อเหลา แม้อายุจะไม่ใช่น้อยๆ แต่ท่าทางของเขายังดูสมาร์ทเหลือเกิน

“ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังใหม่ครับ”

คำพูดของเจ้าของไร่องุ่นทำให้แพรนวลหันมามองหน้าเจมส์

“พ่อคมน์รู้แล้วครับว่าคุณจะมาอยู่ที่นี่”

เจมส์บอกหญิงสาว เพราะว่าก่อนที่ตนจะตัดสินใจลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ เพื่อกลับมาช่วยงานในไร่องุ่น เจมส์ได้ปรึกษากับพ่อเลี้ยง ซึ่งคมน์ก็ไม่ขัด ดีเสียอีกที่จะได้คนมาช่วยแบ่งเบางานในไร่องุ่น เพราะคมน์เพิ่งตัดสินใจลงทุนซื้อฟาร์มโคนมต่อจากเพื่อน เขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะให้เจมส์มาช่วยดูแล

“พ่อคมน์สละโลดหรือยังครับ”

เจมส์กระเซ้า เพราะว่าหลังจากมารดาของตนเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ คมน์ก็ครองตัวเป็นโสดเรื่อยมา จนป่านนี้ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะแต่งงานใหม่

“อยู่โสดไปวันๆ ก็ดีเหมือนกัน... เพราะว่าอายุก็ปูนนี้แล้ว... คงไม่มีผู้หญิงที่ไหนอยากได้ชาวไร่แก่อย่างพ่อไปทำผัว”

หนุ่มใหญ่แกล้งตอบอย่างมีอารมณ์ขัน เจมส์หัวเราะ

“แหม... ดูพูดเข้าสิพ่อคมน์... เพราะว่าที่ผมรู้มามันไม่ใช่แบบนี้นะครับ”

ลูกชายแซว ก็เมื่อวานก่อนเจมส์เพิ่งโทรคุยกับป้าต้อย แกบอกว่าตอนนี้พ่อคมน์เป็นพ่อม่ายเนื้อหอม กำลังเป็นที่หมายปองของบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่รวมทั้งสาวแก่แม่ม่ายที่แวะเวียนมาเที่ยวหาเขาที่ไร่องุ่นจนหัวบันไดไม่แห้ง

เจมส์รู้ว่ามีผู้หญิงมากมายพยายามทอดสะพานให้พ่อคมน์ ทว่าที่ผ่านๆ มาก็ยังไม่เห็นว่าพ่อเลี้ยงคนนี้คิดจะจริงจังกับใครเสียที

วันนี้พ่อคมน์ก็ยังทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัย ลอยมาลอยไป หว่านเสน่ห์ให้สาวแก่แม่ม่ายน้ำลายไหลไปวันๆ อย่างที่ป้าต้อยบอก

หลังจากแพรนวลดื่มน้ำจนหายเหนื่อยจากการเดินทาง พ่อคมน์อาสาพาเดินชมบ้าน

บ้านไม้ของพ่อเลี้ยงคมน์ช่างกว้างขวางโอ่อ่าสมฐานะเจ้าของไร่ โถงทางเดินกว้างแบ่งบ้านออกเป็นปีกซ้ายขวา คมน์สั่งให้ป้าต้อยซึ่งเป็นแม่บ้านที่มีหน้าที่ดูแลงานบ้านงานเรือนให้เขา ช่วยจัดการเรื่องห้องพักให้กับเจมส์และนวลที่ตัดสินใจแล้วว่าจะมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่ไร่องุ่น

หลังเวลาอาหารค่ำที่จัดขึ้นอยางอบอุ่น ต้อนรับการกลับมาของเจมส์และสะใภ้

“พ่อเพิ่งซื้อฟาร์มโคมนมเอาไว้ที่เชียงใหม่... ตั้งใจว่าจะให้แกไปดูแล”

คมน์บอกแผนการที่เขาวางเอาไว้ในอนาคต ดีใจที่เจมส์ตัดสินใจทิ้งงานที่กรุงเทพฯ แล้วมาช่วยงานที่ฟาร์ม

ตอนเรียนจบใหม่ๆ เจมส์ยังไม่อยากทำงานในไร่เพราะอยากใช้วิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมากทางด้านครุศาสตร์ จึงเลือกที่จะไปสอนหนังสือในโรงเรียนนานาชาติชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

เจมส์เป็นครูสอนหนังสือได้เพียงสามปีก็รู้สึกเบื่อหน่าย หลังจากค้นพบแล้วว่า ‘ครู’ ไม่เหมาะสมกับตน

“พ่อจะให้ผมไปอยู่ที่ฟาร์มโคนมใช่ไหมครับ”

เจมส์ถาม

“แล้วแต่แก... อาจจะมาๆ ไปๆ ก็ได้”

คมน์ไม่ชอบบังคับใคร เขาให้อิสระในการตัดสินใจกับเจมส์ทุกอย่าง

“ผมคงต้องไปดูหน้างานก่อน”

เจมส์กล่าว

“ไม่ใช่เรื่องเร่งรีบ... ตอนนี้พ่อสั่งให้ช่างมาต่อเติมบ้าน... รอเสร็จก่อนแล้วค่อยเข้าไปก็ได้... ที่นั่นจะเป็นเรือนหอของแกกับนวล”

คมน์เหลือบมองสะใภ้แวบหนึ่ง

“ครับพ่อ”

เจมส์รู้สึกขอบคุณน้ำใจของพ่อเลี้ยง เพราะว่าที่ตนเติบโตขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยการอุปการะเลี้ยงดูของพ่อเลี้ยงคนนี้

แม้เจมส์กับคมน์ไม่มีความผูกพันกันทางสายเลือด แต่เจมส์ก็รักพ่อคมน์เหมือนพ่อบังเกิดเกล้า และคมน์ก็รักเจมส์เหมือนลูกในไส้

ระหว่างช่วงเวลาบนโต๊ะอาหารกำลังดำเนินไปอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง แพรนวลสังเกตเห็นว่าพ่อลูกสองคนนี้ดูรักใคร่สนิทสนมกันมาก

จะว่าไปแล้วคมน์กับเจมส์ดูเหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่า นวลชอบบรรยายกาศภายในบ้าน วิธีการสนทนาพูดคุยอย่างเปิดอกของพ่อกับลูกคู่นี้

“พ่อไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับเรื่องที่ผมกันนวลตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันแบบสามีภรรยา.. ผมสองคนตกลงกันเงียบๆ”

เจมส์เอื้อมมือมาโอบเอวภรรยาที่นั่งข้างๆ บีบกุมมือของหล่อน ลูบไล้แหวนเพชรบนนิ้วนางของหล่อน

“พ่อคิดว่าสำหรับชีวิตคู่นั้นความรักและความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด... ถ้าหัวใจสองดวงปรารถนาตรงกัน ประเพณีพิธีการใดๆ ก็ไม่สำคัญ... พ่อยินดีด้วยที่ลูกสองคนตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกัน”

คมน์กล่าว เจมส์นึกชื่นชมในความคิดของพ่อเลี้ยง เพราะว่าผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนใคร พ่อคมน์ไม่ใช่คนหัวเก่าคร่ำครึที่ตกเป็นทาสประเพณี

ความคิดของพ่อคมน์เปิดกว้างและหลุดออกมาจากกรอบกฎของสังคม เขามักจะมีมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตเสมอๆ

ใกล้ค่ำ เสร็จจากกิจกรรมบนโต๊ะอาหาร ทุกคนแยกย้ายกันออกมาจากห้องรับประทานอาหารที่เชื่อมต่อออกไปทางหลังครัว

“เย็นแล้ว... วันนี้เดินทางมาเหนื่อยๆ... ไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เจอกัน”

คมน์โบกมือให้หนุ่มสาว

“พ่อจะดื่มต่อใช่ไหมครับ”

เจมส์ถาม เมื่อเห็นว่าเจ้าของไร่ยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับออกมาจากโต๊ะ แถมยังรินสุราลงแก้วอย่างต่อเนื่อง ท่าทางของพ่อคมน์ดูสบายใจที่ได้เห็นเจมส์กลับมาบ้าน

“พ่ออยากนั่งสูดอากาศอีกสักพัก... วันนี้อากาศดี”

คมน์โบกมือให้หนุ่มสาว บอกเป็นนัยว่าไม่ต้องห่วง ก่อนที่โทรศัพท์จะดังขึ้นมา คมน์คว้ามือถือขึ้นมาแนบหู

บทก่อนหน้า
บทถัดไป