บทที่ 5 กำลังเปลี่ยนไป
ตอนที่5 กำลังเปลี่ยนไป
“คืนนี้ฉันไปนอนห้องเข็มนะ” หลังจากคุณจิณออกจากห้องน้ำมา เขาก็พูดขึ้นเป็นการบอกให้รับรู้ไม่ได้ขอความเห็นโดยไม่มีท่าทีจะเดินมาทางเตียงนอนเลยสักนิด
“แต่นี่คุณไปนอนที่ห้องนั้นมาเกือบสองอาทิตย์แล้วนะคะ” ฉันพูดออกมาอย่างที่เป็นมาตลอดด้วยความน้อยใจ เพราะตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ที่นี่เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์คุณจิณก็ไปนอนที่ห้องนั้นทุกคืน ทุกคืนจริงๆ โดยไม่ถามไถ่ความเห็นของฉันบ้าง
“ฉันนอนกับเธอมาเป็นปีๆ แล้วฉันไปนอนกับเข็มแค่อาทิตย์สองอาทิตย์ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรไม่ใช่เหรอ” แต่นอกจากคุณจิณจะไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วเขายังย้อนกลับขึ้นใส่ฉันเหมือนกำลังเหน็บแนมกัน นั่นเลยดึงความน้อยใจของฉันที่สะสมมาตลอดขึ้นมามากกว่าเดิมได้ทันที
“หมายความว่าหลังจากนี้คุณจะไปนอนกับเธอเป็นปีเหมือนที่เคยนอนกับแพ แพก็ไม่มีสิทธิ์พูดหรือเรียกร้องอะไรอย่างนั้นเหรอคะ” ฉันถามออกไปอย่างประชดประชันพร้อมกับจ้องมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อน้อยใจ
แต่ใครจะทนได้กันเล่านี่สามีของฉันนะ ถึงนั่นจะได้ชื่อว่าเป็นเมียของเขาอีกคนแต่ฉันไม่ได้ยอมรับเธอด้วยซะที่ไหนกัน เพียงแต่ฉันยอมทนเพราะพูดอะไรออกไปไม่ได้เท่านั้นเอง และหวังว่าการไม่พูดของฉันจะทำให้ใครสักคนเกรงใจฉันบ้างสักนิด แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างที่คิดเลย
“เธอกำลังไม่มีเหตุผลนะแพ” แล้วคุณจิณก็พูดขึ้นเชิงตำหนิฉันออกมา และเขาไม่เคยพูดแบบนี้กับฉันมาก่อนสักครั้ง พูดด้วยท่าทีเบื่อๆ และรำคาญเหมือนฉันงี่เง่าไร้เหตุผล
จากเรื่องที่ฉันมั่นใจว่าตัวเองไม่ผิด แต่กลายเป็นเหมือนฉันเป็นฝ่ายผิดไปเสียดื้อๆ
“เหมือนที่คุณกำลังเปลี่ยนไปเหรอคะ” ฉันย้อนถามออกไปทันทีอย่างไม่ยอมเหมือนกัน และฉันไม่ได้หาเรื่องไม่ได้ประชดประชันทั้งหมดด้วย แต่สิ่งที่ฉันพูดออกไปมันคือเรื่องจริงที่สามีที่ฉันอยู่ด้วยมาเป็นปีๆ เป็นยังไงแบบไหน ทำไมฉันจะไม่รู้เขาเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิดอย่างที่เขาไม่รู้ตัว
“.....” คุณจิณที่ได้ยินแบบนั้นก็มองหน้าฉันอย่างไม่พอใจทันที เขาไม่พูดอะไรออกมาอีกก่อนจะเดินออกจากห้องฉันไปโดยทันที
“.....” และฉันก็ไม่ได้เรียกเขาไว้อีกเช่นกันเพราะฉันรู้ว่าคนอย่างเขาถ้าตัดสินใจอะไรแล้วมันยากที่จะเปลี่ยนใจได้(เหมือนคุณย่า) ยิ่งท่าทีของเขาที่ดูไม่พอใจฉันแบบนี้ด้วยแน่นอนว่าเขาคงไม่ทนนอนร่วมห้องกับฉันได้อยู่แล้ว
แมะ! อีกครั้งที่น้ำตาฉันไหลออกมาอย่างไร้เสียงสะอื้นจากความอัดอั้นเสียใจแน่นจุกอก จะบอกว่ามันไหลแบบนี้เกือบทุกวันตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเลยก็ว่าได้ แต่สภาพจิตใจของฉันตอนนี้มันก็ยากเกินกว่าจะทานทนไหวแล้วจริงๆ เหมือนกัน
ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะเสียน้ำตากับทุกเรื่องได้ง่ายๆ แต่เรื่องแบบนี้มันหวั่นไหวกับหัวใจของฉันมากเหมือนกัน และยิ่งพูดกับใครไม่ได้ไม่มีใครเข้าใจฉันเลยสักนิดก็เลยต้องยิ่งต้องทำตัวเหมือนไม่มีอะไรและไม่เป็นอะไร แต่ใครจะไปรู้ว่าจริงๆ แล้วมันแสนจะทรมานมากแค่ไหน
จิณณวัตร
“เป็นอะไรคะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” เข็มอักษรถามผมขึ้นอย่างใส่ใจหลังจากผมเข้ามาในห้องเธอด้วยสีหน้าที่ออกจะหงุดหงิด
แต่จะให้ผมไม่หงุดหงิดได้ยังไงล่ะ ก็ดูสิ่งที่แพทองธารทำสิ เธอทั้งงี่เง่าและไร้เหตุผล อย่าลืมว่าเธอเป็นเมียผมก็จริงแต่เข็มอักษรก็เมียผมเหมือนกัน ผมอยู่กับแพมาตั้งเป็นปีเธอจะสละเวลาแค่ไม่กี่อาทิตย์ให้ผมค้างกับเข็มอักษรบ้างไม่ได้เหรอยังไงก็เมียเหมือนกันไหม
แล้วถ้าจะว่าผมเห็นแก่ตัวอันนี้ผมบอกเลยว่าผมยอมรับ แต่ถ้าใครอยู่ในจุดของผมตอนนี้ก็คงเป็นเหมือนผมการมีเมียถึงสองคนมันไม่ได้มาจากความรักเลยสักคน แต่มันคือหน้าที่แล้วมันจะผิดอะไรถ้าผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดี เหมือนกับที่ผมกับแพทองธารเริ่มต้นมาถึงตอนนี้กันนั่นแหละ
อีกอย่างก็อย่างที่บอกว่าผมอยู่กับแพมาเป็นปีแต่เธอไม่ท้องเอง ในแต่ละวันมันมีแต่ความกดดันที่ประเดประดังเข้าใส่ผมเรื่องมีลูกเพื่อให้ได้ลูกสมใจพ่อกับย่าสักที ผมก็ต้องค้างกับเข็มอักษรบ้างไม่ใช่เหรอเผื่อว่าเธอจะท้องได้ และที่สำคัญผมยอมรับว่าการอยู่กับเข็มอักษรมันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าตอนอยู่กับแพทองธารเป็นไหนๆ
แพทองธารเป็นผู้หญิงที่เก็บอารมณ์ได้เก่งเกินไป เธอเป็นคนฉลาดมากแต่ไม่ว่าผมจะพูดอะไรเธอก็จะหืออือไปหมดทุกอย่าง ยอมผมไปหมดไม่มีขัดไม่มีแย้งจนมันกลายเป็นความจำเจที่ดูน่าเบื่อเกินไป แต่กับเข็มอักษรเธอยอมผมก็จริงแต่เธอมักจะมีลูกไม้มาหยอกล้อกับผม เธอรู้จักเสนอรู้จักสนองรู้จักต่อรอง และที่สำคัญเรื่องบนเตียงของเธอที่ตอบสนองผมได้อย่างเมามันทุกอย่าง จนมันทำให้ผมสบายใจกับการอยู่กับเข็มอักษรมากกว่า
“เปล่า” ผมตอบกลับเข็มอักษรออกไปปัดๆ อย่างไม่อยากบอกเล่าเท่าไหร่เพราะยังต้องการให้เธอให้เกียรติแพทองธาร การบอกเล่าจะสร้างอคติและความรู้สึกแย่ๆ ต่อกันได้
“เปล่าอะไรคะ ก็เห็นอยู่ว่าตอนนี้พี่จิณกำลังมีเรื่องในใจ” แต่เธอก็พูดขึ้นอย่างรู้ทัน พร้อมกับเข้ามาลูบไล้ผมจากด้านหลัง
“เรื่องไร้สาระน่ะ” ผมตอบกลับไปอย่างพยายามหักห้ามตัวเองไม่ให้กระโจนใส่เธอตอนนี้
“งั้นเหรอคะ ถ้าเรื่องที่พี่จิณคิดมันไร้สาระ งั้นเรามาหาอะไรที่มีสาระทำกันดีกว่านะคะ” เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระเส่า ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวเองมานั่งคร่อมตักผมด้วยตัวเอง และสายตายั่วยวนที่จ้องมองผมอย่างเชื้อเชิญ
และสิ่งนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แพทองธารไม่เคยทำให้ผมเลย เธอจะทำก็ต่อเมื่อผมบอกให้ทำแล้วก็ทำอย่างเหนียมอาย ต่างจากเข็มอักษรที่รู้ดีว่าเวลาไหนควรรุกเวลาไหนควรรับ และแน่นอนว่าผู้ชายอย่างผมเจอแบบนี้มันก็คงถูกใจมากกว่าแบบแรกอยู่แล้ว
“งั้นก็จัดการเลยสิ เรื่องมีสาระที่เธอว่า” ผมพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพอใจ ก่อนจะปล่อยให้เข็มอักษรจัดการปรนเปรอให้กับร่างกายของผมอย่างชำนาญด้วยตัวเอง
