บทที่ 16 16

อาจเพราะช่วงที่ผ่านมาเธอกินข้าวได้น้อยลง พอมากินบุฟเฟต์แบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าสั่งมาเยอะก็กลัวกินไม่หมด

“ไหมกินได้ไม่เยอะช่วงนี้”

“ปรับสิยะ แต่หมดแน่นอน เพราะฉันสัมผัสได้ว่ามันยังไม่ถึงครึ่งกระเพาะเลย”

“แน่ใจนะ ไหมไม่สามารถช่วยโอมยัดของพวกนี้ลงกระเพาะได้”

“เออรีบสั่ง เดี๋ยวขาดตอนได้อิ่มจริงๆ คราวนี้”

ทว่า...

คนที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่ากินหมดแน่นอน กำลังนั่งเท้าคางมองหน้าเธอพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนมาให้กัน

“ไม่ไหวแล้วว่ะ ท้องฉันกำลังจะแตก” อัษฎามองดูเวลาแล้วยังเหลืออยู่อีกตั้งสี่สิบนาที

“ไหมก็ไม่ไหวเหมือนกัน” ตอนนี้เธอไม่อยากจะมองของที่เหลืออยู่ด้วยซ้ำ แต่ถ้ากินไม่หมดเราสองคนก็จะโดนปรับ

“นั่งให้ย่อยสักพักก่อนดีกว่า”

ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะหัวเราะ “น่าจะต้องอย่างนั้น”

“โอมเอาน้ำอะไร เดี๋ยวไหมไปกดให้”

“เอาเหมือนเดิม”

ใยไหมหาเรื่องเดินเพื่อให้อาหารในกระเพาะย่อยเร็วกว่าเดิม นั่งแบบนั้นนานๆ แล้วรู้สึกแน่นไปหมด คว้าแก้วทั้งสองใบแล้วเดินไปยังจุดเติมน้ำ

ปลายเท้าเธอชะงักเมื่อเห็นเจ้านายของเพื่อนยืนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าตู้ตักน้ำแข็ง เขาหันมองแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นเธอ

“น้ำแข็งหมดน่ะครับ” เขาบอกพลางไหวไหล่ “ผมเรียกพนักงานแล้วแต่ดูเหมือนเขาจะยุ่งๆ กันอยู่”

หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับเป็นเชิงรับรู้ กะว่าจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะรอจนกว่าทางร้านจะเติมน้ำแข็งให้เรียบร้อย แต่ดูเหมือนว่าพนักงานนั้นกำลังตรงมาจัดการพอดี

“ขอโทษครับคุณลูกค้า ขอทางเติมน้ำแข็งทีครับ”

อาจด้วยช่องทางเดินไม่ได้กว้างมาก อีกทั้งรถเข็นที่พนักงานขนของมาค่อนข้างกินพื้นที่ ใยไหมจำเป็นต้องเบี่ยงตัวหลบทำให้เผลอชนชายหนุ่มจนเธอต้องรีบค้อมศีรษะเป็นการขอโทษ

“คุณตักก่อนเลย” เขาผายมือให้หญิงสาว

“ขอบคุณค่ะ” ใยไหมเอ่ยขอบคุณเบาๆ ก่อนที่จะรีบตักน้ำแข็งใส่แก้วทั้งสอง แล้วเขยิบไปอีกด้านเพื่อกดน้ำให้ตัวเองกับเพื่อน

ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงการจับจ้องจาก ‘บอส’ ของเพื่อน

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

เขมราชหลุดยิ้มเมื่อเห็นคนตรงหน้าเลิกคิ้วขึ้น สีหน้าของหญิงสาวคล้ายกำลังข้องใจกับการที่เขายืนมองแบบนี้

“เหมือนผมจะเคยเจอคุณที่ไหนมาก่อน” ชายหนุ่มพูดตามสิ่งที่รู้สึก “คุ้นๆ ยังไงไม่รู้”

ใยไหมเกือบจะขมวดคิ้วไม่แน่ใจว่าผู้ชายคนนี้ความจำสั้น หรือว่าเขาจำไม่ได้จริงๆ “เราก็เคยเจอกันแล้วไงคะ”

“ไม่ หมายถึงก่อนหน้านั้น”

เขมราชปัดมือเป็นเชิงปฏิเสธ ได้แต่ครุ่นคิดว่าตัวเองเคยเจอกับหญิงสาวมาก่อนอย่างที่สงสัยจริงๆ หรือเปล่า

“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมเป็นพวกหน้าหม้อนะคุณ คือคุ้นจริงๆ”

“น่าจะผิดคนแล้วค่ะ”

ใยไหมคลี่ยิ้มพร้อมกับคว้าแก้วทั้งสองมาไว้ในมือ เหลือบมองทางโต๊ะก็เห็นอัษฎาชะเง้อคอยาวมองมาทางนี้อยู่

“เพราะฉันเพิ่งมาถึงกรุงเทพฯ ไม่กี่วันเอง ขอตัวก่อนนะคะ”

“สงสัยผมจะมีปัญหากับความทรงจำ” คนตัวโตพูดกับตัวเองเบาๆ อีกทั้งยังนิ่วหน้าราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นยังคงติดอยู่ในใจ

พรุ่งนี้คือวันหยุดของอัษฎาแต่เป็นวันแรกที่ใยไหมต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ซึ่งคืนนี้เพื่อนสนิทจะค้างคืนที่คอนโดฯ ของเธอ

กลับมาที่โต๊ะใยไหมเห็นแววตาวิบวับของเพื่อนที่จ้องมองกัน แต่ที่อัษฎายังไม่ถามเป็นเพราะโต๊ะที่เขมราชกับผองเพื่อนเขานั่งนั้นอยู่เยื้องๆ กับโต๊ะนี้ไม่ไกลเท่าไร

“เห็นน้า...” แต่เพื่อนก็มิวายส่งเสียงเป็นเชิงเอ่ยแซว

“สรุปคืนนี้โอมไปนอนด้วยใช่เปล่า แต่พรุ่งนี้ไหมมีเรียนนะ” ใยไหมไม่สนใจเรื่องที่เพื่อนกำลังสนใจ แต่ดึงเรื่องที่พักคืนนี้ขึ้นมาแทน

“ใช่จ้า เตรียมเสื้อผ้ามาเรียบร้อย ไม่เจอกันหลายปีมันก็ต้องคุยกันหน่อยปะ” คนพูดตั้งศอกกับโต๊ะประสานนิ้วเข้าหากันวางไว้ใต้คางพร้อมกับใช้ดวงตาเป็นประกายจ้องมองไปยังเพื่อนสาว

“แถมตอนนี้เหมือนจะมีหัวข้อเพิ่มมาอีกหนึ่งประเด็น”

ใยไหมพยักหน้าให้เพื่อนเป็นการบอกกลายๆ ว่า ‘กลับกันเถอะ’ ซึ่งอัษฎาที่พยายามละเลียดกินในส่วนที่เหลือก่อนหน้านี้ก็รีบลุกจากโต๊ะ

“ใครอย่าชวนมากินชาบูอีกนะ เกลียดมาก”

คนพูดนั้นหัวเราะร่วนก่อนจะหันมาหาเพื่อนสาว

“เดี๋ยวฉันขอแวบไปบอกบอสก่อนว่าจะกลับแล้ว แกรอหน้าร้านก่อนนะไอ้ไหม”

คนตัวเล็กเป็นคนจ่ายเงินเพราะออกตัวแต่แรกว่ามื้อนี้ขอเป็นคนเลี้ยง มื้อต่อไปค่อยยกให้เป็นหน้าที่ของอัษฎาแล้วกัน

“แกจะแวะซื้ออะไรก่อนกลับห้องปะ” เพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินออกมาจากร้านเอ่ยปากถามขึ้น ซึ่งใยไหมส่ายหน้าปฏิเสธเพราะซื้อเกือบครบหมดแล้ว

ขากลับเลือกเดินทางกลับโดยบีทีเอส เพราะดูแล้วหากนั่งแท็กซี่กลับไม่รู้ว่าจะถึงห้องกี่โมง เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกเหนื่อยแทนพนักงานออฟฟิศที่กว่าจะถึงบ้านในแต่ละวัน ค่าบีทีเอสก็ไม่ใช่ถูกๆ

กลับถึงห้องดูเหมือนเธอกำลังจะโดนซักฟอก เพราะระหว่างทางที่กลับนั้นสถานที่ไม่เอื้ออำนวยในการเมาท์มอยเท่าไรนัก อัษฎาดูจะอัดอั้นพอตัวที่ต้องรอจนกว่าจะอยู่ในห้องส่วนตัว

“แกไปดีดน้ำมันพรายใส่พี่เขมเหรอวะ”

“หมายถึงอะไร”

“ที่จริงพี่เขาอาสาจะขับรถมาส่งเพราะเห็นว่ากลับทางเดียวกัน แต่ฉันปฏิเสธไปบอกว่าเราจะแวะไปทำธุระกันก่อน” พูดไปก็เพิ่งนึกออก นัยน์ตาคมเบิกกว้างพร้อมกับจับจ้องไปที่หญิงสาว “เดี๋ยวนะ แล้วพี่เขมรู้ได้ไงวะว่ากลับทางเดียวกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป