บทที่ 19 19

ใยไหมระบายยิ้มแต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ โทรศัพท์บนโต๊ะแผดเสียงร้องและคนที่โทรเข้ามาก็คืออัษฎา ใยไหมกดรับสายพลางคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วลุกขึ้น

“แกออกจากร้านมาเลยไหม ฉันกำลังขับรถออกไป” เสียงทุ้มห้าวบอกมาตามสาย ได้ยินเสียงปิดประตูรถเบาๆ

“โอเค รอหน้าร้านนะ”

ใยไหมว่าแค่นั้นแล้วก็กดวางสายไป ก่อนที่จะหันมาทางเขมราชที่ส่งยิ้มให้เล็กน้อยแล้วค้อมศีรษะลง

“ไปก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

“เดี๋ยวครับ”

เขมราชรั้งหญิงสาวไว้ได้ทันท่วงที เขาหยิบนามบัตรแล้วส่งให้เจ้าของร่างบาง

“เผื่อคุณสนใจจะจ้างงานผม”

“ถ้ามีโอกาสนะคะ” ใยไหมคลี่ยิ้มนึกขันการแจกเบอร์ของเขมราช ถ้าเธอสนใจจะจ้างงานจริงๆ สู้ติดต่อผ่านอัษฎาไม่ง่ายกว่าหรือไง

“ไปก่อนนะคะ”

“ครับผม”

นัยน์ตาคมมองตามเจ้าของร่างบางที่ผลักประตูออกจากร้านไป รออีกไม่กี่วินาทีรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นสีขาวมุกก็ขับเคลื่อนมาจอดด้านหน้าก่อนที่จะขับเคลื่อนออกไป

แวบหนึ่งชายหนุ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมาเล็กน้อย...

นับๆ ดูแล้วนี่น่าจะเป็นครั้งที่สามที่เจอกัน มันยังเรียกว่าเรื่องบังเอิญได้อยู่หรือเปล่า นึกแล้วก็ได้แต่หัวเราะกับความคิดแปลกๆ ของตัวเอง

ประตูร้านถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง แต่รอบนี้เป็นลูกค้าผู้ชายสองคนรูปร่างสูงใหญ่ หนำซ้ำยังสาวเท้าเดินตรงมายังโต๊ะที่เขมราชนั่ง

“หิวน้ำ”

หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นก่อนที่ทำทีจะเอื้อมมือคว้าแก้วบนโต๊ะ

แต่เขมราชนั้นดึงเข้าหาตัวเองก่อน ราวกับเป็นคนหวงของขึ้นมาทันที “ของกู มึงก็ไปสั่งเองดิ”

“แค่น้ำ ทำหวง” พิรัชย์ถึงกับพ่นเสียงสูงแล้วค่อยหันไปสั่งเมนูประจำกับเจ้าของร้าน ทว่าชายหนุ่มกลับมีท่าทีแปลกๆ เหมือนอยากพูดอะไร

“ที่หวงเพราะแก้วนี้มีสาวเลี้ยงหรือเปล่าครับคุณเขม”

“หืม? สาวที่ไหนพี่ไจ๋” คนถามเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “ถึงว่าลุกลี้ลุกลนรีบออกจากออฟฟิศ”

“พี่ก็ไม่รู้ครับ ไม่เคยเห็นมาก่อน”

พี่ไจ๋ลอบยิ้มก่อนจะรีบเดินไปยังเคาน์เตอร์หลังจากที่หย่อนระเบิดลูกเล็กๆ ไว้ให้เขมราช

“ใครครับไอ้เขม กูเคยเห็นหน้าเปล่า”

พิรัชย์เลือกเก้าอี้ตัวข้างๆ เขมราช ของแบบนี้มันต้องเสือกให้สุดไม่งั้นคืนนี้คงนอนไม่หลับ

“ดูมีลับลมคมใน”

“ลับลมพ่อง” คนโดนปรามาสโพล่งเสียงกลั้วหัวเราะ “กูก็ไม่รู้ชื่อเขา ลืมถาม”

“ยังไงของมึงครับ”

เมื่อไม่ได้คำตอบที่หวังไว้พิรัชย์ถึงกับส่ายหน้า กระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่ไอ้คนที่เอาแต่นั่งจิ้มโทรศัพท์

“ไอ้มาร์ชไม่อยากรู้เหรอวะ”

ณกรเหลือบมองเพื่อนสองคนก่อนจะไหวไหล่แล้วยกยิ้มมุมปาก

“กูไม่ชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน”

“โอ้โห!” ด่ากันแบบนี้ยกตีนถีบหน้ากันตรงๆ ดีกว่า กระนั้นคำด่าแค่นั้นก็ไม่ได้ทำให้พิรัชย์สะทกสะท้านเท่าไรนัก ชายหนุ่มเอื้อมมือตบไหล่อีกฝ่าย

“ไม่เป็นไรกูเข้าใจ เพราะมึงก็ยังเอาเรื่องตัวเองไม่รอดเลยนี่หว่า”

แทนที่ณกรจะโกรธทว่าเจ้าตัวกลับหัวเราะ

“กวนตีน”

เขมราชเองก็พลอยหลุดขำไปด้วย เดิมทีตัวเขานั้นรู้จักกับพิรัชย์ก่อนถึงมารู้จักกับณกรอีกที เมื่อก่อนพวกมันทำงานในบริษัทใหญ่แต่มีความเบื่อหน่ายเหมือนกันด้วยกฎระเบียบจัดเจนเกินไป สุดท้ายเลยชักชวนมาทำธุรกิจร่วมกันซึ่งก็เป็นสายงานเดิม

“ไอ้เขมก็เนียน เงียบกริบเลยนะมึง นี่ขนาดไม่รู้จักชื่อเขา อาการยังคลั่งรักขนาดนี้”

“กูออกอาการขนาดนั้น?” เขมราชเลิกคิ้วขึ้น “เพื่อนไอ้โอมมัน อีกอย่างกูเคยเจอน้องเขาไม่กี่ครั้ง เอาอะไรมาคลั่งรัก”

ณกรส่ายหน้านึกเหนื่อยใจกับอาชีพเสริมของเพื่อน พวกจิตอาสาเรื่องราวของคนอื่นทำด้วยใจไม่หวังผลตอบแทน ปล่อยให้พวกมันคุยกันไปขี้เกียจรับรู้ด้วย 

ทว่าคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อนั่งเลื่อนดูเฟซบุ๊กแล้วเห็นทางเพจร้านของใยไหมอัปเดตเมนูใหม่ แต่สายตาเขาดันไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง

รายละเอียดที่แอดมินเพจลงไว้ พาให้นึกถึงบทสนทนาระหว่างตัวเองกับต้นหลิวก่อนหน้าที่จะกลับมาทำงาน

‘พี่ไหมไปเรียนต่อโทที่กรุงเทพฯ ค่ะ’

‘พี่มาร์ชมีอะไรหรือเปล่าคะ’

‘ไม่มีค่ะน้องหลิว ปกติจะเห็นน้องไหมเฝ้าร้านตลอด พี่เลยสงสัย’

ก่อนหน้านั้นเขาแวะเข้าไปที่ร้านเพื่อซื้อเค้กตามคำสั่งของพี่สาว เลยมีโอกาสถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนรู้จักกัน แค่อยากรู้ว่าน้องเป็นยังไงบ้าง

ไม่คิดว่าใยไหมจะมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ จริงๆ

นัยน์ตาคมเข้มจดจ้องตัวหนังสือเล็กๆ ตามปลายนิ้วที่เลื่อนลงดูสเตตัสที่ทางเพจอัปเดตรายละเอียดการพรีออร์เดอร์ครั้งล่าสุด

‘เปิดรับออร์เดอร์ Japanese Strawberry Shortcake’

‘สามารถนัดรับได้เฉพาะวันอาทิตย์ที่มหาวิทยาลัย xxx รบกวนแอดไลน์มาที่…’

ความรู้สึกแรกที่แวบเข้ามาหลังจากที่รู้ว่าอดีตคนรักอยู่กรุงเทพฯ นั่นคือความสงสัย เพราะการที่หญิงสาวจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างย่อมต้องผ่านการไตร่ตรองมาอย่างถี่ถ้วน

นั่นเท่ากับว่า...ใยไหมวางแผนจะมาเรียนต่อสักพักแล้ว

เพียงแต่เรื่องนี้น้องไม่เคยบอก หรือมีอีกหนึ่งเหตุผลก็คือเธอกำลังจะบอกเขา แต่เกิดเรื่องจนทำให้เราเลิกกันเสียก่อน

“ไอ้พิ โทรศัพท์เครื่องเก่ากูอยู่กับมึงปะ?”

ณกรเงยหน้าถามเพื่อนที่นั่งกดเกมพอดี ซึ่งหลักฐานที่ถามถึงนั้นก็อยู่ในมือมันพอดี

“เล่นอยู่นี่ไง มึงจะเอา?” พิรัชย์พยักหน้าส่งๆ เมื่อเจ้าของเครื่องมันแบมือขอคืน “เออๆ ขอจบตานี้ก่อน ไอ้เขม ! ดริฟต์อะไรของมึงเนี่ย !”

“อีกทีมมันชนกู” เขมราชว่าเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่กี่วินาทีต่อมาเหมือนเพิ่งนึกบางอย่างได้จึงหันมาทางณกร

“เออไอ้มาร์ช แล้วเรื่องคอนโดฯ มึง สรุปเอาที่ไหน”

“อาจจะ The m” เขาวางแพลนจะซื้อคอนโดฯ ตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว ตระเวนดูหลายโครงการแต่ก็ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ จนมาดูที่สุดท้ายและคิดว่าน่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง

“ตอนแรกจะหาแถวนี้ แต่กูว่ามันพลุกพล่านไป”

“แถบบ้านกูมีคอนโดฯ ขึ้นเพียบ ลองไปดูบ้างยัง” เขมราชจำได้ว่าเคยบอกเพื่อนไปแล้ว

“ดูแล้ว ไม่ค่อยถูกใจ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป