บทที่ 2 2

ปลายนิ้วหนาเคาะกับขอบแก้วตามจังหวะของเสียงดนตรีสด คิ้วที่พาดอยู่เหนือดวงตาขมวดมุ่นเมื่อนึกถึงสิ่งที่ใยไหมเรียกร้อง

นานหนจะเจอกันสักครั้งแต่หญิงสาวกลับพูดทำลายบรรยากาศจนเขาต้องรีบหาเรื่องปลีกตัวออกมา

ณกรแค่นหัวเราะก่อนคว้าแก้วสาดน้ำสีอำพันลงคอทุกหยาดหยด ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าน้องต้องการอะไร ครอบครัวเขาและครอบครัวใยไหมรู้จักและสนิทชิดเชื้อกันดี มันจะไม่หยุดแค่คบหากันอย่างเปิดเผย

แต่อาจจะลามไปถึงการหมั้นหรือเลวร้ายที่สุดก็ถึงขั้นแต่งงาน…

“สรุปแล้วลากกูออกจากบ้านมาเพื่อสิ่งนี้?” พิรัชย์เอนหลังทิ้งสายตามองไอ้เพื่อนตัวดีที่โทรตามเขาออกมาตั้งแต่หัววัน

“ที่บอกว่าน้องเขาเร่งรัดนี่ยังไง”

“ไหมอยากให้กูบอกเรื่องนี้กับครอบครัว” ณกรส่ายหน้า มีไม่กี่ครั้งที่หญิงสาวเอ่ยปากเรื่องนี้ ปกติใยไหมแทบไม่เคยเรียกร้องอะไร

เพราะแบบนี้น้องถึงเป็นคนที่เขาคบด้วยนานที่สุด

“มึงคบกับน้องไหมมากี่ปีแล้วนะ”

“น่าจะสี่” เขาไม่เคยจำ รู้แค่ว่านาน “น้องพูดเองว่าสี่ปี”

พิรัชย์ถอนหายใจลึกๆ ชายหนุ่มเคยเจอใยไหมอยู่หลายครั้งแต่คุยกันแค่บางโอกาส แต่มันก็ทำให้เขาสัมผัสได้ว่าใยไหมไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ของณกร

“นานนะมึงสี่ปี” ไม่นับระยะเวลาที่มันรู้จักกับใยไหมมาก่อนหน้านี้อีก “กูว่ามันก็ไม่แปลกที่น้องเขาอยากได้ความชัดเจน ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงไม่ยอมอ่อนข้อให้มึงขนาดนี้”

เป็นอีกครั้งที่ณกรกระแทกลมหายใจ เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ใยไหมไม่ผิด ถ้าจะผิดก็ผิดที่เขาเลวเอง

“กูยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบหรือดูแลใครว่ะ” ณกรว่าเสียงเครียด “มึงก็รู้ว่าครอบครัวกูรู้จักกับครอบครัวน้อง ถ้ารู้ว่ากูกับไหมคบกัน กูน่าจะดิ้นไม่หลุด”

“เลิกไปดิ ถ้ายังไม่พร้อม เขาจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลา” พอพูดจี้จุดตรงประเด็น ไอ้คนหน้าเครียดกลับขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม

พิรัชย์เห็นแล้วได้แต่สังเวชใจ “กะเก็บไว้กินเรื่อยๆ ว่างั้น ถ้าเป็นอย่างที่กูพูด มึงก็เหี้ยเกินคนแล้วมั้ง”

“เออ ยอมรับ”

สี่ปีที่คบมากว่าใยไหมจะใจอ่อนให้เขานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ข้อนี้ณกรแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่อดทนรอประหนึ่งอดเปรี้ยวไว้กินหวาน และของที่บ่มมานานจนได้ที่นั้นรสชาติมันก็หวานล้ำกว่าจินตนาการที่คาดหวังไว้เสียอีก

“มึงไม่อยากเลิก แต่บางทีน้องอาจจะอยากเลิกกับมึงก็ได้”

ประโยคของเพื่อนทำเอาณกรชะงัก ก่อนที่ริมฝีปากจะผุดยิ้มแล้วหัวเราะราวกับเป็นเรื่องขบขัน ถ้าน้องอยากเลิกคงบอกไปนานแล้วไม่น่าจะปล่อยคาราคาซังมานานขนาดนี้

แต่ถ้าวันหนึ่งใยไหมตัดสินใจที่จะเลิกรากับเขาจริงๆ ละก็…

“เลิกก็เลิก” ณกรไหวไหล่ไม่ใส่ใจ “ถ้าไหมต้องการแบบนั้น กูคงห้ามความต้องการของน้องไม่ได้”

“กูถามจริงไอ้มาร์ช มึงไม่รักไม่ผูกพันกับเขาเลยหรือไงวะ”

ณกรนั่งนิ่งภาพวันเก่าๆ ไหลย้อนกลับมา ซึ่งมันไม่ได้มีอานุภาพมากพอที่จะทำให้เขาสามารถละทิ้งทุกอย่างได้เพื่อรั้งใยไหม

“กูรู้สึกดีกับไหมมากกว่าคนอื่น” อาจเพราะเขาชอบคนที่ไม่ยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขามากเกินไป และใยไหมไม่เคยจู้จี้จุกจิก น้องอยู่ในพื้นที่ของตัวเองอย่างชัดเจน “แต่มันไม่ถึงขั้นนั้น”

ณกรไม่แน่ใจว่าใยไหมระแคะระคายอะไรบ้างไหม แต่ก็คิดว่าผู้หญิงส่วนมากคงมีเซนส์เรื่องนี้

ชายหนุ่มยอมรับว่าระหว่างที่คบกับน้องเขามีคนอื่น…

เพราะตอนนั้นใยไหมยังให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยมีใคร

“ที่มึงบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับน้องไหมขนาดนั้น” พิรัชย์เอื้อมหยิบแก้วรับหน้าที่ชงเหล้าให้เพื่อน “หรือจริงๆ แล้วมึงรู้สึกกับคนอื่นกันแน่?”

แก้วในมือณกรที่เพิ่งคว้าไปถึงกับชะงัก แต่ก็แค่ชั่วขณะ

แค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้พิรัชย์จับสังเกตบางอย่างได้ ความอีนุงตุงนังคืบคลานเข้ามาจนไม่อยากยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว

“ยังตัดใจไม่ได้?” คนถามเลิกคิ้วใส่

ริมฝีปากของณกรแห้งขึ้นมาทันที ชายหนุ่มรีบยกแก้วดื่มแก้กระหายโดยพลัน

“มึงกำลังทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่สงสารเขาบ้างหรือไง” พิรัชย์อยากกุมขมับหน้าที่ของเขามีแค่รับฟังไม่อยากชี้แนะอะไรมาก

ชีวิตใครก็ตัดสินเอาเอง ขอแค่มันยอมรับผลที่จะตามมาก็พอ

“ไม่ใช่อย่างที่มึงคิดหรอก” คนถูกคาดคั้นบิดกายเบี่ยงเบนไปอีกเรื่อง “อีกอย่างตอนนี้กูกับไหมก็ยังคบกันอยู่ ส่วนเรื่องที่น้องอยากให้กูบอกครอบครัว ค่อยหาทางอีกทีช่วงนี้งานยุ่งๆ ด้วย”

ณกรขยับตัวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นัยน์ตาคมเหลือบมองเวลาเห็นว่าค่ำแล้ว ใยไหมน่าจะถึงบ้านแล้วแต่ทำไมไม่ไลน์บอก

Marsh : ถึงบ้านยังครับ?

ข้อความสั้นๆ ถูกส่งไปหาหญิงสาว แต่เหมือนเจ้าตัวยังไม่เปิดอ่าน ไม่แน่ใจว่าช่วงหัวค่ำเป็นเวลาที่น้องเคลียร์ออร์เดอร์หรือเปล่า เพราะงั้นเขาเลยไม่อยู่รอใยไหมตอบข้อความ ถ้าเห็นแล้วเดี๋ยวน้องก็คงตอบกลับมาอีกที

ก็เหมือนทุกครั้ง…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป