บทที่ 20 20

อันที่จริงพวกโครงการคอนโดฯ มีผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ชีวิตเขาคงอยู่กรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ ยิ่งเลิกรากับใยไหมแล้วคงไม่มีเหตุผลอะไรให้กลับบ้านบ่อยครั้งเหมือนเมื่อก่อน

พูดถึงอดีตคนรักแล้ว ณกรก็เพิ่งนึกบางอย่างออก

“ไอ้ห่าพิ! โทรศัพท์กูจะได้ยัง?”

นิ้วเรียวนั่งกดเครื่องคิดเลข บวกลบระหว่างต้นทุนต่างๆ และตัวเลขที่แสดงปรากฏสู่สายตานั้นคือกำไรที่ใยไหมได้รับ เรียวปากบางคลี่ยิ้มก่อนจะฮัมเพลงอย่างมีความสุข

ไม่ใช่จำนวนเงินที่เยอะเท่าไร แต่มันกลับทำให้ทุกวันของเธอมีความหมาย ไม่น่าเบื่อเหมือนช่วงอาทิตย์แรกๆ สำหรับการอยู่ในเมืองหลวง

คิดอยู่ว่าเมนูรอบต่อไปอาจจะต้องหาทำอะไรที่ง่ายกว่านี้สักหน่อย เพราะผลไม้บางชนิดที่อยู่นอกฤดูราคาค่อนข้างสูง แม้จะบอกว่าไม่ได้ต้องการกำไรมากนักแต่จะให้ขาดทุนก็คงไม่ไหว

“แล้ววันนี้มีนัดรับกี่คน ไหมอยู่คนเดียวก็อย่าหักโหมนะรู้เปล่า”

ใยไหมระบายยิ้มเมื่อได้ยินน้ำเสียงสดใสของพี่สาว ทว่าบนหน้าจอโทรศัพท์มีเพียงฉากผนังไม่รู้ว่าเจ้าตัวลุกไปไหน

“ไม่หักโหมเลย ไหมรับทำจำนวนจำกัด” เธอตอบกลับไป พลางเหลือบมองดูนาฬิกา

“ดีแล้ว เอาที่ตัวเองไหว” ใบหม่อนกลับมานั่งที่เดิม ในมือนั้นถือถุงขนมติดมาด้วย “แล้วจะกลับบ้านเมื่อไร”

“รอโปรฯ ออกก่อนนะ แล้วจะบอกอีกที” วันก่อนใยไหมลองเช็กราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เห็นแล้วรู้สึกหน้ามืดยังไงชอบกล

คนเป็นพี่สาวย่นหน้าใส่ ริมฝีปากจิ้มลิ้มเปล่งเสียงคล้ายประชดประชัน “เผลอๆ เค้าน่าจะได้ลงไปหาไหมก่อน เผื่อแวะไปเที่ยวด้วย”

ใยไหมหัวเราะชอบใจ “มาสิ”

“อย่าท้านะ เดี๋ยวจองตั๋วพรุ่งนี้เลย” คนโดนท้าเบิกตากว้าง ส่วนคนเป็นน้องสาวอย่างใยไหมนั้นเอาแต่ยืนขำ

“ไม่ต้องมาขำ อยู่นู่นมีใครมาจีบบ้างไหมเนี่ย”

“วันๆ ทำแต่ขนม เลิกเรียนก็กลับห้องเลย” เพื่อนในคลาสเรียนส่วนมากก็มีแต่ผู้หญิง “บางวันก็ออกไปกินชาบูกับโอม ไม่มีใครมาจีบหรอก”

“เออไหม”

“ว่า” เมื่อครู่ใยไหมเห็นท่าทางแปลกๆ ของอีกฝ่ายผ่านทางหางตา คล้ายใบหม่อนยกมือขึ้นแตะปากอย่างเผลอตัว พาให้ใยไหมขมวดคิ้วสงสัย

“ลืมอะ จริงๆ ไหมไม่ต้องรู้ก็ได้ เค้าไม่น่าพลั้งปาก” ไม่ว่าเปล่า คนเป็นพี่ยังตีปากตัวเองเบาๆ

“หลุดมาถึงขนาดนี้ จะพูดก็พูดเถอะ”

ใยไหมส่ายหน้านึกเหนื่อยใจ มีความรู้สึกว่าสิ่งที่ใบหม่อนเผลอหลุดปากพูดนั้นอาจจะเกี่ยวกับคนในอดีตของเธอ

ใบหม่อนนั่งนิ่งไปสักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจบอกข่าวคราวของณกร

“พี่มาร์ชเขากลับไปกรุงเทพฯ แล้วนะ”

“เขาทำงานที่นี่”

ใยไหมรู้แค่ว่าณกรทำงานเกี่ยวกับพวกไอที มีเดินสายไปเจอกับลูกค้าบ้าง นอกเหนือจากนั้นเธอไม่เคยก้าวก่ายเขาไปมากกว่านี้

“ยังไงก็ต้องกลับมาอยู่แล้ว”

“ก็จริง” พี่สาวคนสวยผงกศีรษะลงพลางครางเสียงแผ่ว

ดวงตาดำขลับเหลือบมองเข็มนาฬิกาอีกครั้ง แล้วก็ต้องหันมาบอกใบหม่อน “ต้องวางสายแล้ว ไว้ไหมโทรไปหาใหม่นะหม่อน”

“โอเคๆ ดูแลตัวเองด้วยนะ”

ใยไหมยืนนับจำนวนออร์เดอร์รวมถึงเช็กช่องทางติดต่อของลูกค้าที่นัดรับวันนี้จนแน่ใจ ข้อดีของการที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วมันดีตรงที่เราไม่ต้องเหนื่อยกับการสร้างเครดิตใหม่

ส่วนมากคนที่พรีออร์เดอร์เข้ามาล้วนแต่เคยไปเที่ยวที่ร้านมาก่อน ส่วนน้อยที่เป็นลูกค้าใหม่แล้วอยากลองเพราะการโปรโมตที่เธอลงทุนเสียค่าโฆษณาของทางเฟซบุ๊ก

บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ใยไหมผูกมิตรกับพี่เจ้าของร้านกาแฟในมหาวิทยาลัย โดยที่ทำเค้กครีมสดมาให้อีกฝ่ายเพื่อฝากข้าวของพวกนี้ไว้ในตู้เย็น

“ตายแล้วคุณน้อง พี่เกรงใจค่ะ” หญิงวัยกลางคนป้องปากหัวเราะ “ของพวกนี้ฝากได้ไม่มีปัญหา พี่จะเก็บให้เป็นอย่างดีจ้ะ”

“ฝากด้วยนะคะ เลิกเรียนแล้วไหมจะรีบมาเลยค่ะ”

คนที่เรียนต่อปริญญาโทวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนมากมักจะทำงานควบคู่ไปด้วย ใยไหมจึงพลอยรู้จักผู้คนมากขึ้นเหมือนได้พบเจออีกหนึ่งสังคม ซึ่งมันค่อนข้างแตกต่างจากตอนที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยใหม่ๆ

อาจจะด้วยวัยหรืออะไรหลายๆ อย่าง คนเราเมื่อโตขึ้นวุฒิภาวะย่อมโตตามไปด้วย

“ไหมหาคอร์สเรียนจัดดอกไม้ได้ยังนะ” เพื่อนใหม่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันมาถาม หลังจากที่ถึงเวลาเลิกคลาสพอดี “เมี่ยงอยากไปเรียนด้วยคน ช่วงนี้เคว้งคว้างอะ อยากหาอะไรทำ”

เวธกาอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน หญิงสาวเป็นฝ่ายทักก่อนตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเรียน เท่าที่ได้คุยกันใยไหมสัมผัสได้ถึงความอัธยาศัยดีและความจริงใจที่อีกฝ่ายมอบให้กัน

“ยังไม่ได้หาเลย” ใยไหมตอบไปตามความจริง “ไหมตั้งใจว่าจะรออีกสามสี่เดือนค่อยหาน่ะ”

“เมี่ยงรอไปเรียนพร้อมไหม” คนพูดส่งสายตาเว้าวอน “ได้ใช่เปล่า”

“ได้สิ ไม่มีปัญหา” ดีเสียอีกที่จะมีเพื่อนไปเรียนด้วยกัน ไม่เหงาดี “แล้วนี่เมี่ยงกลับบ้านเลยหรือเปล่า”

เวธกาพยักหน้ารับพลางเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงสงสัย เห็นแบบนั้นใยไหมจึงรีบพูดต่อ “พอดีไหมทำเค้กมาให้ เมี่ยงเอาไปกินที่บ้านนะ”

บางวันเวธกาจะชวนเธอกลับบ้านด้วยกันเพราะบ้านของหญิงสาวก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากคอนโดฯ ที่เธออาศัยอยู่เท่าไรนัก ยิ่งอีกฝ่ายรู้ว่าเธอมาจากต่างจังหวัดยิ่งดูแลเทกแคร์ราวกับเป็นพี่น้องที่ห่างหายมานานแรมปี

จะว่าไปบางมุมเวธกาดูคล้ายกับใบหม่อนอยู่เหมือนกัน

“แน่ใจนะว่าไม่ให้เมี่ยงอยู่เป็นเพื่อน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป