บทที่ 21 21
ใยไหมชะงักไปชั่วครู่รู้สึกถึงบางอย่างที่สัมผัสได้ จริงอยู่ที่เพื่อนใหม่มีนิสัยที่ค่อนข้างขี้อ้อนแม้เพิ่งรู้จักกัน แต่วันนี้เวธกาดูเหงาหงอยแปลกๆ
“เมี่ยงโอเคหรือเปล่า”
เธอถามด้วยความเป็นห่วง ซึ่งอีกฝ่ายดูตกใจไม่น้อยที่โดนทักแบบนั้น
“คิดไปเองหรือเปล่าว่าวันนี้ดูซึมๆ ไป”
“เฮ้ย! เมี่ยงโอเค ไม่ได้เป็นอะไร” สาวเจ้ารีบยกมือปฏิเสธแถมยังหัวเราะราวกับสิ่งที่ใยไหมถามนั้นเป็นสิ่งที่คิดมากไปเอง
“งั้นกลับก่อนนะ ส่วนเค้กนี่จะกินให้อร่อยเลย”
ใยไหมพยักหน้ารับยิ้มๆ “ขับรถดีๆ นะ ไว้เจอกัน”
หลังจากแยกกับเพื่อนแล้ว ใยไหมเดินไปหาโต๊ะนั่งบริเวณน้ำพุซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับทางเข้ามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นประตูใหญ่ มันคือจุดนัดรับของที่หญิงสาวคิดว่าน่าจะสังเกตง่ายที่สุดแล้ว
ราวๆ ครึ่งชั่วโมงลูกค้าที่สั่งไว้ก็มารับเกือบครบ เหลืออีกเจ้าเดียวซึ่งดูเหมือนน่าจะใกล้ถึงแล้ว ดังนั้นใยไหมจึงกดส่งข้อความหาอัษฎา เพราะเย็นนี้มีนัดไปหาอะไรกินกับเพื่อนหลังจากที่เธอเลิกเรียน ส่วนเพื่อนชายนั้นขับรถมาจากที่พักตัวเอง
MMM : ถึงแล้วครับ
MMM : อยู่ตรงไหน
Y.mai : ไหมอยู่ลานน้ำพุตรงประตูใหญ่ด้านหน้าเลยค่ะ
Y.mai : คุณอยู่ตรงไหนคะ ไหมเดินไปหาได้ค่ะ
MMM : โอเค
MMM : กำลังเดินไปครับ
ใยไหมลุกจากม้าหินอ่อนเพื่อรอส่งออร์เดอร์สุดท้ายของวัน ดวงตากลมโตพลางมองรอบๆ ว่าใครเข้าข่ายที่จะเป็นลูกค้าตัวเอง ปกติแล้วเธอพอจะรู้ใบหน้าคร่าวๆ ของคนนัดรับเพราะดูจากรูปโพรไฟล์ แต่ของคนนี้เขาใช้แค่รูปการ์ตูนทั่วไป
คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินตรงมาทางนี้ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนเขาเรียนอยู่ในคลาสเดียวกับเธอเหมือนกัน เมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มให้เธอจึงยิ้มตอบกลับไปตามมารยาท
“ไหมใช่หรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ”
“ผมวีนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยแววตาเป็นมิตร ริมฝีปากหนาผุดยิ้มเมื่อได้รับไมตรีกลับมา “แล้วนี่กลับบ้านเลยหรือเปล่า ไหมพักอยู่แถวไหน เดี๋ยวผมไปส่ง”
มือบางที่เตรียมจะคว้าถุงกระดาษถึงกับชะงักเมื่อได้คำชวนแบบนั้น ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่บุคคลที่เธอรอแต่เหมือนตั้งใจเข้ามาทักทายมากกว่า
และไม่ใช่ว่าเธอมองไม่ออกถึงจุดประสงค์ที่อีกฝ่ายกำลังหยิบยื่นให้
“ไม่เป็นไรค่ะ พอดีไหมรอเพื่อนอยู่” ใยไหมปฏิเสธแบบถนอมน้ำใจไปก่อน เพราะถึงอย่างไรต้องเจอกันทุกอาทิตย์อยู่ดี
“งั้นผมขอนั่งรอเป็นเพื่อนนะ”
หญิงสาวเริ่มขมวดคิ้วคิดว่าการที่ตัวเองตอบอ้อมๆ ไปแบบนั้น ปกติคนทั่วไปน่าจะรู้ดีว่ามันคือการปิดประตูหรือพูดง่ายๆ คือการปฏิเสธ
แต่กับบางคนใยไหมคิดว่าเราอาจจะต้องพูดตรงๆ กับเขา ไม่งั้นจะเป็นเราเองที่ต้องมานั่งลำบากใจ
ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยอะไรออกมาสักคำ กลับมีใครบางคนเดินมาหยุดที่โต๊ะพร้อมกับความตกใจของใยไหมเมื่อเลื่อนสายตาสานสบกับเขา
ทำไม...เขาถึงมาอยู่ตรงนี้
ใยไหมไม่แน่ใจว่าตัวเธอนั้นเผลอแสดงอาการอย่างไรออกไป ชายหนุ่มร่วมคลาสถึงได้หันหลังกลับไปมองจุดเดียวกับเธอ
ณกรส่งยิ้มให้คนตัวเล็กเหมือนทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เมินเฉยต่อดวงตากลมโตที่แปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง
“พี่มารับค่ะ”
คนมาใหม่พูดชัดถ้อยชัดคำ ก่อนที่จะเหลือบมองไปยัง ‘คนนอก’ ที่ดูเหมือนกำลังพยายามหว่านพืชเพื่อหวังผล
“คนนี้เพื่อนน้องไหมเหรอคะ”
ใยไหมเม้มปากแน่นบอกไม่ถูกว่าตอนนี้เธอควรจัดการกับอะไรก่อนดี โตแล้วบอกตัวเองว่าให้ตั้งสติเพราะการเดินหนีมันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา
“ขอบคุณวีมากนะ ไว้เจอกันอาทิตย์หน้า”
หญิงสาวเลือกตัดเพื่อนใหม่ออกจากวงจรก่อนอันดับแรก แต่ดูเหมือนเจ้าตัวตั้งใจจะลุกขึ้นพอดี
ถ้าเป็นเธอก็คงรู้สึกอึดอัด เพราะสายตาที่ณกรใช้มองนั้น มันดูเสียมารยาทสำหรับคนที่เพิ่งเคยเจอหน้ากัน
“งั้นวีขอตัวก่อนครับ” วีหันมายิ้มให้แล้วค้อมศีรษะให้ณกรเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินจากไป
นานนับนาทีหลังจากกลับมาเจอกับณกรในรอบไม่กี่เดือนที่เลิกรากัน แม้ความเจ็บปวดมีไม่มากเท่าเดิมแต่เหตุการณ์เก่าๆ กำลังย้อนกลับเข้ามาเล่นงานจนทำให้ใยไหมรู้สึกว่าหัวใจทำงานหนักอีกครั้ง
ความรักที่เคยมีให้ลดวูบจนหลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำ ไม่เคยคิดอยากกลับไปเป็นเหมือนเก่า แต่ก็ยังไม่พร้อมสำหรับการเผชิญหน้า
และใยไหมมีลางสังหรณ์ว่าที่เจอกันครั้งนี้มันไม่ใช่ความบังเอิญ
“พี่มารับเค้กที่สั่งไว้”
คนตัวโตหันหน้าจอโทรศัพท์ซึ่งมีบทสนทนาระหว่างตัวเองกับใยไหมเป็นการยืนยัน มุมปากหยักยกสูงเมื่อน้องหันไปคว้าถุงกระดาษแล้วส่งให้
“แนะนำแช่ตู้เย็นรอให้เซตตัวสักพักก่อนนะคะ”
ใยไหมทำตามหน้าที่ของตัวเอง ฝ่ามือบางกระชับสายสะพายกระเป๋าตั้งใจจะเบี่ยงปลายเท้า
แต่ดูเหมือนณกรจะรู้ เขาเลยเอ่ยประโยคบางอย่างขึ้นมา
“พี่ไม่กินของหวาน ไหมก็รู้” ไม่ได้แค่พูดแต่เจ้าของร่างสูงยังก้าวเท้ามาด้านหน้าเพื่อดักทางคนตัวเล็ก
“เรียนที่นี่เหรอ? มากรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อไร”
ใยไหมยอมที่จะยืนอยู่กับที่แล้วจดจ้องใบหน้ามากเสน่ห์ของอดีตคนรัก ไม่ว่าจะอดีตหรือตอนนี้สิ่งที่ณกรทำได้ดีที่สุดก็คือการทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
เขากำลังแสดงให้เธอเห็นว่าระหว่างเรา...ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“ไม่มีความจำเป็นที่ไหมต้องตอบคำถามเรื่องส่วนตัวมั้งคะ” หวังว่าคำพูดที่ชัดเจนของเธอจะทำให้ณกรทำความเข้าใจ
