บทที่ 24 24
เดิมทีทั้งเธอและอัษฎาตั้งใจจะไปกินชาบูร้านเดิม แต่พอไปถึงเห็นจำนวนคนที่รอคิวแล้วก็ได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับยิ้มเจื่อน เพราะรอบนี้เพื่อนไม่ได้จ้างคนเพื่อไปรับบัตรคิวล่วงหน้าก่อนเนื่องจากไม่แน่ใจเรื่องเวลา
สุดท้ายเลยตัดสินใจไปหาอย่างอื่นกิน โดยที่ใยไหมให้อัษฎาเป็นฝ่ายตัดสินใจ เพราะถ้าให้เธอเลือกก็คงจบที่ก๋วยเตี๋ยวข้างคอนโดฯ สักร้านหนึ่ง
“แถวนี้เขาเรียกว่าแถวไหนอะโอม” ที่
ถามเพราะว่าตามข้างทางมีแต่ร้านของกินละลานตาไปหมด แถวที่เธออยู่ว่าเยอะแล้วแต่ระยะห่างของแต่ละร้านก็ยังถือว่าไกลกันอยู่
แต่คิดว่าคอนโดฯ แถบนี้ราคาน่าจะแพงกว่าแถวที่เธออยู่พอประมาณ
“สะพานควายจ้า”
“ไม่ต้องเน้นคำมากก็ได้ เลิกเป็นแล้วจ้า” ใยไหมว่าเสียงกลั้วหัวเราะไม่ถือโทษโกรธ ซึ่งอีกฝ่ายก็หลุดขำก่อนผลักศีรษะกันหยอกล้อตามปกติ
“ไปย่ะ จะพาไปกินต้มเลือดหมูที่อร่อยเลิศสุดในปฐพี”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความหิวหรือว่าร้านที่อัษฎาพามากินนั้นอร่อยจริงๆ มื้อนี้เธอถึงฟาดจนหมดชาม อีกทั้งระหว่างที่นั่งกินนั้นต่างฝ่ายต่างกินไม่ได้หยิบยกเรื่องบางเรื่องมาทำให้เสียอรรถรสระหว่างมื้อ
“ซื้อไรอีกปะ”
ใยไหมไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเพื่อน ดวงตากลมจดจ้องไปยังอีกฟากของถนนเห็นหญิงสาวคนหนึ่งคลับคล้ายคลับคลาเป็นคนรู้จัก
“มองไรวะ” อัษฎาใช้ศอกกระทุ้งแขนเพื่อนเมื่อมันไม่สนใจ
“เหมือนเมี่ยงเลยอะ”
ใยไหมคว้าหมับที่แขนแกร่งแล้วลากเพื่อนเพื่อข้ามถนน รีบเร่งฝีเท้าไปหาหญิงสาวที่ทรุดตัวนั่งร้องไห้อยู่ข้างมุมตึก คนเดินผ่านไปมาต่างก็พากันสนใจแต่ไม่มีใครเข้าไปถามไถ่สักคน
เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าใช่เวธกาหรือเปล่า เลยเดินมาดูให้เห็นกับตานี่ไง
“เมี่ยง...”
ระหว่างที่เดินเข้าไป อัษฎาก็คอยจับแขนเธอไว้ตลอดเวลา
แต่พอเจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาใยไหมกลับต้องรีบเข้าไปจับไหล่เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงหน้ากลายเป็นเพื่อนร่วมคลาสของเธอจริงๆ
คอนโดฯ xxx ชั้น 29
ตอนแรกจับใจความไม่ค่อยได้แต่ก็พอรู้ว่าเวธกาทะเลาะกับคนรัก ฝ่ายหญิงชิงบอกเลิกซึ่งคิดว่าฝ่ายชายคงตามง้อเหมือนเคย แต่สรุปฝ่ายนั้นส่งข้อความมาบอกเลิก
ดูทีท่าแล้วใยไหมไม่กล้าปล่อยให้เพื่อนอยู่คนเดียวเพราะเจ้าตัวเอาแต่ร้องไห้ สติสตังไม่ค่อยอยู่กับตัวเท่าไรนัก
อีกอย่างคนที่เพิ่งผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาอย่างใยไหมก็พอจะรู้ดีว่าอาการของเวธกาในตอนนี้น่าเป็นห่วง
“ให้เพื่อนแกเมาในห้อง ดีกว่าปล่อยออกไปนั่งดื่มข้างนอก แบบนั้นน่าห่วงกว่าอีก” ชายหนุ่มกระซิบบอก “เพิ่งเลิกด้วย เตลิดง่าย”
ใยไหมพยักหน้ารับเห็นด้วยกับข้อนี้ของเพื่อน ยังไงที่นี่ก็เป็นพื้นที่ของเวธกา ถือว่าปลอดภัยแต่ก็ไม่ไว้ใจให้อยู่คนเดียวเท่าไรนัก
“ใจเย็นเมี่ยง”
ใยไหมได้แต่ปลอบหญิงสาว โดยที่ใช้สายตาปรามอัษฎาซึ่งตั้งหน้าตั้งตาชงเหล้าท่าเดียว และดูเหมือนเพื่อนจะไม่สนใจการห้ามปรามทางสายตาของเธอด้วยซ้ำ
“คนเราจะเสียใจสุดๆ ก็ช่วงอาทิตย์แรกนี่แหละ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น “แกก็รู้ดีเปล่าวะไอ้ไหม เพิ่งผ่านมา”
“ไหมก็เพิ่งเลิกกับแฟนเหรอ”
เวธกาหันมองหน้าก่อนที่จะคว้ามือเพื่อนมากุม
“...”
ใยไหมระบายยิ้มแล้วบีบมือตอบกลับ เธอคิดว่าตัวเองเข้าใจหัวอกของเวธกาดีพอสมควรอย่างที่อัษฎาว่าไว้จริงๆ แม้มันจะผ่านมาเป็นเดือนๆ แต่ก็ยังจำรสชาติของการเจ็บปวดในช่วงนั้นได้ดียิ่งกว่าอะไร
“เจ็บเนอะ”
เวธกาว่าเสียงเครือพลางใช้หลังมือปาดน้ำตาที่รินไหล ความทุกข์ทรมานจุกอยู่ในลำคอจนยากที่จะเปล่งเสียงอะไรออกไป
รอจนปรับสภาพได้สักพักแล้วจึงหันไปเอื้อนเอ่ยกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ไหมผ่านมาได้ยังไง บอกเมี่ยงทีสิ”
คนถูกถามนิ่งไปสักพัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไหลคล้อยตามสถานการณ์หรืออะไร บรรยากาศในตอนนี้ถึงได้ดูเศร้าสร้อยจนเหมือนใยไหมถูกดึงกลับเข้าไปในอดีต
ใยไหมยกมือลูบตำแหน่งหัวใจตัวเองเมื่อมันส่งสัญญาณบางอย่างร้องเตือน คล้ายไปกระตุ้นความรู้สึกในวันวานอย่างไรอย่างนั้น
แต่สุดท้ายเธอก็ผ่านมันมาได้...แม้ว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปสักหน่อย
“ไหมพยายามยอมรับความจริง” ใยไหมตอบเพื่อนตามสิ่งที่เด่นชัดขึ้นมา ช่วงแรกๆ เธอยังคิดด้วยซ้ำว่ามันเป็นเพียงฝันร้าย
แต่เอาเข้าจริง สี่ปีที่ผ่านมาต่างหากที่คือฝันร้าย เป็นระยะเวลาที่เธอโกหกตัวเองตลอดมา
“มันยากมากไหมรู้ แต่เชื่อว่าเมี่ยงจะผ่านมันไปได้”
เวธกาเอนตัวใช้ศีรษะซบไหล่ใยไหม พยายามซึมซับในสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็อดถามไม่ได้เกี่ยวกับอดีตคนรักของเพื่อน
“ไหมลืมผู้ชายคนนั้นได้แล้วใช่หรือเปล่า”
คำถามนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ใยไหมที่นิ่งไปชั่วขณะ แต่รวมไปถึงอัษฎาที่เหลือบมองคนโดนถาม เพราะอยากรู้คำตอบของเพื่อนเหมือนกัน
“อือ” ใยไหมคลี่ยิ้ม
การที่กลับมาเจอกับณกรเมื่อเย็นที่ผ่านมา ทำให้ความรู้สึกของเธอชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
“เขาไม่มีค่าให้ไหมจดจำอีกแล้ว”
ผู้ชายหนึ่งเดียวในกลุ่มอย่างอัษฎารับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่หม่นลง ดังนั้นคืนนี้เขาจะรับหน้าที่เป็นบาร์เทนเดอร์คอยชงเครื่องดื่มให้สองสาว อย่างน้อยจะได้ปลดปล่อยความเศร้าออกมาได้อย่างเต็มที่
“คุณเมี่ยง ของในตู้เย็นเอาออกมามิกซ์กับพวกนี้ได้เปล่า”
อัษฎาถามตามมารยาท เมื่อเจ้าของห้องผงกศีรษะเป็นเชิงอนุญาตจึงหยิบของที่คิดว่าใช้ได้ออกมา
ใช้เวลาชงไม่กี่วินาทีแล้วเลื่อนแก้วให้สองสาวที่นั่งปรับทุกข์เรื่องราวความรัก
“มา!”
อัษฎาคว้าแก้วของตัวเองขึ้นมาชูขึ้นระดับใบหน้า ก่อนเอ่ยปลุกพลังในตัวหญิงสาวสองคน
“ดื่มให้กับความโสดของพวกเรา”
แน่นอนว่าเวธกาคว้าหมับทันที ส่วนใยไหมได้แต่ระบายยิ้มก่อนจะหยิบแก้วขึ้นตาม อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซวเพื่อนสนิทกับคำพูดเมื่อครู่
“เพิ่งรู้ว่าโสด”
“โสดเฉพาะกิจ” อัษฎาเล่นหูเล่นตา “โสดเป็นเพื่อนพวกหล่อนไง”
