บทที่ 3 3

หลังจากที่แยกกับณกร เธอก็ขับรถกลับมาที่ร้านเหมือนอย่างทุกครั้ง ระยะหลังมารดาปล่อยให้พวกเราดูแลร้านกันด้วยตัวเอง ส่วนท่านมักจะแวะเข้ามาประมาณอาทิตย์ละครั้ง

ข้อความในกรุ๊ปไลน์ของครอบครัวเมื่อเย็นทำให้ใยไหมคิดหนักพอประมาณ

คุณแม่ที่รัก : อาทิตย์หน้าวันเกิดลุงดินนะเด็กๆ

คุณแม่ที่รัก : แม่ฝากใยไหมทำเค้กวันเกิดให้ลุงทีนะลูก @Y.mai

คุณแม่ที่รัก : พ่อกับแม่ติดธุระ ฝากหม่อน @นี่หม่อนเอง กับน้องไหม @ Y.mai ไปแทนทีนะคะ

นี่หม่อนเอง : โอเคค่ะคูมแม่

นี่หม่อนเอง : ส่งสติกเกอร์ส่งจูบ

Y.mai : ค่า

และเพราะแบบนั้นพอจบการสนทนาทางไลน์ พี่สาวคนโตถึงรีบต่อสายถึงกันทันที ใบหม่อนเป็นเพียงคนเดียวที่เธอบอกเรื่องความสัมพันธ์กับณกร

“ไหมอยากไปหรือเปล่า ถ้าไม่อยากเดี๋ยวเค้าไปกับพี่พริกก็ได้”

ใบหม่อนรับรู้ถึงการตัดสินใจของเธอ หลายต่อหลายครั้งที่ใยไหมรู้สึกผิดต่อพี่สาวตัวเอง ทุกครั้งที่มีปัญหากับณกรนั้น เธอมักจะพูดกับพี่สาวเสมอว่าจะหยุด แต่สุดท้ายก็ยอมโอนอ่อนเพียงแค่เขาพ่นคำหวานใส่

“ไปได้ ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้อยู่ดี ไหมอยากจบปัญหาทุกอย่างกับเขาตรงๆ”

“โอเค เค้าอยู่ข้างไหมตลอดนั่นแหละ ต่อให้ต้องกินอาหารหมาอีกรอบ” คนเป็นพี่ว่าทีเล่นทีจริง แต่ใยไหมไม่นึกโกรธ จริงๆ คนที่ควรโกรธนั้นคือใบหม่อนมากกว่า

“ขอบคุณนะหม่อน” ในวันที่เธอโดนทำร้ายหัวใจจนยับเยิน คนที่ยังอยู่เคียงข้างก็ยังเป็นคนในครอบครัว “แล้วก็ขอโทษในทุกๆ เรื่องที่ทำให้ผิดหวัง”

“เค้าไม่เคยผิดหวังในตัวไหมเลย เคารพในการตัดสินใจของไหม เอาที่ไหมโอเคก็พอ”

คุยต่อกันไม่กี่ประโยค ใบหม่อนก็เป็นฝ่ายขอวางสายไปก่อน ส่วนเธอรับหน้าที่ปิดร้านจากนั้นอยู่ยาวเพราะเร่งเคลียร์ออร์เดอร์ที่ค้างไว้

ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่เธอหลงรักการทำขนม เริ่มแรกเรียนรู้เพราะเป็นกิจการในครัวเรือน มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ & เบเกอรี ส่วนใหญ่ใยไหมจะรับหน้าที่ดูแลพวกของหวานกับต้นหลิวน้องสาวฝาแฝดอีกคน

เพียงแต่วันนี้แฝดพี่อย่างต้นหลิวไม่สบาย แฝดน้องอย่างใบไผ่เลยมาช่วยแทนแต่ก็ดันง่วงนอนก่อนเสียนี่

เธอมีพี่น้องถึงสี่คน ที่น่าขันก็คือพวกเราเป็นผู้หญิงหมดเลย ใบหม่อนคือพี่สาวคนโต คนนี้มักขลุกตัวอยู่ในไร่ในสวนมากกว่า นานๆ ทีถึงจะโผล่มาช่วยงานที่ร้าน เธอเป็นพี่สาวคนรอง ส่วนต้นหลิวกับใบไผ่เป็นฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ

“ไผ่ง่วงจนถ่างตาไม่ไหวแล้วอะ” น้ำเสียงงอแงดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปล้มตัวใส่โซฟานุ่มแล้วผ่อนตาลง “วันนี้ขออู้ได้ไหมพี่สาวคนสวย”

ดวงตากลมคู่งามเลื่อนสายตาจากผงโกโก้ไปยังนาฬิกาทรงวินเทจที่แขวนติดกับผนัง อีกสิบนาทีจะห้าทุ่มซึ่งปกติเวลานี้ไม่ใช่เวลาเข้านอนของใบไผ่หรอก

“ติดซีรีส์ถูกไหม?” คนเป็นพี่เอ่ยอย่างรู้ทัน

“ไล่ดูจนจบอะ ไม่อยากค้างคา รู้ตัวอีกทีก็สว่างแล้ว”

ใยไหมส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะยกบลูเบอร์รีชีสเค้กเข้าตู้เย็นเพื่อให้มันเซตตัว เหลืออีกแค่ออร์เดอร์เดียวก็เสร็จแล้ว อันที่จริงถ้ามีอีกสักสองออร์เดอร์เธอว่าก็ยังไหว

ตอนนี้อยากหาอะไรทำจะได้ไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น

“ไผ่ไปนอนเถอะ เหลือแค่ red velvet พี่ทำเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ”

ใบไผ่ดีดตัวลุกจากโซฟามากอดเอวพี่สาวคนรองด้วยความออดอ้อน ทำเอาใยไหมหัวเราะชอบใจแล้วตบที่หลังมือน้อยเบาๆ

“อาบน้ำก่อนนอนด้วย เหม็นจะแย่”

“ค่า ถ้าไม่ไหวก็ไว้ทำต่อพรุ่งนี้ก็ได้ คุณพีชไลน์บอกว่าคงเข้ามารับช่วงเย็นนู่นเลย”

ใยไหมใช้เวลาไม่นานในการตีส่วนผสมแล้วนำก้อนเค้กเข้าไปอบ คนตัวเล็กเดินมาทิ้งตัวลงกับโซฟานุ่มหลังจากก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่พักตั้งแต่กลับมาจากโรงแรม

น่าขำแล้วก็น่าสมเพชมากใช่ไหมล่ะ เจอกันแต่ละทีต้องนัดพบกันที่โรงแรม ใยไหมไม่ได้มองว่าคุณค่าของผู้หญิงอยู่ที่เรื่องอย่างว่า แล้วเธอก็ไม่ได้เศร้าที่เสียเยื่อบางๆ ให้ผู้ชายที่ตัวเองรัก

แต่มันถึงคราวที่ตัวเองต้องหยุดดันทุรัง

ข้อความที่ณกรส่งมาถามไถ่ตอนช่วงหัวค่ำ ใยไหมเปิดอ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนแต่ไม่คิดตอบกลับ วินาทีนั้นเธอเกือบตัดสินใจเลื่อนปลายนิ้วกดบล็อกรวมถึงลบเบอร์โทรศัพท์ออกทุกอย่าง

ก่อนที่จะฉุกคิดได้ว่าอย่างไรก็ต้องเจอกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่สำคัญเธออยากคุยต่อหน้าชายหนุ่มมากกว่า อาจจะเจ็บแต่ก็ดีกว่าทนอยู่อย่างนี้ไม่จบไม่สิ้น ยอมเจ็บเพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นและเลิกจมปลักกับความหวังลมๆ แล้งๆ ที่เขาจะปรับตัวเพื่อเธอ

เพราะมันไม่มีวันเป็นไปได้ หลายอย่างที่ใยไหมพบเจอมานั้น มันทำให้รู้ว่าณกรไม่ให้ความสำคัญอะไรนอกเหนือไปกว่าความรู้สึกของตัวเอง

หากเธอมีความสำคัญมากพอ ณกรคงแคร์กันมากกว่านี้

เธอยอมรับว่า ‘พี่มาร์ช’ เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์เหลือล้นคนหนึ่ง และสิ่งที่โกหกไม่ได้ก็คือหัวใจเธอเต้นแรงทุกครั้งที่เผลอสบตากับชายหนุ่ม

แต่ไหนแต่ไรณกรมักเป็นที่ชื่นชอบของผู้หญิง ชื่อเสียงเขาเลื่องลือตั้งแต่สมัยที่เธอยังเรียนอยู่มัธยม เพื่อนต่างห้องรวมถึงต่างโรงเรียนพากันเข้าหาใยไหมเพียงเพื่ออยากให้เธอพาไปทำความรู้จักกับณกร

ตอนนั้นใยไหมยังไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง เธอมัก ‘ไม่ชอบใจ’ คนเหล่านั้นจึงปฏิเสธทุกคนที่พยายามเข้าหา ตอนแรกคิดว่าเพราะไม่อยากวุ่นวาย

จริงๆ แล้วเธอก็แค่ ‘หวง’ พี่ชายต่างสายเลือดก็เท่านั้น

มันเป็นความปลื้มที่ได้แต่เก็บไว้ในใจ ณกรปฏิบัติต่อใยไหมรวมถึงพี่น้องของเธอทุกคนเหมือนกัน ยิ่งทำให้เธอไม่กล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกออกไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป