บทที่ 6 6
“สวัสดีค่ะพี่มาร์ช ขอหม่อนกับไหมนั่งด้วยคนน้า”
และก็เป็นใบหม่อนที่เป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบ เจ้าตัวหันไปส่งยิ้มให้กับเพื่อนๆ ของณกร
“ดีค่ะพี่ๆ”
“ใบหม่อนกับใยไหม เป็น...น้องกูเอง” ณกรบอกเพื่อนตัวเอง
นัยน์ตาคมเลื่อนมองคนหลัง วูบหนึ่งมีความไม่พอใจวาดผ่านในแววตาของเขาชั่วครู่
“ดีครับน้องหม่อน น้องไหม” หนึ่งในนั้นดูกระตือรือร้นขึ้นมา ก่อนที่จะหันไปพูดทีเล่นทีจริงกับคนแนะนำ “เป็นน้องมึง งี้กูก็จีบได้ใช่เปล่า”
“ไม่ได้” ณกรขมวดคิ้วแน่นแถมยังปฏิเสธทันควัน “น้องมีแฟนแล้ว”
ชายหนุ่มตัดพ้อสีหน้าสลดลง
“อกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มจีบเลยสิครับเนี่ย”
“หม่อนมีแฟนแล้วค่ะ แต่น้องสาวหม่อนเนี่ย...” ใบหม่อนโพล่งขึ้นมาเพราะอยากสังเกตอากัปกิริยาใครบางคน โดยที่ประโยคหลังเธอเน้นเสียงสูงก่อนปรายตามองใยไหมที่เลิกคิ้วใส่กัน “ไหมยังไม่มีแฟนค่า”
“เอาวะ! มีลุ้นแล้วกู!” คนพูดตบเข่าหนึ่งฉาด ดูเป็นคนขำขันมากกว่าพวกหน้าหม้อ ซึ่งก็ทำให้ทั้งใบหม่อนกับใยไหมหลุดขำได้ไม่ยาก
“หิวอะ อยากกินยำ” ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเพื่อนของณกรเอ่ยขัดขึ้น สีหน้าบ่งบอกว่าตอนนี้อารมณ์บูดแค่ไหน “ใครจะกินอะไรเพิ่มหรือเปล่า ได้ตักมาทีเดียว”
“เบลนั่งเถอะ เดี๋ยวเราไปตักให้” ณกรเป็นฝ่ายอาสาพร้อมกับลุกขึ้น ระหว่างนั้นเขาพยายามส่งสายตาให้คนตัวเล็กที่เงยหน้าขึ้นมองพอดี
‘เรามีเรื่องต้องคุยกัน’
ใยไหมอ่านสายตาเขาได้แบบนั้น นั่นหมายความว่าณกรต้องการให้เธอมองหาช่องทางที่จะปลีกตัวออกไป
และดูเหมือนใบหม่อนจะรู้สถานการณ์ได้ดี
“ไหม เหมือนเค้าจะลืมของขวัญอีกกล่อง จำไม่ผิดน่าจะอยู่ข้างๆ ประตู เค้าวานตัวไปหยิบให้ทีสิ” พี่สาวรีบหันมาบอกพลางทำน้ำเสียงออดอ้อนหลังจากที่ณกรเดินออกไปได้ชั่วครู่
แผ่นหลังกว้างอยู่เกือบสุดสายตาของใยไหม สถานที่พูดคุยนั้นอยู่ไกลจากที่จัดงานพอประมาณ
แต่ละย่างก้าวที่หญิงสาวก้าวเข้าไปหาคนรักนั้นเหมือนมีบางอย่างที่มีน้ำหนักกำลังถ่วงขาตัวเองอยู่
พี่มาร์ชยืนอยู่ตรงนั้น...เขากำลังยืนเอามือล้วงกระเป๋าแล้วจ้องหน้ากัน
“ไม่ตอบไลน์พี่?”
ณกรถามทันที ใบหน้าคมคายขมวดมุ่นไม่ใคร่พอใจเท่าไรนัก
“โทรไปก็ไม่ติด”
“ไหมบล็อกเบอร์พี่มาร์ชน่ะค่ะ” เธอตอบตามตรง และคิดว่าเขาก็น่าจะพอรู้ว่าที่ไม่ตอบและโทรไม่ติดมันเกิดมาจากการบล็อกเบอร์
เพียงแต่ณกรต้องการให้เธอยืนยันคำตอบด้วยตัวเองเท่านั้น
“น้องไหม พี่ไม่รู้ว่าเราโกรธอะไร” ท่าทีเขาอ่อนลงเล็กน้อย “แต่พี่ก็ง้อเราอยู่นี่ไง”
“พี่มาร์ชยังไม่เข้าใจอีกเหรอคะ” ใยไหมสบตาคนตัวโต
ทุกอย่างที่อัดแน่นในความรู้สึกของเธอตอนนี้ มันเลยคำว่า ‘โกรธ’ หรือต้องการให้เขามา ‘ง้อ’ มานานมากๆ แล้ว
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือเสยผมอย่างกลัดกลุ้ม “งอนให้มันพอดี อย่าเยอะเกินไป”
“ไหมก็เบื่อเหมือนกัน”
“หมายความว่าไง นี่กำลังบอกเลิกพี่?”
“พี่มาร์ช ไหมเหนื่อยค่ะ ไหมเบื่อที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ สิ่งที่พี่ทำไม่ใช่ว่าไหมไม่รับรู้ ไหมรู้ทุกอย่างแต่ก็เลือกเป็นคนตาบอดมาตลอดเวลา”
เธอจ้องตาชายหนุ่มอย่างแน่วแน่ ไฟในใจกำลังปะทุจนต้องเบี่ยงสายตาไปทางอื่นเพื่อสงบสติอารมณ์
“นั่นมันเรื่องในอดีต”
“แล้วในอนาคตของพี่มาร์ช มีไหมอยู่ในนั้นหรือเปล่า”
เขามันคนเห็นแก่ตัว คิดจะเอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียว และสิ่งที่เธอกำลังหยิบยื่นให้มันคือสิ่งสุดท้าย
“ถ้ามี…พี่ก็เดินไปบอกทุกคนตอนนี้ ทำให้มันชัดเจน ทำได้ไหม?”
ณกรนิ่วหน้าเพราะรู้สึกว่ามันเริ่มเลยเถิดไปไกล
“พี่บอกแล้วไงว่าขอเวลา”
“พี่มาร์ชมีเวลามาตั้งสี่ปีแล้ว”
“แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ไหมต้องเอาไปบอกครอบครัวพี่ในเวลานี้หรือเปล่าวะ”
ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย ทว่าคนฟังหน้าชาไปทั้งแถบ
“บอกว่าให้รอก่อนไง การที่ไหมจะไปบอกผู้ใหญ่แบบนั้นมันก็ไม่ต่างจากการบังคับพี่ทางอ้อม ไหมเป็นคนกดดันพี่เอง”
“สรุปไหมผิด? ไหมแค่ไม่อยากอยู่อย่างลับๆ พี่มาร์ชผิดสัญญากับไหมกี่ครั้งแล้ว”
“เราคุยกันหลายรอบแล้วไง พี่ยังไม่อยากสร้างครอบครัวตอนนี้”
ใยไหมแค่นยิ้มด้วยความสมเพชตัวเองอย่างสุดซึ้ง ไม่ว่าจะตอนนี้หรือเมื่อก่อนเธอก็ไม่สามารถเปลี่ยนณกรได้เลยสักนิด
ที่เปลี่ยนไม่ได้ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่ยอม แต่เป็นเพราะเธอไม่มีความสำคัญสำหรับเขามากกว่า
อะไรที่ใช่…เราจะไม่ต้องทนฝืนตัวเองเลย
“คุยเรื่องพวกนี้แล้วพี่ปวดหัว เอาไว้คุยกันวันหลังดีกว่า”
เพียงเสี้ยววินาทีที่เผลอคว้าข้อมือชายหนุ่มเอาไว้ และมันอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอเลือกทำแบบนี้
“ไม่มีวันหลังแล้วค่ะ” วันนี้วันสุดท้าย “ไหมหมดแรงที่จะจับมือพี่แล้ว”
ณกรมองหน้ากัน ก่อนที่นัยน์ตาคมเข้มจะเลื่อนไปยังข้อมือตัวเองที่ถูกหญิงสาวจับไว้
“หมดแรงก็แค่ปล่อยมือ” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็เดินจากไป
“…”
นับเป็นคำพูดที่ไม่ต่างจากการเอามีดคมกริบกรีดลงกลางใจ ที่ผ่านมาไม่ใช่การจับมือกัน แต่เป็นการรั้งของเธอเพียงฝ่ายเดียว
ก็แค่ปล่อยมือ…
แม้ภาพตรงหน้าจะพร่าเบลอเพราะหยาดน้ำตาบดบัง ทว่าสิ่งที่ประจักษ์แก่ใจนั้นชัดเจนยิ่งกว่าอะไร ต่อให้ณกรจะโกหกกันกี่ครั้งมันยังเทียบไม่ได้กับการที่เธอพยายามโกหกตัวเองมาโดยตลอด
