บทที่ 7 7
ไม่มีอะไรร้ายแรงไปกว่าการทำร้ายตัวเองซ้ำๆ ด้วยการไม่ยอมรับความจริง
“ไหม…” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงดังขึ้น รวมถึงฝ่ามือเล็กๆ ที่กำลังลูบหลังปลอบโยนกัน
ใยไหมใช้หลังมือปาดน้ำออกจากหน้าลวกๆ ก่อนหันไปหาพี่สาวที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไร
“ต่อหน้าเค้า ไหมไม่ต้องทำตัวเข้มแข็งก็ได้” ใบหม่อนยกมือลูบแก้มน้องสาว
คนเป็นน้องสวมกอดแล้วซบหน้ากับบ่าโดยที่พยายามเก็บเสียงเท่าที่จะทำได้ ปากเรียวบางสั่นระริกในขณะที่ลำคอตีบตันไปหมด
“ไม่เป็นไรนะ ร้องออกมาเลย ไม่ต้องเก็บความเสียใจไว้”
ที่ผ่านมาเธอเอาชีวิตไปผูกไว้ที่เขามากเกินไป จนมองข้ามคนที่คอยอยู่ข้างตัวเองทุกครั้งที่เสียใจ กี่ครั้งแล้วที่ใบหม่อนต้องร้องไห้เป็นเพื่อนเธอ
“ไหมขอโทษนะหม่อน” ใยไหมบอกเสียงสะอื้น “มันจะไม่มีอีกแล้ว ไหมสัญญา”
จากนี้ทั้งเธอและเขา…เป็นอิสระต่อกัน
ผ่านมาสามวันแล้วที่ใยไหมไม่ได้กลับไปดูแลร้าน เธอเลือกหมกตัวอยู่แต่ที่ไร่โดยมีใบหม่อนช่วยอ้างกับคนอื่นๆ ว่าช่วงนี้เธอตกอยู่ในสภาวะหมดไฟ
แล้วก็ยังเป็นใบหม่อนเสมอที่ทำให้ใยไหมยิ้มออก ทั้งที่รู้ว่าพี่สาวของเธอนั้นตัวติดกับแฟนอย่าง ‘พี่พริก’ มากแค่ไหน แต่ตอนนี้พี่สาวของเธอแทบไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกเลยด้วยซ้ำ
หญิงสาวเพิ่งนึกบางอย่างออกหลังจากที่เอาแต่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องมาหลายวัน
ใยไหมลากกล่องบางอย่างออกจากใต้เตียงซึ่งของในนั้นล้วนมีแต่ความทรงจำที่เกี่ยวกับความรักของตัวเอง
รูปคู่ใบแรกที่ถ่ายด้วยกัน ของขวัญชิ้นแรกที่ได้รับจากณกร รวมไปถึงตั๋วหนังจากเดตแรกหลังจากที่ชายหนุ่มขอเธอเป็นแฟนอย่างเป็นทางการ
ของเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ใยไหมหวงแหนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะกรุ่นโกรธหรือน้อยใจจากเขามา เพียงแค่ได้มานั่งดูของพวกนี้มันกลับทำให้อารมณ์ของเธอสงบลง
อาจจะด้วยระยะเวลาสี่ปีมันไม่ใช่เวลาน้อยๆ เธอจึงหยวนๆ ให้อีกฝ่ายตลอดมา
ทว่า ณ เวลานี้ ข้าวของที่ ‘เคย’ มีความสำคัญต่อหัวใจกลับไม่เยียวยาห้วงอารมณ์เธอได้แม้แต่น้อย
มันทรมานมากกว่าที่คิดจนต้องขอมานอนที่ไร่ของคุณปู่ หวังว่าธรรมชาติหรือดอกไม้ใบหญ้าจะช่วยทำให้สภาพจิตใจของเธอดีขึ้นไม่มากก็น้อย
“ไหม”
น้ำเสียงสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่สาวดังขึ้น พอหันไปก็เห็นเจ้าตัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหา
“หิวยัง ไปกินข้าวกัน วันนี้ตั้งเตาหมูทะ”
บอกตามตรงว่าเธอไม่หิวเลย ไม่มีความอยากอาหารสักนิด
“เอาสิ” แต่กระนั้นก็ไม่อยากทำให้ใบหม่อนเป็นห่วง “แต่ไหมขอจัดการกับของพวกนี้ก่อนได้ไหม”
ใบหม่อนบีบไหล่น้องสาว ส่งความรักและความห่วงใยให้เต็มเปี่ยม หลังจากวันที่น้องเลือกที่จะตัดขาดกับณกรแบบจริงจัง เธอไม่เคยเห็นน้ำตาของใยไหมอีกเลย
จะบอกว่าดีมันก็ดี เพียงแต่ใยไหมกลายเป็นคนที่เก็บความรู้สึกมากขึ้นกว่าเดิม ข้อนี้ต่างหากที่ทำให้เธอหวั่นใจและเป็นห่วงน้องมากที่สุด
“มีอะไรให้เค้าช่วยบ้างไหม”
ใยไหมยืดตัวขึ้น ดวงตาดำขลับมองข้าวของในกล่องด้วยสายตาเย็นชา ใจอยากทิ้งให้หมดแต่นึกดูแล้วของบางอย่างมันน่าจะมีประโยชน์ต่อคนอื่น
“หม่อนแยกพวกตุ๊กตาให้ไหมหน่อย ไหมว่าจะเอาไปบริจาค”
เธอไม่ต้องการแล้ว แต่คนอื่นอาจต้องการตุ๊กตาน่ารักๆ พวกนี้อยู่ก็ได้
“พรุ่งนี้พาไหมไปด้วยนะ”
“โอเค ไม่มีปัญหา” ใบหม่อนยิ้มออกเมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวในท่าทีนั่น “แล้วของพวกนั้น จะเอาไปทิ้งที่ไหนดี”
ของที่คนเป็นพี่เอ่ยปากถามนั้น ล้วนเป็นความทรงจำที่เคยสวยงามสำหรับใยไหม
ครั้นจะทิ้งถังขยะที่นี่คงไม่ใช่เรื่องดีเพราะมีถ้อยคำรวมถึงบันทึกไดอารีต่างๆ ที่เธอเคยเขียนเอาไว้
“เก็บใส่ถุงไว้ก่อน” ดอกกุหลาบดอกสุดท้ายที่ณกรใช้ง้อกันครั้งล่าสุดถูกยัดรวมในถุง “ไหมจะเอาไปเผาทิ้ง”
ในวันนี้ที่ตัดสินใจเลือกเดินจากมา ใยไหมคิดว่าตัวเองทุกอย่างมันผ่านการกลั่นกรองทุกขั้นตอนไม่ว่าจะสมองหรือหัวใจก็ตาม
เธอไม่อยากจมอยู่บนกองเศษซากปรักหักพังของความสัมพันธ์อีกแล้ว เพราะมันเท่ากับการหลอกตัวเองแบบไม่จบไม่สิ้น
หากจะลบใครออกไปจากใจสักคน เธอควรลบล้างทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา ไม่ควรเหลือไว้แม้แต่ชิ้นเดียว...
เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีความรัก ใยไหมเคยคิดว่าการจะตัดใจจากใครสักคน หรือแม้แต่ตัดความสัมพันธ์มันก็แค่เรื่องง่ายๆ แค่บอกเลิกแล้วก็เดินจากมามันก็จบ
มาเจอกับตัวเองจังๆ แบบนี้ถึงกับไปไม่เป็น มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสักนิดในเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนที่เธอมอบหัวใจให้ทั้งดวง มีทั้งความผูกพันและความทรงจำดีๆ ด้วยกันมากมาย
ความรักคือสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายเป็นรูปธรรมได้ มันคือสิ่งที่ซับซ้อนมากที่สุดในโลก แต่ละคนตีความหมายแตกต่างกันออกไป
แต่ถ้าถามเธอว่าความหมายของความรักคืออะไร คงตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าความรักคือความเจ็บปวด
