บทที่ 14 อยากจับไว้แบบนี้ตลอด

กรัณย์กรพาปิ่นปินัทธ์ไปทานอาหารญี่ปุ่นจากนั้นทั้งสองก็เข้าไปดูหนังด้วยกันระหว่างดูหนังความใกล้ชิดก็มากขึ้น กรัณย์กรจับมือเธอมากุมไว้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นมากๆ กับมือใหญ่ที่จับอยู่ตลอด

และเมื่อดูหนังจบเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือทั้งสองก็เลยเดินจับมือกันเดินออกมาจากโรงหนัง

“ปิ่นมีอะไรอยากซื้อไหม”

“อยากจะไปดูหนังสือนิทานให้เด็กอนุบาลแล้วก็อุปกรณ์การเรียนหน่อยค่ะ”

“ผมก็จะไปดูหนังสือเหมือนกันถ้างั้นเราไปดูหนังสือกันนะแล้วค่อยหาอะไรกินก่อนกลับสุพรรณ”

“ได้ค่ะแต่ หมอจะไม่ปล่อยมือปิ่นเหรอคะ”

“ทำไมล่ะจับกันแบบนี้จะได้ไม่หลง”

“ปิ่นโตแล้วไม่หลงหรอกค่ะ”

“ถ้าผมบอกว่าอยากจับเพราะอยากจับไม่ได้กลัวปิ่นหลงล่ะ ปิ่นยังจะให้ผมปล่อยมืออีกหรือเปล่า”

หญิงสาวยิ้มแทนคำตอบทำให้เขาเองยิ้มตามจากนั้นก็พากันเข้ามาในร้านหนังสือ

“จริงๆ ผมอยากจับมือปิ่นแบบนี้ไปตลอดนะ แต่ตอนนี้ขอตัวไปเลือกหนังสือก่อน” เขากระซิบแล้วแยกไปยังมุมหนังสือที่ตัวเองอยากซื้อ

......

ตั้งแต่ไปดูหนังด้วยกันเมื่อครั้งก่อนปิ่นปินัทธ์และกรัณย์กรก็มีความสนิทสนมกันมากขึ้น ถ้าวันไหนชายหนุ่มไม่ขึ้นเวรก็จะหาเวลามาทานข้าวกับเธอและคุณยายที่บ้านส่วนเสาร์อาทิตย์ถ้าไม่มานั่งเล่นที่บ้านก็พากันออกไปเดินเล่นและซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า

คุณยายละมัยรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อเห็นว่าคุณหมอกรัณย์กรนั้นคบกับหลานสาวของเธออย่างเปิดเผยและจะขออนุญาตทุกครั้งก่อนจะพาปิ่นปินัทธ์ออกจากบ้าน

ตอนนี้ความรู้สึกที่ปิ่นปินัทธ์มีให้กับหมอกรัณย์กรนั้นมากอย่างที่ไม่เคยมีให้กับผู้ชายคนไหนมาก่อน เพราะหมอเป็นคนสุภาพมีเหตุผลถึงแม้เขาจะทำงานหนักมาก แต่คุณหมอหนุ่มก็ยังแบ่งเวลาโทรหาและไลน์หาเธอได้ทุกวัน มันทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงจากความชอบ ความชื่นชมตอนนี้เธอคิดว่าตนเองนั้นรักคุณหมอหนุ่มคนนี้อย่างสุดหัวใจ

เกือบสี่เดือนแล้วที่ทั้งสองรู้จักกันแต่ถ้านับเวลาคบกันเป็นแฟนก็ประมาณสองเดือนทั้งสองไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง

หญิงสาวรู้ว่างานของเขายุ่งและไม่ค่อยมีเวลาเธอก็ไม่เคยงี่เง่าหรืองอแงให้เขาต้องมาอยู่ด้วย เหตุผลข้อนี้เลยทำให้คุณหมอหนุ่มเองก็รู้สึกว่าโชคดีมากๆ ที่ได้คบกับคุณครูปิ่นปินัทธ์เพราะที่ผ่านมาเขาเจอแต่ผู้หญิงเอาแต่ใจมาตลอดไม่เคยมีใครเข้าใจเขา ไม่เคยสนใจว่าในแต่ละวันเขาต้องเหนื่อยมากแค่ไหน แต่กับปิ่นปินัทธ์แล้วหญิงสาวถามไถ่ห่วงใยเขาอยู่ตลอดเวลา

แม้บางวันมีเวลาคุยกับเธอไม่ถึงห้านาทีแต่เธอก็ไม่เคยแสดงอาการน้อยใจให้เขาเห็นเลยสักครั้ง กรัณย์กรวางแผนไว้ว่า ก่อนที่ตัวเองจะไปเรียนต่อเฉพาะทางในกรุงเทพจะต้องให้มารดามาพูดจาสู่ขอปิ่นปินัทธ์กับคุณยายของเธอเพราะระหว่างที่เขาเรียนอยู่กรุงเทพเขาก็กลัวว่าจะมีใครมาสนใจคุณรักของเขา

กรัณย์กรอยากจะพาปิ่นปินัทธ์ไปค้างกับตนเองบ้างแต่ก็ยังไม่มีโอกาส อีกทั้งเขาก็ไม่รู้จะบอกกับคุณยายว่ายังไงการที่จะพาหลานสาวของคุณยายละมัยออกไปนอนค้างด้วย

มันเป็นเรื่องที่เขาคิดไม่ตกจริงๆ แต่ถ้าให้มารดาพูดจาสู่ขอหรือหมั้นกันไว้ก่อน การพาเธอออกไปค้างด้วยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เขายังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับปิ่นปินัทธ์เพราะยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงเวลาที่เขาจะไปเรียนที่กรุงเทพ ชายหนุ่มอยากจะใช้เวลาอยู่กับเธอให้มากที่สุดระหว่างที่ตนเองยังประจำอยู่โรงพยาบาลแห่งนี้

“ปิ่นทำอะไรอยู่ครับ” คุณหมอหนุ่มโทรศัพท์มาหาแฟนสาวในเวลาสามทุ่มหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล

“ปิ่นกำลังตรวจการบ้านเด็กค่ะ หมอล่ะคะเพิ่งเลิกงานเหรอวันนี้เหนื่อยไหมคะ”

“นิดหน่อยครับวันนี้ผมเข้าไปเป็นลูกมืออาจารย์หมอในห้องผ่าตัดด้วยเพิ่งจะกลับถึงห้องตอนนี้เอง”

“คงเหนื่อยแย่เลยนะคะ แล้วกินข้าวหรือยัง”

“ผมว่าเดี๋ยวจะเอาอาหารกล่องมาเวปกินครับให้ไปซื้อตอนนี้คงไม่ไหวแน่ๆ”

“ถ้างั้นหมอรีบไปกินเถอะค่ะจะได้นอนพักนะคะ”

“ได้ยินเสียงปิ่นแบบนี้ผมก็หายเหนื่อยแล้วครับ”

“หมอก็พูดเกินไปค่ะ มันไม่มีหรอกคนเราต้องนอนพักถึงจะหายเหนื่อย ไม่รู้ว่าเป็นหมอมาได้ยังไงนะคะ” หญิงสาวพูดแล้วหัวเราะทำให้ปลายสายอีกฝั่งรู้สึกอารมณ์ดีตามเธอไปด้วย

“ปิ่นไลน์มาว่ามีเรื่องจะบอกผม เรื่องอะไรครับ”

“ตายจริงปิ่นลืมไปเลยค่ะ คือปิ่นจะบอกว่าที่หมอนัดปิ่นไว้ว่าจะพาปิ่นไปทานข้าวปิ่นคงต้องยกเลิก”

“ทำไมล่ะ”

“ปิ่นลืมค่ะ  ว่าปิ่นมีนัดเลี้ยงรุ่น”

“เหรอครับน่าเสียดายจัง แล้วปิ่นนัดเลี้ยงรุ่นที่ไหนล่ะ”

“นัดเลี้ยงกันที่กรุงเทพค่ะ”

“แล้วปิ่นจะไปยังไงครับ”

“ก็ขับรถไปเองสิคะ ใกล้นิดเดียว”

“ผมอยากขับรถไปให้เป็นจัง”

“ปิ่นว่าวันหยุดทั้งทีหมอพักอยู่บ้านเถอะค่ะ”

“ปิ่นไปวันไหนล่ะ”

“งานเลี้ยงมีเย็นวันเสาร์ค่ะ ปิ่นจะไปค้างที่กรุงเทพหนึ่งคืน วันอาทิตย์เย็นๆ ค่อยกลับค่ะ”

“ผมอยากขับรถให้ปิ่น อยากไปเจอเพื่อนของปิ่นด้วย”

“เพื่อนของปิ่นมีแต่ผู้หญิง หมอไปเจอก็คงจะต้องเบื่อแน่ๆ”

“ที่ไม่อยากให้ผมไปเพราะแอบซ่อนอะไรไว้หรือเปล่า”

“ไม่ได้แอบซ่อนอะไรไว้หรอกค่ะ ปิ่นเกรงใจหมอจริงๆ ทำงานเหนื่อยมาทั้งอาทิตย์แล้ววันหยุดควรจะพักผ่อน”

“แต่เราเป็นแฟนกันนะให้ผมดูแลปิ่นบ้างเถอะได้ไหมผมไม่ค่อยได้ทำหน้าที่แฟนเลย”

“การให้คุยกันทุกวันโทรหากันทุกวันก็ทำก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้วค่ะ”

“แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองเอาเปรียบปิ่นยังไงก็ไม่รู้นะ ชอบไปขอข้าวที่บ้านปิ่นกินอยู่เรื่อยเลย”

“แต่หมอไม่ได้มาขอฟรีๆ นี่คะ พักหลังหมอซื้อทั้งผลไม้ซื้อทั้งอาหารเสริมมาให้คุณยายจนท่านกินแทบไม่ทันแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป