บทที่ 15 มันต้องเป็นพรหมลิขิตแน่

“มันยังน้อยไปนะครับ กับอาหารอร่อยๆ ที่คุณยายทำให้ผมกิน ตกลงปิ่นให้ผมขับรถไปให้ดีไหม ผมไปส่งปิ่นที่งานเลี้ยงแล้วกลับมานอนที่คอนโดพอเป็นเลิกงานผมก็ไปรับปิ่นดีไหมครับ”

“หมอแค่ไปส่งปิ่นที่โรงแรมก็พอค่ะ เพราะเลิกงานแล้วปิ่นก็จะพักที่นั่นเลย ปิ่นจองโรงแรมไว้แล้ว”

“ผมนึกว่าปิ่นจะไปค้างที่คอนโดกับผม โรงแรมที่จัดงานอยู่ตรงไหนครับ”

“โรงแรม xxx ค่ะ”

“มันอยู่ไกลจากคอนโดของผมเหมือนกันนะ”

“ถ้ามันไกลมาก ปิ่นว่าปิ่นไปคนเดียวดีกว่าค่ะ ไม่อยากให้หมอเหนื่อย”

“ผมจองโรงแรมเดียวกับปิ่นก็ได้ ส่งปิ่นแล้วผมจะได้นอนพัก”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจหมอเถอะค่ะ”

กรัณย์กรอยากชวนเธอไปค้างที่คอนโดด้วยแต่ถ้าบอกไปตอนนี้ปิ่นปินัทธ์คงต้องปฏิเสธแน่เขาคิดว่าพอถึงวันงานจะต้องหาทางชวนหญิงสาวมาค้างกับตัวเองให้ได้

ตั้งแต่คบกับผู้หญิงมาไม่เคยมีใครทำให้เขารอนานขนาดนี้ บางคนรู้จักกันแค่สองสัปดาห์เขาก็พาขึ้นเตียงแล้ว แต่เขากับปิ่นปินัทธ์รู้จักกันมาสี่เดือน ชายหนุ่มได้แค่จับมือกับหอมแก้มหญิงสาว เขารู้ว่าถ้ารักก็ต้องรอให้ได้และต้องให้เกียรติเธอละครอบครัวแต่บางครั้งก็อยากจะทำตามอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง ถ้าหากเขากับเธอจะนอนด้วยกันก็คงไม่ผิดอะไรเพราะเขาจริงจังกับความรักครั้งนี้มากและมองถึงการได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

“ตกลงเราเจอกันสายๆ วันเสาร์ดีไหม ปิ่นขับรถมาจอดที่โรงพยาบาลหรือจะให้ผมไปรับที่บ้าน”

“ปิ่นขอขับรถไปจอดที่โรงพยาบาลดีกว่าค่ะ ปิ่นไม่อยากให้ยายเป็นห่วงถ้ายายรู้ว่าปิ่นไปกับหมอ”

“หมายความว่าปิ่นจะบอกยายว่าตัวเองไปคนเดียวเหรอครับ”

“ค่ะ ปิ่นกลัวยายไม่สบายใจ” ปิ่นปินัทธ์ไม่รู้ว่าถ้าเธอบอกคุณยายว่าการไปกรุงเทพครั้งนี้หมอกรัณย์กรจะเป็นคนขับรถให้คุณยายจะยอมให้เธอไปกับเขาไหม ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะจองห้องพักที่โรงแรมแล้วก็ตาม เธอเลยเลือกที่จะไม่บอกคุณยายดีกว่าเพราะไม่อยากให้ท่านคิดมาก

“ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้นะคะ หมอไปทานข้าวได้แล้วค่ะ”

“ผมว่ากินข้าวแล้วจะนอนเลย คืนนี้ไม่โทรมาแล้ว ปิ่นก็อย่านอนดึกนะ ครับรักษาสุขภาพด้วย”

“ค่ะ ฝันดีนะคะ”

“ฝันดีครับ”

เมื่อวางสายจากหมอกรัณย์กรแล้วปิ่นปินัทธ์ก็นั่งทำงานต่ออีกพักใหญ่ก่อนจะปิดไฟและเตรียมเข้านอน

อาทิตย์หน้าเธอมีนัดเลี้ยงรุ่นกับเพื่อนและเพื่อนส่วนใหญ่ก็จะพาแฟนไปเปิดตัวกันในงานนี้แต่ เธอไม่ได้บอกเพื่อนว่าจะพาใครไปเพราะไม่กล้าชวนกรัณย์กรเนื่องจากเห็นว่าเขางานค่อนข้างยุ่งแต่ในเมื่อเขาตกลงจะไปแบบนี้ ใกล้ถึงวันงานเธอจะลองถามเขาอีกครั้งว่าที่เขาบอกอยากจะรู้จักกับเพื่อนของเธอนั้นเขาอยากรู้จักจริงๆไหม บางทีเธออาจจะพาเขาไปแนะนำให้กับเพื่อนร่วมรุ่นได้รู้จักบ้างหลังจากที่ไปเลี้ยงรุ่นคนเดียวตั้งแต่เรียนจบ

เมื่อมาถึงบริเวณห้องจัดเลี้ยงซึ่งตอนนี้มีเพื่อนของปิ่นปินัทธ์เข้ามาในงานแล้วประมาณสิบกว่าคนกว่าคนจากจำนวนที่ตกลงจะมางานเลี้ยงสามสิบคน

ปิ่นปินัทธ์พาหมอกรัณย์กรเขาไปแนะนำกับเพื่อนสนิทของเธอที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่ประมาณห้าคนจากนั้นเขาก็ขอตัวออกมานอนพักเพราะเข้าเวรติดๆ กันมาหลายวัน

“แฟนของปิ่นหล่อมากๆ ไปหามาจากที่ไหน”เพื่อนคนหนึ่งถาม

“ไม่ได้ไปหาที่ไหนหรอกแค่บังเอิญเจอกันที่โรงพยาบาล”

“ทำไมโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้โรงเรียนเราไม่มีหมอหล่อๆ บ้างนะ นะถ้ามีหมอเราจะพาเด็กนักเรียนไปหาหมอทุกวันเลย”

“นั่นสิใกล้โรงเรียนของเราก็ไม่มีหมอหล่อเลย”

“ที่โรงพยาบาลใกล้โรงเรียนเราก็มีนะ แต่ส่วนใหญ่จะไม่โสดเลย สงสัยต้องหาทางย้ายโรงเรียนไปอยู่ใกล้โรงพยาบาลที่มีหมอหล่อๆ บ้างแล้วล่ะ” เพื่อนอีกคนก็พูดแซวขึ้นมา

ปิ่นปินัทธ์ไม่ได้ตอบอะไรเธอได้แต่ยิ้มเพราะทุกครั้งที่มางานเลี้ยงรุ่นแบบนี้หญิงสาวก็มันจะฟังเพื่อนคุยกันมากกว่า ถึงแม้ว่าตนเองจะเป็นคนคุยเก่งแต่เวลาอยู่กับเพื่อนหลายๆ คนแบบนี้ปิ่นปินัทธ์ก็มักจะคุยไม่ทันคนอื่น หญิงสาวจึงเลือกที่จะยิ้มและหัวเราะกับเรื่องที่เพื่อนเล่ามากกว่า

“เราว่ามันต้องเป็นพรหมลิขิตแน่เลยนะปิ่น อาชีพหมอกับครูน้อยครั้งมากนะที่จะเป็นแฟนกันได้”

“เราเห็นด้วยนะ ส่วนใหญ่หมอก็คู่กับหมอหรือไม่ก็คู่กับพยาบาลแต่นี่หมอคู่กับครูเป็นอะไรที่แปลกมาก บอกตรงๆ นะเราอิจฉาปิ่นมาก”

“ไม่ต้องอิจฉาหรอกน่าปิ่นมีแฟนเป็นหมอ แต่เขาก็ไม่ค่อยมีเวลาสู้มีแฟนเป็นนักธุรกิจอย่างใบเตยก็ไม่ได้”

“ที่เห็นใบเตยไปเที่ยวบ่อยๆ แบบนั้นก็ใช่จะสนุกเท่าไหร่หรอกนะ ไปแต่ละครั้งแฟนเขาก็เอาแต่คุยเรื่องงานบางครั้งใบเตยก็ต้องออกไปเที่ยวคนเดียว”

“ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็งานยุ่งเหมือนกันทั้งนั้นเลยนะ”

“นั่นสิเราเลยเลือกเป็นโสดไง อยากทำอะไรตอนไหนก็ทำไม่ต้องรออีกคนว่าง” เพื่อนคนหนึ่งที่ยังเป็นโสดอยู่พูดสร้างเสียงหัวเราะให้กับเพื่อนคนอื่นในกลุ่มได้เป็นอย่างดี

หลังจากงานเลี้ยงเลิกเพื่อนก็ชวนกันจะไปนั่งดื่มที่ผับชั้นล่างสุดของโรงแรม ปิ่นปินัทธ์เลยไลน์ไปบอกกรัณย์กรว่าตนเองจะไปดื่มกับเพื่อนต่อและจะเจอกับชายหนุ่มอีกทีตอนเช้า

หญิงสาวสนุกสนานกับเพื่อนอย่างเต็มที่และอยู่จนกระทั่งผับปิดก็เดินกลับมายังห้องนอนของตัวเองอีกครั้ง อาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอนเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

“ปิ่นกลับมาถึงห้องหรือยังครับ”

“เพิ่งถึงค่ะหมอล่ะคะ ดึกแล้วทำไมยังไม่นอน”

“ผมนอนไปแล้วตั้งแต่หัวค่ำครับพี่เพิ่งตื่นมาเมื่อกี้นี้เองเป็นห่วงปิ่นนะไม่รู้ว่าเป็นจะกลับห้องหรือยัง” อันที่จริงเขาแอบตามเธอไปที่ผับและรีบกลับออกมาก่อนหน้าเธอไม่นาน แต่ที่ไม่เข้าทักทายเพราะอยากให้หญิงสาวได้สนุกกับเพื่อนอย่างเต็มที่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป