บทที่ 16 ก็น้ำแอร์มันหยด
“ขอโทษนะคะที่ทำให้หมอต้องเป็นห่วงจริงๆ ปิ่นก็อยากจะ ไลน์บอกหมอว่ามาถึงห้องแล้ว แต่เห็นว่าตอนนี้มันเกือบจะตีสามไม่อยากจะรบกวนเวลานอนของหมอค่ะ หมอนอนเถอะค่ะเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเราค่อยเจอกัน”
“คือผมมีปัญหานิดหน่อยครับ”
“มีปัญหาอะไรคะ” เธอถามด้วยความเป็นห่วง
“คือแอร์ที่ห้องผมน้ำมันหยดครับผมติดต่อล็อบบี้ไปแล้วแต่เขาไม่ช่างขึ้นมาดูเลย จะเปลี่ยนห้องก็ต้องรอทำเรื่อง แล้วตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว เลยคิดว่าจะขอเขาไปค้างกับปิ่นได้ไหมครับ” เขาทำเสียงให้ฟังน่าสงสารที่สุด
ปิ่นปินัทธ์คิดหนักเพราะตั้งแต่คบกันเธอ กับเขาก็ยังไม่เคยนอนค้างด้วยกันเลยสักครั้ง แต่ถ้าไม่ให้เขามานอนด้วยก็ดูจะเป็นการใจร้ายเกินไปเพราะครั้งนี้เขาอุตส่าห์เป็นคนขับรถมาให้เธอ
“ก็ได้ค่ะ”
“ขอบคุณครับปิ่น ผมขอเวลาเก็บของสิบนาทีนะ เดี๋ยวผมไปหาที่ห้องนะ ห้องปิ่นเป็นหมายเลขอะไรนะ”
“ปิ่นพักอยู่ชั้นแปดห้อง 818 ค่ะ”
“ปิ่นรอผมนะครับอีกไม่เกินสิบนาทีผมไป”
ปิ่นปินัทธ์รีบเก็บข้าวของของตนเองที่กระจัดกระจายอยู่บนที่นอนลงกระเป๋าเสร็จก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นเธอมองลอดออกไปเห็นว่าเป็นกรัณย์กรก็เลยเปิดประตูและให้เขาเข้ามา
“ขอโทษนะครับเป็นที่มารบกวนกลางดึก”
“ไม่เป็นไรค่ะ ปิ่นเข้าใจที่หมอต้องลำบากแบบนี้ก็เพราะขับรถมาให้ปิ่น”
“ดึกมากแล้วผมว่าเรารีบนอนกันเถอะนะครับ”
“ค่ะปิ่นก็ง่วงเหมือนกัน” ปิ่นปินัทธ์ขึ้นไปนอนบนเตียงฝั่งหนึ่งโดยใช้หมอนกันไว้ตรงกลางกรัณย์กรแอบยิ้มเมื่อเห็นหญิงสาวจัดที่นอนแค่หมอนใบเดียวมันจะกันอะไรได้
ชายหนุ่มขึ้นมานอนบนเตียงแล้วก็เอื้อมมือไปปิดไฟบริเวณหัวเตียง
“หมอคะ”
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ปิ่นต้องนอนเปิดไฟไว้นิดหนึ่งค่ะ เราเปิดไฟหัวเตียงไว้ได้ไหมคะ”
“ได้ครับ ผมก็หลับได้ทั้งกลางวันและกลางคืนอยู่แล้ว” ด้วยอาชีพของเขาทำให้ว่างตอนไหนก็หลับตอนนั้น ถึงแม้จะเปิดไฟไว้แบบนี้เขาก็สามารถหลับได้อย่างสบายและมันก็ดีด้วยซ้ำถ้าเปิดโคมไฟไปแบบนี้เขาจะได้มองนอนหน้าเธออย่างใกล้ๆ
“ฝันดีนะครับปิ่น”
“ฝันดีค่ะหมอ” ปิ่นปินัทธ์บอกฝันดีจากนั้นหญิงสาวก็นอนตะแคงหันหลังแล้วดึงผ้าห่มมาห่ม แต่พยายามข่มตาหลับเท่าไหร่มันก็ไม่หลับเลยเมื่อรู้ว่ายังมีอีกคนนอนอยู่ทางด้านหลัง
“นอนไม่หลับใช่ไหมปิ่น” กรัณย์กรถามหญิงสาวเมื่อเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว
“ค่ะ รบกวนหมอหรือเปล่า”
“ไม่ครับผมก็นอนไม่หลับเหมือนกันสงสัยตอนหัวค่ำจะนอนไปเยอะไปหน่อย ถ้านอนไม่หลับหันหน้ามาคุยกันดีไหมล่ะ เราไม่ได้เจอกันมาหนึ่งอาทิตย์เป็นมีเรื่องอะไรจะเล่าให้ผมฟังไหม” สัปดาห์ที่ผ่านมาเขามีเวลาคุยกับปิ่นปินัทธ์วันหนึ่งไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ เมื่อมีโอกาสอยู่ด้วยกันก็อยากจะคุยกันให้มากขึ้น
เมื่อเธอตะแคงตัวมาทางที่ชายหนุ่มเขาหมอนที่กั้นตรงกลางออกแล้วขยับเข้ามาใกล้ๆ
“เจอเพื่อนวันนี้เป็นยังไงบ้างครับสนุกไหม”
“สนุกค่ะเราไม่ได้เจอกันมาหนึ่งปีก็เลยเปลี่ยนข้อมูลกันจนฟังแทบไม่ทันเลยทีเดียวค่ะ”
“พวกเขาพูดถึงผมบ้างหรือเปล่า”
“ก็มีพูดถึงบ้างค่ะ”
“เล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ ว่าเขาพูดถึงผมว่ายังไงบ้าง”
“เขาก็บอกว่าหมอเป็นผู้ชายที่หล่อมากๆ แล้วก็อิจฉาที่ปิ่นโชคดีได้เป็นแฟนกับหมอรัณย์ค่ะ”
“ทำไมเขาคิดอย่างนั้นนะ ผมต่างหากที่โชคดีได้เป็นแฟนปิ่น”
“ทำไมถึงโชคดีล่ะคะ”
“ปิ่นเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ แถมยังใจดีและเข้าใจผมมากที่สุด ผมเคยมีแฟนมาก็หลายคนแต่ไม่เคยมีใครเข้าใจผมเลย ผมงานยุ่งมากแต่คุณก็ไม่เคยน้อยใจหรืองอนผมเลยที่ผมไม่มีเวลาให้ ผมขอโทษนะปิ่น ผมอาจจะเป็นแฟนที่ไม่ดีเท่าไหร่แต่ผมสัญญาว่าผมจะมีแค่ปิ่นคนเดียว ผมรักปิ่นนะ”
คำว่ารักที่ออกมาจากปากของผู้ชายตรงหน้าทำให้ปิ่นปินัทธ์ทำตัวไม่ถูก ไม่คิดว่าเขาจะบอกความในใจออกมาแบบนี้ เธอเคยได้ยินเพื่อนพูดกันว่าผู้ชายไม่ค่อยพูดคำว่ารักเท่าไหร่ แล้วเธอก็ไม่เคยคาดหวังจะได้ยินคำว่ารักจากปากของเขาเลยสักนิด แต่เมื่อเขาพูดออกมาแล้วมันก็ทำให้เธอรู้สึกดีเอามากๆ
“ทำไมปิ่นเงียบล่ะ ผมพูดจริงๆนะ ผมรักปิ่นแล้วปิ่นรักผมไหม”
“ปิ่นต้องพูดด้วยเหรอคะ”
“ถ้าปิ่นไม่พูดแล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าปิ่นรักผมหรือเปล่า”
หญิงสาวยิ้มก่อนจะตอบความรู้สึกของตนเองออกมา
“ปิ่นก็รักหมอค่ะ”
“ดีใจจังที่ได้ยินคำนี้จากปิ่น” คุณหมอหนุ่มขยับเข้ามาใกล้แล้วกอดเธอไว้ด้วยความดีใจที่ได้ยินคำบอกรักจากปากของหญิงสาว
“หมอปล่อยปิ่นได้แล้วค่ะ”
“ปล่อยทำไม รักกันก็ต้องกอดกันหรือปิ่นรังเกียจผม”
“ปิ่นไม่ได้รังเกียจหมอ แต่ปิ่นง่วง”
“ผมว่าปิ่นไม่ง่วงหรอก ตอนนี้หัวใจกำลังเต้นแรงมากๆ เลยใช่ไหมล่ะ”
ปิ่นปินัทธ์เถียงไม่ออกเพราะตอนนี้ใจเธอเต้นแรงมากๆ และรู้สึกว่าเขาก็คงไม่ต่างจากเธอ
“ถึงปิ่นไม่ใช่หมอแต่ปิ่นก็รู้ว่าตอนนี้หมอก็ใจเต้นแรงเหมือนกันใช่ไหม”
“ผมยอมรับว่าผมใจเต้นแรงเพราะอยู่ใกล้ปิ่น มันเต้นแรงแบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอปิ่น”
ชายหนุ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ก่อนจะจูบไปบนหน้าผากของเธอแล้วกดจมูกลงบนแก้มเนียน
“ผมรักปิ่น ปิ่นก็รักผม มันคงไม่ผิดใช่ไหมถ้าคนรักกันจะใกล้ชิดกันมากขึ้น”
