บทที่ 8 นึกว่าจะได้เจอกัน

เมื่อวางสายจากปิ่นปินัทธ์แล้วกรัณย์กรก็แอดไลน์ก่อนจะส่งสติกเกอร์ไปทักทาย

เมื่อเห็นเธอตอบกลับมาด้วยสติกเกอร์ฝันดีเขาก็ยิ้มละส่งกลับไปหาเธอบ้าง กรัณย์กรอยากจะขอมากกว่าไลน์แต่ก็กลัวว่ารุกหนักเกินไปแล้วคุณครูสาวจะสงสัย เขาเข้าเฟซบุ๊กแล้วค้นหาชื่อเธอตามชื่อในไลน์ แต่ก็หาชื่อไม่เจอ

ชายหนุ่มเลยใช้วิธีเข้าเพจของโรงเรียนและไล่ดูรายชื่อคนที่เข้ามากดไลค์หรือคอมเม้นต์ในเพจก็เจอชื่อเฟซบุ๊กที่จะเป็นของปิ่นปินัทธ์เพราะเธอใช่รูปเดียวกับรูปในไลน์ แต่เขาไม่ได้ขอเป็นเพื่อน เพียงแต่เข้าไปดูว่าเธอมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง

ซึ่งหญิงสาวไม่ได้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้ทำให้เขาเห็นกิจกรรมทุกอย่าง ส่วนใหญ่แล้วหญิงสาวจะถ่ายกับเด็กๆ และถ่ายกับคุณยายของเธอมากกว่า

เมื่อเห็นกิจกรรมของคุณครูแล้วเขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าตอนนี้ปิ่นปินัทธ์น่าจะโสดเพราะไม่มีรูปคู่กับคนรักหรือโพสต์อะไรเกี่ยวกับความรักเลยสักนิด

ตั้งแต่เรียนจบมาทำงานกรัณย์กรยังไม่เคยคบใครอย่างจริงจัง เพราะติดปัญหาเรื่องเวลาและยังไม่เจอคนที่ถูกใจเท่าไหร่แต่เมื่อเจอกับคุณครูคนสวยแล้วเขาคิดว่าการแบ่งเวลาคุยกับใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องยากเลย ทุกคนมีเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงเท่ากันแล้วทำไมเพื่อนคนอื่นถึงมีแฟนได้

เขาคิดว่าที่ผ่านมามันเป็นข้ออ้างมากกว่าเพราะถ้าเขาสนใจใครจริงๆ เขาก็พร้อมที่จะแบ่งเวลาให้กับเธอ เหมือนกับตอนนี้ที่เขาแบ่งเวลามาคุยกับโทรศัพท์กับปิ่นปินัทธ์ทั้งที่ปกติแล้วถ้าว่างเขาก็จะเลือกนอนและอ่านหนังสือมากกว่า แต่การได้คุยกับใครสักคนทำให้เขารู้สึกดีเอามากๆ

กรัณย์กรคิดว่าจากนี้จะต้องแบ่งเวลาให้กับคุณครูให้มากขึ้น ไม่รู้ว่าครูจะใจตรงกันกับเขาหรือเปล่า แต่กรัณย์กรคิดว่าตนเองก็หน้าค่อนข้างดี คุณครูคนสวยก็อาจจะมองเขาบ้าง

หลังจากที่โทรศัพท์คุยกับปิ่นปินัทธ์ทุกคืน วันนี้กรัณย์กรก็รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เจอเธออีกครั้ง เพราะเธอบอกเขาว่าวันนี้จะต้องพาลูกศิษย์มาตัดไหมที่โรงพยาบาล

ชายหนุ่มตรวจคนไข้คนอื่นเสร็จแล้วก็นั่งรอว่าเมื่อไหร่หญิงสาวจะเดินเข้ามา แต่กรัณย์กรก็ต้องผิดหวังเพราะวันนี้คนที่พาออมสินมาตัดไหมเป็นมารดาของเด็กชายแทนที่จะเป็นคุณครูปิ่นปินัทธ์

“สวัสดีครับคุณหมอ / สวัสดีค่ะคุณหมอ” ออมสินและมารดายกมือไหว้

“สวัสดีครับ น้องเป็นยังไงบ้างครับคุณแม่มีอาการผิดปกติอะไรไหม”

“ไม่มีค่ะ”

“หมอขอดูแผลหน่อยนะครับ”

กรัณย์กรตรวจบาดแผลแล้วก็เห็นว่าแผลติดสนิทดีชายหนุ่มตัดไหมออกทั้งหมดจากนั้นก็ปิดพลาสเตอร์กันน้ำไว้อย่างเดิม

“อย่าเพิ่งให้แผลโดนน้ำนะครับ รอให้ครบสามวันก่อนแล้วค่อยแกะพลาสเตอร์ออก”

“แล้วต้องมาทำแผลอีกมั้ยคะ”

“ไม่แล้วครับระหว่างนี้ก็ดูว่ามีเลือดซึมออกมาจากพลาสเตอร์ที่ปิดไว้หรือเปล่าถ้ามีอาการผิดปกติหรือรู้สึกว่าบริเวณแผลบวมขึ้นหรือมีไข้ก็ให้มาหาหมอ”

“ขอบคุณมากค่ะหมอ”

“ไม่วิ่งซนอีกแล้วนะครับออมสิน”

“ครับคุณหมอ”

“วันนี้แม่พาน้องกลับบ้านได้เลยนะครับ”

“มีค่าใช้จ่ายอะไรหรือเปล่าคะคุณหมอ”

“ไม่มีครับเดี๋ยวพยาบาลจะพาไปเซ็นชื่อที่แผนกการเงินครับเสร็จแล้วก็กลับบ้านได้”

“ขอบคุณมากๆ นะคะ” มารดาของเด็กชายกล่าวขอบคุณอีกครั้ง ส่วนเด็กชายก็ยกมือไหว้ตามมารดาก่อนจะเดินกลับออกไป

หลังจากออมสินเดินออกจากห้องไปแล้วชายหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์ของมือถือตัวเองขึ้นมาแล้วไลน์ไปถามปิ่นปินัทธ์เพราะเมื่อคืนก็คุยกันแล้วว่าเธอจะพาออมสินมาตัดไหม

“ปิ่นเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมวันนี้ถึงไม่พาออมสินมาตัดไหม” เขาถามไปด้วยความเป็นห่วง

“เปล่าค่ะ”

“ผมโทรหาตอนนี้ได้ไหม” เพราะขี้เกียจจะพิมพ์เขาเลยคิดว่าโทรศัพท์ไปคุยน่าจะรู้เรื่องกว่าแล้วตอนนี้ที่ห้องฉุกเฉินก็ไม่มีคนไข้เลย

“ได้ค่ะ”

เมื่อได้รับคำตอบแล้วเขาก็เดินกลับเข้ามาที่ห้องตรวจ

“สวัสดีค่ะหมอ”

“สวัสดีครับปิ่น ผมนึกว่าวันนี้เราจะได้เจอกัน”

“พอดีวันนี้แม่ของออมสินเลิกงานเร็ว ก็เลยเป็นคนพาออมสินมาหมอมีอะไรหรือเปล่าคะ แผลออมสินมีปัญหาอะไรมั้ย”

“ไม่มีปัญหาอะไรครับระวังแค่อยากโดนน้ำอีกสามวันก็พอ”

“โล่งใจไปหน่อยค่ะ ขอบคุณหมอมากนะคะที่ช่วยออมสิน”

“ปิ่นขอบคุณผมหลายรอบแล้วนะครับ แล้วเมื่อไหร่จะเลี้ยงข้าวผมสักทีล่ะ”

“ปิ่นไม่รู้ว่าคุณหมอจะว่างเวลาไหนบ้างก็เลยไม่กล้าชวนค่ะ หมอลองบอกเวลาว่างของหมอมาสิคะ” เพราะรู้ว่าคนที่มีอาชีพอย่างเขาหาเวลาว่างยากมากปิ่นปินัทธ์เลยคิดว่าที่เขาบอกให้เธอเลี้ยงข้าวเขาก็แค่อาจจะพูดเล่นเท่านั้น

“ถ้าเป็นบ่ายวันเสาร์ปิ่นจะว่างไหม พอดีช่วงเช้าผมมีราวคนไข้น่ะครับ”

“ว่างค่ะ คุณหมออยากทานอะไรคะ”

“ปิ่นเป็นคนที่นี่ปิ่นแนะนำผมมาสิ”

“ปกติแล้วปิ่นก็ไม่ค่อยได้ออกไปทานข้าวนอกบ้านหรอกนะคะ”

“ปิ่นทำกับข้าวเองเหรอ”

“เปล่าค่ะคุณยายจะเป็นคนทำค่ะปิ่นก็แค่ลูกมือ”

“ถ้าไม่รังเกียจผมไปทานที่บ้านปิ่นก็ได้นะ”

“แต่อาหารที่ยายทำจะเป็นอาหารบ้านๆ นะคะหมอจะทานได้เหรอ”

“ผมเป็นคนทานง่ายครับขอแค่ไม่เผ็ดมาก เอาเป็นว่าผมจะไปทานข้าวบ้านปิ่นวันเสาร์เย็นดีไหม”

“ได้ค่ะเดี๋ยวปิ่นจะบอกให้คุณยายทำอาหารไว้รอ หมอมีเมนูไหนชอบทานเป็นพิเศษไหมคะ”

“ไม่นะครับผมกินอะไรก็ได้”

“ลองบอกของโปรดหมอมาสักอย่างสิคะ ปิ่นจะได้บอกคุณยายให้ค่ะ”

“ของโปรดของผมก็ง่ายๆ เลยครับหมูทอด”

“ถ้ายังงั้นเดี๋ยวปิ่นจะให้คุณยายทำหมูทอดและกับข้าวอย่างอื่นไว้รอหมอนะคะ”

“ปิ่นอย่าลืมส่งพิกัดบ้านของปิ่นให้ผมด้วยนะครับ”

“ได้ค่ะเดี๋ยวปิ่นส่งให้ ถ้าหมอมาไม่ถูกโทรมาถามได้ค่ะ บ้านปิ่นอยู่ในซอยค่อนข้างหายากสักหน่อย”

“ขอบคุณครับ วันนี้ผมเข้าเวรจนถึงเที่ยงคืนไม่รู้ว่าคืนนี้จะว่างโทรหาปิ่นหรือเปล่านะครับ” การเข้าเวรที่ห้องฉุกเฉินมันคาดเดาได้ยากมาก บางครั้งก็ว่างตลอดเวรแต่บางครั้งก็แทบไม่ได้นั่ง

“ไม่เป็นไรค่ะ ปิ่นรู้ว่าหมองานยุ่งค่ะ ถ้างั้นปิ่นว่างแล้วนะคะไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของหมอ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป