บทที่ 1 โลกมันกลม

“พ่อยังไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย จะตรวจอะไรกันนักหนา” ธนภพหยุดเดินอยู่หน้าห้องตรวจ ไม่ยอมขยับตามแรงดึงของลูกสาว แม้พยาบาลจะเปิดประตูรออยู่แล้วก็ตาม มิลินปล่อยแขนผู้เป็นพ่อ ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปที่ถ่ายไว้เมื่อคืน

“คนที่ไม่ได้เป็นอะไรจะนั่งกุมหน้าอกอยู่ข้างเตียงเกือบสิบนาทีเหรอคะ”

“พ่อแค่แน่นท้อง เมื่อวานกินเยอะไปหน่อย”

“แล้วที่หายใจไม่ทันล่ะคะ”

“อากาศมันร้อน”

“ในห้องเปิดแอร์ยี่สิบสององศาค่ะ” ธนภพมองลูกสาวอย่างหาคำเถียงไม่ได้ สุดท้ายจึงหันไปทางพยาบาลที่ยังยืนรออยู่หน้าประตู

“ผมกลับมาตรวจวันอื่นได้ไหม วันนี้มีประชุม”

“ไม่ได้ค่ะ” มิลินตอบแทน 

“หนูโทรยกเลิกประชุมให้แล้ว”

“ใครอนุญาต”

“ถ้ารอให้พ่ออนุญาต หนูคงต้องตามมาคุยกันที่ห้องฉุกเฉิน”

“เก่งกับพ่อจริงนะ” ธนภพบ่น “เรื่องของคนอื่นจัดการได้หมด เรื่องของตัวเองไม่เห็นเก่งแบบนี้บ้าง” มิลินรู้ว่าพ่อกำลังจะวกกลับไปเรื่องเดิมจึงรีบตัดบท

“เข้าไปตรวจค่ะ”

“ถ้าเอาความเก่งครึ่งหนึ่งที่ใช้บังคับพ่อไปหาสามี ป่านนี้ยอร์นคงมีน้องแล้ว”

“พ่อคะ”

“พ่อพูดผิดตรงไหน”

“ผิดตั้งแต่คิดว่าหนูต้องมีสามีแล้วค่ะ” ธนภพกำลังจะเถียงต่อ แต่ประตูห้องตรวจถูกเปิดออกจากด้านในเสียก่อน

“ถ้าคนไข้ไม่ประสงค์จะตรวจ ผมจะให้พยาบาลเตรียมเอกสารปฏิเสธการรักษามาให้เซ็นครับ” เสียงของคนพูดทำให้มิลินชะงัก

ชายในเสื้อกาวน์ยืนอยู่หลังประตู ใบหน้าของเขาแทบไม่เปลี่ยนไปจากที่เธอจำได้ มีเพียงแววตาที่ดูนิ่งขึ้นกับท่าทางเคร่งขรึมกว่าเดิม ป้ายชื่อบนอกเสื้อเขียนไว้ชัดเจน นพ.ยศธร รัตนเมธาวัลย์ ยศธรมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนสายตาไปยังคนไข้

“คุณธนภพใช่ไหมครับ”

“ครับ”

“เชิญด้านในครับ” เพียงเท่านั้น พ่อของเธอก็เดินเข้าห้องตรวจโดยไม่เถียงอีกสักคำ

มิลินมองตามอย่างไม่พอใจ เธอพูดมาตั้งนานไม่ยอมฟัง แต่ผู้ชายคนนี้พูดเพียงประโยคเดียวกลับยอมเข้าไปง่ายๆ เธอสูดหายใจแล้วเดินตามเข้าไป

ยศธรนั่งลงหลังโต๊ะ เปิดดูผลตรวจเบื้องต้นโดยไม่ได้ถามว่าเธอเป็นอย่างไรหรือหายไปไหนมาตลอดห้าปี เขาทำเหมือนพวกเขาเพิ่งพบกันครั้งแรก มิลินจึงเลือกทำแบบเดียวกัน

“อาการแน่นหน้าอกเกิดขึ้นกี่ครั้งแล้วครับ”

“เมื่อคืนครั้งเดียวครับ”

“สามครั้งค่ะ” มิลินแทรก ธนภพหันมามอง 

“พ่อจำได้ว่าแค่ครั้งเดียว”

“ครั้งแรกเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนเดินขึ้นบันได ครั้งที่สองวันไปสนามกอล์ฟ แล้วเมื่อคืนเป็นครั้งที่สาม”

“สองครั้งแรกไม่ได้หนักขนาดนั้น”

“แต่พ่อไม่เคยบอกหนู” ยศธรจดข้อมูลลงในแฟ้ม ก่อนถามต่ออีกสองสามข้อ ธนภพพยายามตอบให้อาการของตัวเองดูเบาที่สุด แต่มิลินคอยแก้ทุกครั้งจนผู้เป็นพ่อเริ่มถอนหายใจ

หลังดูผลตรวจทั้งหมด ยศธรจึงแจ้งว่าต้องตรวจเพิ่มเติมและอาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ

“ไม่ต้องนอนหรอกครับหมอ ผมกลับไปพักที่บ้านก็ได้”

“ไม่ได้ค่ะ” มิลินพูดขึ้น

“พ่อมีงานต้องทำ”

“งานไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ”

“แต่พ่อ...”

“ถ้าคุณธนภพกลับตอนนี้ แล้วมีอาการอีก ทางครอบครัวอาจต้องพากลับมาใหม่กลางดึกครับ” ยศธรพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเรียบ 

“พักที่นี่หนึ่งคืนสะดวกกว่าครับ” ธนภพนิ่งคิด ก่อนพยักหน้า

“ถ้าหมอเห็นว่าควรนอน ผมนอนก็ได้ครับ” มิลินหันไปมองพ่อทันที

“หนูพูดตั้งนาน พ่อไม่เห็นยอม”

“แกเป็นลูก พ่อก็ต้องฟังไว้ครึ่งหนึ่งก่อน”

“แล้วคุณหมอล่ะคะ”

“หมอเขาเรียนมา” ยศธรปิดแฟ้ม สีหน้าของเขายังนิ่ง แต่เธอเห็นมุมปากขยับนิดเดียว

“อย่างน้อยวันนี้อาชีพของผมก็มีประโยชน์กว่าหน้าตา” มิลินหันกลับมามองเขา ประโยคนั้นทำให้ภาพบางอย่างจากคืนเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาโดยไม่ทันตั้งตัว

ตอนนั้นเขาไม่ได้สวมเสื้อกาวน์ และเธอก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นหมอ ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อจริงๆ ของเขา เธอรู้เพียงว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดูดีเกินกว่าจะต้องใช้แอปหาคู่ มิลินเก็บความคิดนั้นไว้ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ

“ฉันนึกว่าคุณใช้หน้าตาเก่งกว่าอาชีพซะอีกค่ะ” ยศธรชะงักไปครู่หนึ่ง

คราวนี้เธอเห็นชัดว่าเขาเกือบยิ้ม แต่ชายหนุ่มก็ก้มลงเซ็นเอกสารเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ธนภพมองคนทั้งสองสลับกัน

“รู้จักกันเหรอ”

“ไม่รู้จักค่ะ” มิลินตอบ

“ไม่รู้แล้วไปพูดแบบนั้นได้ยังไงกัน” ยศธรเงยหน้าขึ้นมองเธอ แต่ไม่ได้แก้คำตอบนั้น

พยาบาลเข้ามารับตัวธนภพไปตรวจเพิ่มเติม มิลินกำลังจะเดินตาม แต่เสียงของยศธรหยุดเธอไว้

“คุณครับ” เธอหันกลับมา 

“มีอะไรเกี่ยวกับอาการของพ่อฉันอีกหรือเปล่าคะ”

“ไม่มี”

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวค่ะ”

“เช้าวันนั้นคุณหายไปไหน” คำถามตรงเกินไปจนมิลินเงียบไปครู่หนึ่ง ยศธรถอดแว่นวางลงบนโต๊ะ สายตาที่มองเธอไม่เหมือนตอนคุยกับคนไข้เมื่อครู่แล้ว

“ผมกลับมาที่ห้อง คุณก็ไม่อยู่”

“พูดเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจ”

“จะเอาดีเทลจริงดิ เล่าตรงนี้ได้เลยใช่ไหม” เขาพูดพลางเหลือบมองไปทางพ่อของเธอที่เพิ่งเดินออกไป

“คุณจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร เรื่องตั้งนานมาแล้ว จนฉันลืมหมดแล้ว” 

เสียงฝีเท้าวิ่งมาตามทางเดินด้านนอก ก่อนเสียงเด็กชายที่เธอคุ้นเคยจะดังขึ้น

“แม่ครับ คุณตาอยู่ไหน” มิลินหันไปทางประตู ยอร์นวิ่งเข้ามาหาและกอดเอวเธอไว้ ข้างหลังมีพิมพ์แขเดินตามมา

“แม่บอกแล้วใช่ไหมครับว่าในโรงพยาบาลห้ามวิ่ง”

“ยอร์นเป็นห่วงคุณตานี่ครับ” มิลินลูบศีรษะลูก ก่อนเงยหน้าขึ้น

ยศธรยังยืนอยู่ที่เดิม แต่สายตาของเขาไม่ได้มองเธออีกแล้ว เขากำลังมองเด็กชายในอ้อมแขนของเธอโดยไม่ขยับไปไหน

บทถัดไป