บทที่ 3 เด็กเป็นลูกผมหรือเปล่า

“แม่ไม่ชอบคุณลุงเหรอครับ” คำถามของยอร์นเมื่อสองวันก่อนยังอยู่ในความคิดของยศธร ตอนที่เขาเปิดประตูห้องตรวจเข้าไปแทนกุมารแพทย์เจ้าของนัด เด็กชายที่นั่งอยู่บนเตียงตรวจหันมาเห็นเขาก็ยิ้มกว้าง

“คุณลุงมาแล้ว!” มิลินหันมองตาม สีหน้าของเธอไม่ได้ยินดีเหมือนลูก

“เจ้าของเครือโรงพยาบาลว่างจนต้องมาดูแลเด็กตรวจสุขภาพทั่วไปเลยเหรอคะ”

“หมอเจ้าของนัดติดเคสฉุกเฉินครับ”

“โรงพยาบาลนี้ไม่มีกุมารแพทย์คนอื่นแล้วหรือไง” 

มี และยศธรสามารถโทรเรียกใครสักคนขึ้นมาดูแทนได้โดยไม่ต้องเดินออกจากห้องทำงานด้วยซ้ำ แต่เขาจำได้ว่าวันนี้ยอร์นมีนัด

“เด็กเป็นคนชวน ผมไม่ชอบผิดนัด” มิลินมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

“ฉันจำได้ว่าคุณยังไม่ได้รับปาก”

“ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ” ยศธรเดินไปล้างมือ ก่อนหยิบแฟ้มประวัติขึ้นมาเปิด ยอร์นขยับลงจากเตียงตรวจแล้วเดินเข้ามาหา

“วันนี้คุณลุงเอารูปเครื่องช่วยหัวใจมาให้ยอร์นดูหรือเปล่าครับ”

“เอามาครับ แต่ต้องตรวจก่อน”

“ถ้ายอร์นตรวจเสร็จจะได้ดูใช่ไหม”

“ถ้าให้ความร่วมมือ” เด็กชายพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ยศธรเลื่อนเก้าอี้ให้ยอร์นนั่งใกล้โต๊ะ ก่อนเริ่มถามคำถามตามข้อมูลในแฟ้ม

“ช่วงนี้ไม่สบายบ้างไหมครับ”

“ไม่มีครับ ยอร์นแข็งแรง”

“กินผักหรือเปล่า”

“กินครับ” มิลินยืนกอดอกอยู่ข้างหลังลูก

“ยกเว้นแครอตค่ะ”

“แครอตไม่อร่อยนี่ครับ” ยศธรเงยหน้าจากแฟ้ม 

“ลุงก็ไม่กิน”

“จริงเหรอครับ”

“จริง” ยอร์นยิ้มจนเกิดรอยบุ๋มข้างแก้ม ยศธรมองรอยนั้นนานกว่าปกติ ก่อนยกมือแตะแก้มตัวเองโดยไม่รู้ตัว เขามีรอยบุ๋มตรงตำแหน่งเดียวกัน

“ถ้าอย่างนั้นยอร์นไม่กินแครอตก็ได้ใช่ไหมครับ”

“ไม่ได้” มิลินกับยศธรตอบพร้อมกัน เด็กชายมองทั้งคู่สลับกัน

ยศธรวางปากกาลง 

“ไม่ชอบก็ต้องกินอย่างอื่นทดแทนครับ”

“เห็นไหมคะ คุณลุงยังบอกให้กินเลย”

“แต่คุณลุงก็ไม่กิน”

“เพราะลุงเลือกกินผักอย่างอื่น” ยอร์นยกนิ้วขึ้นมาเคาะโต๊ะขณะคิดว่าจะใช้เหตุผลอะไรเถียงต่อ ยศธรมองนิ้วเล็กที่เคาะเป็นจังหวะ แบบเดียวกับที่เขาชอบทำเวลาใช้ความคิด

หากมีเพียงใบหน้าคล้ายกันอาจเป็นเรื่องบังเอิญ ชื่อที่ออกเสียงใกล้กันก็อาจเป็นเรื่องบังเอิญอย่างที่มิลินบอก

แต่เมื่อรวมอายุของเด็กเข้ากับท่าทางหลายอย่างที่เขาคุ้นตาจากตัวเอง ความบังเอิญเริ่มมีมากเกินไป ยศธรก้มดูข้อมูลในแฟ้มอีกครั้ง

“มีประวัติแพ้ยาหรือแพ้อาหารไหมครับ”

“ไม่มีค่ะ” มิลินตอบ

“เคยเข้าโรงพยาบาลหรือผ่าตัดหรือเปล่า”

“ไม่เคยค่ะ”

“คนในครอบครัวมีโรคประจำตัวอะไรบ้างครับ”

“คุณพ่อฉันมีปัญหาเรื่องหัวใจ ส่วนคุณแม่ไม่มีโรคประจำตัวค่ะ ฝั่งฉันมีเบาหวานกับความดันบ้าง แต่เป็นญาติผู้ใหญ่” ยศธรจดข้อมูลลงไป ก่อนถามคำถามที่ต้องการรู้มากกว่าเรื่องอื่น

“แล้วพ่อของยอร์นล่ะครับ” ปลายนิ้วของมิลินที่วางอยู่บนไหล่ลูกหยุดนิ่ง

“ไม่ทราบค่ะ”

“ไม่มีโรคประจำตัว?”

“ฉันไม่ทราบ”

“ไม่เคยติดต่อกันเลยเหรอครับ” มิลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

“คุณหมอจำเป็นต้องถามถึงขนาดนี้ด้วยเหรอคะ”

“ถ้าเกี่ยวกับสุขภาพเด็ก มันก็จำเป็นนะครับ”

มิลินถอนหายใจพลางจ้องหน้าเขา ยศธรไม่ได้หลบสายตา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงตั้งแต่เมื่อไรเขาไม่ทันสังเกต รู้เพียงว่ามิลินยืนอยู่ใกล้จนเขาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ แบบเดียวกับวันที่พบกันอีกครั้ง

“ไม่ทราบค่ะ” เธอตอบในที่สุด

“แม่ครับ” ทั้งคู่หันไปมองเด็กชายพร้อมกัน ยอร์นมองพวกเขาสลับไปมา ก่อนถามด้วยสีหน้าสงสัย

“ทำไมคุณลุงกับแม่พูดเหมือนทะเลาะกัน แต่ยืนใกล้กันตลอดเลยครับ” มิลินถอยออกจากเขาแทบจะพร้อมกับที่เด็กพูดจบ ยศธรหลุดหัวเราะออกมา ยอร์นจึงยิ้มตามทั้งที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิด

“ไม่มีใครทะเลาะกันค่ะ” มิลินตอบ

“แต่แม่ทำหน้าเหมือนตอนที่ยอร์นไม่ยอมเก็บของเล่น”

“แม่ทำหน้าปกติ”

“ถ้าอย่างนั้นแม่คงไม่ชอบหน้าลุงจริงๆ ครับ” คราวนี้ยศธรหัวเราะชัดกว่าเดิม มิลินหันมามองเขาอย่างไม่พอใจ

“ตรวจต่อได้หรือยังคะคุณหมอ”

“ได้ครับ คุณแม่” น้ำเสียงที่เขาใช้ทำให้เธอเม้มปาก แต่เลือกไม่ต่อความต่อหน้าลูก

ยศธรพายอร์นกลับไปนั่งบนเตียงตรวจ เด็กชายให้ความร่วมมือดีในช่วงแรก ทว่าพอถูกขอให้อยู่นิ่งเพื่อฟังเสียงหัวใจ กลับขยับตัวตามความสนใจของตัวเองไม่หยุด

“ยอร์นครับ อยู่นิ่งๆ ก่อน” มิลินก้มลงจับชายเสื้อของลูกเพื่อเลิกขึ้น

ยศธรเอื้อมมือไปในจังหวะเดียวกัน ปลายนิ้วของทั้งคู่แตะกัน มิลินชักมือกลับ แต่เขาเห็นรอยถลอกบริเวณข้อมือจึงจับไว้ก่อน

“ไปโดนอะไรมา” เธอก้มมองมือที่เขาจับอยู่

“อุบัติเหตุจากการทำงาน”

“แผลเกิดเมื่อไร”

“เมื่อวาน”

“ทำไมไม่ปิดแผล”

“มันไม่ได้เป็นอะไรมาก และไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องสนใจด้วย” ยศธรปล่อยข้อมือเธอ แต่สายตายังอยู่ที่รอยถลอกนั้น

“แม่ชอบทำงานแล้วไม่ระวังครับ” ยอร์นรีบฟ้อง 

“เมื่อวานก็ตัดลวดจนโดนมือ ยอร์นบอกให้ใส่ยา แม่ก็ไม่ยอมใส่”

“แม่ใส่แล้วค่ะ”

“ใส่ตอนยอร์นบอก บอกตั้งหลายรอบ” เด็กชายหันมาทางยศธร

“คุณลุงช่วยดุแม่อีกคนได้ไหมครับ แม่ทำงานเยอะแล้วไม่ค่อยดูแลตัวเอง”

“อย่าดีกว่าครับ แม่ของยอร์นดูจะไม่ค่อยฟังใคร” มิลินหันมามองเขา

“คุณเคยมีโอกาสพูดกับฉันกี่ครั้งกันคะ”

“ครั้งเดียวก็พอรู้แล้ว” เธอนิ่งไป

ยศธรเองก็ไม่ได้พูดต่อ คำว่าครั้งเดียวทำให้เขานึกถึงรายละเอียดมากเกินกว่าจะนำมาพูดในห้องตรวจ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของคำถามตัวจริงยังนั่งมองพวกเขาด้วยความสนใจ

เขาจึงหันกลับไปตรวจยอร์นต่อจนเสร็จ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปเครื่องหัวใจและปอดเทียมให้เด็กดูตามที่รับปาก

ยอร์นถามต่ออีกหลายคำถาม กระทั่งพยาบาลเข้ามาแจ้งว่าธนภพกำลังรอหลานอยู่ที่ห้องพัก

“ยอร์นไปหาคุณตากับพี่พยาบาลได้ไหมครับแม่” มิลินมองตามทางเดิน ก่อนพยักหน้าเมื่อรู้ว่าห้องพักอยู่ในชั้นเดียวกัน

“เดินดีๆ ห้ามวิ่งนะครับ”

“ครับ” เด็กชายรับคำแล้วเดินออกไปกับพยาบาล ประตูห้องตรวจปิดลง เหลือเพียงเขากับมิลิน ยศธรวางแฟ้มลงบนโต๊ะ

“ตกลงว่าไม่มีข้อมูลพ่อของยอร์นเลยเหรอ” มิลินไม่ตอบ

ยศธรไม่คิดจะอ้อมค้อมอีก เขาเก็บคำถามนี้มาตั้งแต่วันที่เห็นเด็กวิ่งเข้ามากอดเธอ และตลอดสองวันที่ผ่านมา สิ่งที่สังเกตเห็นมีแต่ทำให้คำตอบชัดขึ้น

“เด็กเป็นลูกผมหรือเปล่า”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป