บทที่ 4 ไม่ยอมรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

“เด็กเป็นลูกผมหรือเปล่า” มิลินมองยศธรโดยไม่ตอบ

คำถามของเขาไม่ได้ทำให้เธอตกใจ เพราะตั้งแต่วินาทีที่เห็นเขามองยอร์นในวันแรก เธอก็รู้ว่าเรื่องนี้คงถูกถามเข้าสักวัน เพียงไม่คิดว่าเขาจะใช้เวลาแค่สองวัน

“ทำไมคุณถึงคิดว่ายอร์นเป็นลูกของคุณคะ”

“อายุของเด็กตรงกับช่วงเวลาที่เราเจอกัน”

“เรานัดเจอกันแบบไหน คุณน่าจะไม่ลืมนะคะ”

“ชื่อก็คล้ายผม”

“ตอนนั้นฉันไม่รู้ชื่อคุณ”

“หน้าตาก็เหมือน” มิลินเกือบหัวเราะ แต่สีหน้าของคนตรงหน้าไม่ได้บอกว่าเขากำลังพูดเล่น

“เด็กคนหนึ่งหน้าคล้ายผู้ชายได้หลายคน ถ้าคุณมองเด็กทุกคนที่มีรอยบุ๋มแล้วคิดว่าเป็นลูกตัวเอง คุณคงมีลูกอยู่ทั่วโรงพยาบาล”

“แต่ผมมั่นใจว่าใช่”

“คุณกำลังใช้เรื่องบังเอิญไม่กี่อย่างมาตั้งคำถามกับฉัน”

“ถ้ามีแค่อย่างเดียว ผมคงไม่ถาม” ยศธรยังยืนอยู่ข้างโต๊ะตรวจ สายตาของเขาไม่ละไปจากใบหน้าเธอ มิลินรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปด้วยคำตอบเลี่ยงๆ

“คุณกำลังถามเรื่องส่วนตัวของญาติคนไข้ในเวลางานนะคะ”

“ตอนนี้ผมไม่ได้ถามในฐานะหมอ”

“แต่เราอยู่ในห้องตรวจของคุณ”

“ถ้าอย่างนั้นออกไปคุยที่อื่นก็ได้”

“ฉันไม่มีอะไรจะคุย” มิลินหยิบกระเป๋าขึ้นมาถือ ตั้งใจจะออกไปตามลูก แต่ยศธรก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้า

“คุณไม่อยากตอบ หรือไม่กล้าตอบ” เธอเงยหน้ามองเขา

“ฉันไม่มีอะไรต้องกลัว”

“ถ้าอย่างนั้นตอบผม”

“ฉันไม่ชอบวิธีที่คุณถาม มันเหมือนกำลังสอบสวน”

“แล้วคุณอยากให้ถามแบบไหน”

“อย่างน้อยก็ไม่ใช่การยืนขวางทาง เหมือนคุกคามกันแบบนี้” ยศธรมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขยับออกจากหน้าประตู เปิดทางให้ตามที่เธอบอก

“ผมหลบแล้ว”

“ขอบคุณค่ะ”

“ผมต้องการคำตอบ” มิลินหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตู

“คุณนี่น่ารำคาญกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะคะ”

“นี่เรื่องซีเรียสนะคุณ”

“ซีเรียสตรงไหน”

“ยังต้องถามอีกเหรอ” มิลินถอนหายใจอย่างเหลืออด เธอไม่ควรพลาดพาพ่อมาที่นี่เลย

“ถ้ายอร์นเป็นลูกผม ผมมีสิทธิ์รู้”

“ถ้าใช่คุณก็ไม่มีสิทธิ จิ้มฉันแค่ครั้งเดียวมั่นหน้าอะไรนักหนา”

“แน่ใจเหรอว่าครั้งเดียว” มิลินชะงัก เธออยากจะกรี๊ดใส่เขาให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้

“ถ้าวันนั้นฉันไม่ได้พาพ่อมารักษาที่นี่ ถ้าเราไม่ได้กลับมาเจอกัน คุณเคยคิดจะตามหาผู้หญิงจากคืนนั้นหรือเปล่า”

“ไม่เคย” เขาตอบโดยไม่พยายามหาคำพูดที่ฟังดีกว่านั้น

“ผมเข้าใจว่าเราต้องการเหมือนกัน หลังจากคืนนั้นก็จบ”

“คุณก็เข้าใจถูกอยู่แล้วนี่” คำตอบของเขาไม่ได้ทำให้มิลินเสียใจ เพราะเช้าวันที่เธอออกจากห้อง เธอก็ไม่ได้คาดหวังให้เขาตามหา ทั้งคู่พบกันผ่านแอปโดยไม่ใช้ชื่อจริง ไม่แลกเบอร์โทรศัพท์ และตกลงตั้งแต่แรกว่าจะไม่มีครั้งต่อไป คนที่เลือกเดินออกมาก่อนก็คือเธอเอง

“หลังจากนั้นไม่นาน ฉันรู้ว่าตัวเองท้อง” มิลินพูด 

“ฉันตั้งใจเก็บลูกไว้ เพราะฉันต้องการลูก และไม่ได้ต้องการพ่อของลูก ฉันม่เคยรอให้คุณกลับมารับผิดชอบ” ยศธรมองเธอนิ่งกว่าเดิม

“คุณรู้ว่าตัวเองท้อง แต่ไม่คิดจะบอกผม”

“ฉันไม่รู้ชื่อจริงของคุณด้วยซ้ำ”

“คุณติดต่อผ่านแอปได้”

“ฉันเป็นคนบล็อกคุณเอง คุณก็รู้อยู่แล้ว”

“เพราะอะไร”

“เพราะเรื่องของเราควรจบตั้งแต่เช้าวันนั้น”

“แม้จะมีเด็กเกิดขึ้นมาหลังจากนั้น?”

“การมีลูกไม่ได้ทำให้ข้อตกลงของเราต้องเปลี่ยน ฉันเป็นคนเลือกเก็บเขาไว้ ก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองเลือก” ยศธรขยับเข้ามาใกล้อีกก้าว

“ผมจะถามอีกครั้ง ยอร์นเป็นลูกผมหรือเปล่า” มิลินสบตาเขา คราวนี้เธอไม่ได้คิดจะเลี่ยงคำตอบอีก

“ฉันบอกได้แค่ว่ามีความเป็นไปได้ ถ้าคุณต้องการความแน่ใจ เราตรวจ DNA ได้” คิ้วของชายหนุ่มขยับขึ้นนิดหนึ่ง

“คิดว่าผมไม่กล้าเหรอ”

“มันไม่ต้องใช้ความกล้าอะไรเลย ยอร์นไม่เคยเป็นความลับที่ฉันต้องอับอาย เขาเป็นลูกของฉันและทุกคนในครอบครัวรู้เรื่องนี้ เพียงแต่ฉันไม่เคยมีเหตุผลต้องไปประกาศให้คนแปลกหน้ารู้” สีหน้าของยศธรเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำสุดท้าย

“คนแปลกหน้า?”

“ใช่” เขาเดินเข้ามาจนเหลือระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว

“หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา คุณยังเรียกผมว่าคนแปลกหน้าได้จริงเหรอ”

“คุณจำฉันได้เพราะเรานอนด้วยกันคืนเดียว ไม่ได้แปลว่าเรารู้จักกัน จนถึงตอนนี้คุณเองก็ยังไม่รู้จักชื่อฉันด้วยซ้ำ ถ้าไม่อ่านเอาจากประวัติลูกของฉัน”

“อย่างน้อยผมก็จำคุณได้”

“การจำร่างกายใครได้ไม่เรียกว่ารู้จัก” สายตาของเขาหยุดอยู่บนใบหน้าเธอ ก่อนเลื่อนลงมาเพียงครู่เดียวเหมือนจงใจย้ำว่าเขาจำได้มากแค่ไหน มิลินไม่ยอมเป็นฝ่ายหลบ แม้ระยะห่างระหว่างพวกเขาจะทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง

“แม่ครับ” เสียงของยอร์นดังมาจากทางเดินด้านนอก

มิลินขยับออกจากยศธรแล้วเปิดประตู เด็กชายกำลังเดินมากับพยาบาลโดยมีของเล่นชิ้นเล็กอยู่ในมือ

“คุณตาให้ยอร์นมาครับ”

“ทำไมกลับมาเร็วจังคะ”

“คุณตาจะนอน ยอร์นเลยไม่กวน” ยศธรเดินตามออกมาจากห้องตรวจ ก่อนหันมาทางมิลิน

“ผมจะให้เจ้าหน้าที่เตรียมเรื่องตรวจ DNA แต่จะไม่ดำเนินการอะไรจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากคุณ”

“แจ้งรายละเอียดมาก่อนค่ะ ฉันจะอ่านเอง”

“ได้” เขามองเด็กชายที่กำลังสนใจของเล่นในมือ แล้วกลับมาสบตาเธออีกครั้ง

“ถ้าผลออกมาว่ายอร์นเป็นลูกผม เราสองคนคงต้องเริ่มรู้จักกันจริงๆ ผมต้องการสถานะพ่อ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป