บทที่ 5 ลุงหมอขอจีบ
“พี่มิลินคะ มีคนมาขอพบค่ะ” มิลินเงยหน้าจากแหวนที่กำลังตรวจ ก่อนมองนาฬิกาบนผนัง วันนี้เธอไม่มีนัดลูกค้าหรือคุยงานกับใครในช่วงบ่าย
“เขาแจ้งชื่อไว้ไหม”
“บอกว่าชื่อยศธรค่ะ” มือที่ถือแหวนอยู่หยุดนิ่ง
เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่มิลินไม่ได้ไปโรงพยาบาลอีก หลังออกจากห้องตรวจในวันนั้น เธอให้พิมพ์แขเป็นคนพาธนภพไปตามนัดทุกครั้ง โดยอ้างว่าต้องดูแลร้านและเตรียมงานส่งลูกค้า
เหตุผลนั้นไม่ได้เป็นเรื่องโกหก เพียงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เธอไม่ต้องการพบยศธร และไม่พร้อมให้คำตอบเรื่องการตรวจ DNA ตามที่เขาขอ
“ให้เขารออยู่ข้างนอกก่อนค่ะ” มิลินวางแหวนลงในกล่อง ก่อนถอดแว่นขยายและเดินออกจากห้องทำงาน
ยศธรยืนอยู่หน้าตู้แสดงเครื่องประดับ เขาไม่ได้สวมเสื้อกาวน์ มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงทำงานธรรมดา แต่ยังดูไม่เข้ากับร้านของเธออยู่ดี ชายหนุ่มหันมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า
“ร้านสวยดีนะครับ”
“คุณมาทำไมคะ”
“ผมนึกว่าอย่างน้อยคุณจะทักทายก่อน”
“เราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นที่คุณจะมาหาฉันโดยไม่ได้นัด”
“ถ้ารอให้คุณนัด ผมคงไม่ได้มา” มิลินกอดอกมองเขา
“คุณมีธุระอะไร”
“มาทวงเรื่องตรวจ DNA ไง” คำตอบของเขาทำให้เธอมองไปทางพนักงานที่กำลังจัดของอยู่หลังเคาน์เตอร์ ก่อนลดเสียงลง
“เข้าไปคุยข้างใน” ยศธรเดินตามเธอเข้ามาในห้องทำงาน มิลินปิดประตูทันทีที่เขาเข้ามา ก่อนหันกลับไปถาม
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”
“พ่อกับแม่คุณเป็นคนเล่าให้ฟัง”
“พ่อนี่จริงๆ เลย” เธอรู้ดีว่าเขาไม่โกหกแน่ พ่อแม่ของเธอน่ะอยากให้เธอมีคนดูแลจะแย่ ติดก็ตรงที่เธอเป็นแม่หม้ายลูกติด ทำให้ไม่มีใครมาสนใจ
“เก่งนะ มาถูกด้วย”
“จะไม่ถูกได้ยังไง บอกทั้งชื่อร้าน ที่อยู่ แล้วก็เวลาที่คุณมาทำงาน” มิลินหลับตาลงชั่วครู่ พิมพ์แขไม่ได้เพียงตอบคำถาม แต่แทบจะบอกตารางชีวิตของลูกสาวให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักไปทั้งหมด
“คุณได้บอกพ่อแม่ฉันหรือเปล่า”
“บอกเรื่องอะไรล่ะ” สีหน้าของยศธรยังนิ่ง แต่แววตาของเขาบอกชัดว่ารู้ว่าเธอกำลังถามเรื่องอะไร
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้”
“คุณต้องบอกก่อนว่าหมายถึงเรื่องไหน เรื่องที่เราเคยนอนด้วยกัน หรือเรื่องที่ยอร์นอาจเป็นลูกผม”
“คุณ!!!” เธอเรียกเขาอย่างเหลืออด รอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มหายไปเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้กำลังเล่นด้วย
“ผมไม่ได้บอกหรอก”
“แน่ใจนะ”
“ถ้าผมพูดผมก็เสียหายนะคุณ” มิลินมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ความตึงที่อยู่ในอกจึงค่อยคลายลง
“ถ้าไม่ได้บอก แล้วคุณใช้เหตุผลอะไรถึงถามหาฉัน”
“พ่อแม่คุณเล่าให้ฟัง ว่าคุณยังโสด อยากให้ผมจีบ” มิลินเบิกตากว้าง เธอได้แต่ภาวนาว่าเขาแค่ล้อเธอเล่น
“อันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะ”
“คงไม่ได้บ้าจี้ตามพ่อกับแม่ฉันหรอกนะ”
“คุณแม่คุณถามว่าผมมีแฟนหรือยัง” มิลินมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“แม่ถามคุณแบบนั้นจริงๆ เหรอ”
“จริงสิ พอผมบอกว่ายังไม่มี ท่านก็ถามต่อว่าผมคิดจะแต่งงานหรือเปล่า”
“แล้วคุณตอบว่าอะไร”
“ตอบว่ายังไม่เคยคิด”
“ถ้าอย่างนั้นแม่คงไม่บอกให้คุณมาที่นี่”
“ท่านบอกว่าคนไม่เคยคิด ไม่ได้แปลว่าจะคิดไม่ได้นี่” มิลินยกมือแตะหน้าผาก เธอรู้ดีว่าพ่อแม่ยังไม่เลิกคิดเรื่องหาสามีให้ลูกสาว เพียงไม่คิดว่าจะเปิดทางให้ผู้ชายที่เพิ่งพบกันไม่กี่ครั้งขนาดนี้
“คุณแม่คุณยังบอกด้วยว่าคุณทำงานอยู่ที่ร้านเกือบทุกวัน ถ้าผมมีเรื่องอยากคุยก็ควรมาคุยเอง”
“แม่ฉันคงอยากให้คุณจีบฉันมากเลยสินะ”
“ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นนะ ช่วยไม่ได้โปรโฟล์ผมมันดี”
“ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ”
“หรือไม่จริง ตอนนั้นคุณยังพูดเลยว่า ยอมนัดเจอกับผมเพราะผมโปรไฟล์ดี” คำตอบของเขาทำให้มิลินชะงัก ก่อนมองคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ
“เรื่องพูดเรื่องนี้สักทีได้ไหม”
“งั้นจะคุยเรื่องไหน”
“คุยเรื่อง DNA ให้จบแล้วกลับไปได้เลย”
“คุณยอมตรวจแล้ว?”
“ก็อยากตรวจนักไม่ใช่เหรอ แต่ขอฉันคิดทบทวนก่อนนะ”
“ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว คุณยังต้องคิดอีกนานแค่ไหน”
“เรื่องนี้เกี่ยวกับชีวิตลูกฉัน ฉันมีสิทธิ์ใช้เวลา”
“ผมให้เวลาคุณแล้ว แต่คุณใช้เวลาทั้งหมดไปกับการหลบหน้า”
“เพราะฉันยังไม่รู้ว่าถ้าผลออกมาตรงกับที่คุณคิด คุณจะทำอะไรต่อ” ยศธรเงียบไปครู่หนึ่ง
“ผมเองก็ยังตอบไม่ได้ จนกว่าจะรู้ว่าผลเป็นอย่างไร”
“เพราะแบบนี้ฉันถึงยังไม่อยากตรวจ”
“หรือคุณกลัวว่าหลังตรวจแล้ว ผมจะแย่งลูกไปจากคุณ” มิลินสบตาเขา
“แล้วคุณจะทำแบบนั้นหรือเปล่าล่ะ”
“ผมจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”
“แล้วมาวุ่นวายกับฉันทำไม”
“ผมอยากขอแค่สิทธิได้ดูแลเขา ในฐานะลุงที่เป็นเพื่อนของคุณก็ได้ ถ้าคุณไม่อยากให้สถานะพ่อกับผม” มิลินนิ่งไป เธอไม่คิดว่าอยู่ๆ เขาก็จะมาไม้นี้ เธอตั้งรับไม่ถูกเมื่อเขาใช้ความใจเย็นและมีเหตุผลกับเธอ
มิลินยังไม่ทันตอบ เสียงประตูร้านด้านนอกก็เปิดขึ้น ตามด้วยเสียงของยอร์นที่ดังเข้ามาถึงในห้อง
“แม่ครับ!” เด็กชายเปิดประตูเข้ามาพร้อมพิมพ์แข เมื่อเห็นยศธรยืนอยู่หน้าโต๊ะของแม่ก็รีบเดินเข้ามาแทรกตรงกลาง
“คุณลุงมาทำอะไรที่ร้านแม่ครับ” ยศธรมองมิลินก่อนตอบ
“ลุงมาคุยธุระกับแม่ของยอร์นครับ” ยอร์นจับมือแม่ไว้ทันที
“ธุระอะไรครับแม่ แม่ไม่สบายเหรอ ลุงหมอถึงมาหาถึงที่นี่”
“เปล่าหรอก...ลุงหมอเขามาหาแม่ตามประสาเพื่อนน่ะ”
