บทที่ 8 ต้องได้เถียงกันทุกที
“พ่อบอกแล้วว่าเลื่อนไปอาทิตย์หน้าก็ได้” ธนภพพูดขึ้นทันทีที่มิลินเลี้ยวรถเข้าโรงพยาบาล
“คนที่บอกว่าถ้าเลื่อนวันนี้จะไม่มาตรวจอีก ไม่มีสิทธิ์พูดค่ะ”
“พ่อมีงาน”
“หนูก็มีค่ะ แต่ต้องปิดร้านครึ่งวันเพื่อพาพ่อมาเนี่ย” ธนภพเปิดประตูลงจากรถ มิลินรีบเดินไปประคอง แต่เขาปัดมือออก บอกว่ายังเดินเองได้
มิลินรู้ว่าพ่อจงใจไม่ยอมเปลี่ยนนัดเพื่อบังคับให้เธอมาที่นี่ แต่ไม่มีเวลายืนเถียงกันกลางลานจอดรถ
“หนูพามาได้ แต่พ่อห้ามพูดเรื่องจับคู่หนูกับหมอ แล้วก็ห้ามพูดเรื่องที่เขาไปหาหนูที่ร้านนะคะ” ธนภพกระแอมแล้วเดินนำเข้าอาคาร ทำเหมือนไม่ได้ยินคำเตือน
เมื่อถึงห้องตรวจ ยศธรกำลังเปิดผลตรวจบนหน้าจอ เขาเงยหน้ามองธนภพก่อน สายตาจึงเลื่อนมาหยุดที่มิลิน
“วันนี้เปลี่ยนคนพามาเหรอครับ”
“แม่เขาติดธุระครับหมอ ลูกสาวผมเลยยอมว่างสักวัน”
“พ่อคะ”
“ก็พูดเรื่องจริง” ยศธรขยับเก้าอี้ให้คนไข้นั่ง
“ช่วงนี้ยังแน่นหน้าอกอยู่ไหมครับ”
“ไม่มีแล้วครับ ผมว่าหายดีแล้ว”
“เมื่อสามวันก่อนยังบ่นตอนขึ้นบันไดอยู่เลย” มิลินแทรก ธนภพหันมามองเธอ
“พ่อแค่เดินเร็วไปหน่อยเท่านั้นเอง เรากับแม่ก็กระโตกกระตาก หาว่าพ่ออาการแย่กันไปได้”
“วันนี้หายแล้วก็พูดได้สิคะ ตอนเป็นขึ้นมาน่ากลัวแค่ไหน ตัวพ่อเองรู้ดีที่สุด” ยศธรส่ายหน้าอย่างเอ็นดู ก่อนจะถามเรื่องยาและกิจกรรมในแต่ละวัน ธนภพตอบราวกับทำตามคำสั่งทุกอย่าง จนมิลินต้องบอกว่าเขาแอบเข้าไปบริษัท และสนามกอล์ฟ
“พ่อไปเจอเพื่อน ไม่ได้ไปเล่น”
“แต่กลับมาตัวเปียกเหงื่อค่ะ” ยศธรเลื่อนผลตรวจบนหน้าจอ ก่อนหันกลับมาทางคนไข้
“ผลยังไม่ถึงกับน่ากังวลมาก แต่ก็ไม่ได้ดีพอให้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมครับ ช่วงนี้ต้องลดงาน และงดสนามกอล์ฟก่อน”
“จะให้ผมนั่งอยู่บ้านทั้งวันคงไม่ไหวหรอกครับหมอ ผมทำงานมาตั้งแต่อายุยี่สิบ ถ้าให้นั่งเฉยๆ คงป่วยหนักกว่าเดิม”
“เห็นไหมคะ ขนาดหมอพูดยังเถียง”
“แกชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่”
“ถ้าหนูไม่ทำเรื่องใหญ่ วันแรกพ่อก็ไม่ยอมมาตรวจหรอกค่ะ”
“พอครับ” ยศธรพูดแทรก แล้วหันไปถามธนภพ
“งานส่วนไหนที่คุณธนภพต้องทำเอง คนอื่นทำแทนไม่ได้บ้างครับ” ธนภพเริ่มอธิบายเรื่องประชุมกับลูกค้าและการตรวจเอกสาร ยศธรฟังจนจบโดยไม่ขัด
“ถ้าเข้าไปเฉพาะวันที่มีประชุม แล้วเอาเอกสารกลับมาดูที่บ้านได้ไหมครับ”
“ได้อยู่ครับ แต่บางครั้งผมก็ต้องเข้าไปดูคนทำงาน”
“งั้นเข้าไปครึ่งวัน สัปดาห์ละสองครั้ง ส่วนวันอื่นแนะนำให้ทำจากบ้านก่อนครับ” ธนภพนิ่งคิด มิลินกำลังจะแทรก แต่ยศธรยกมือห้ามไว้
“ถ้าผลครั้งหน้าดีขึ้น ค่อยมาคุยกันว่าจะเพิ่มเวลาได้แค่ไหน”
“แล้วสนามกอล์ฟล่ะครับ”
“ตอนนี้งดก่อนครับ”
“ไปนั่งคุยกับเพื่อนได้ไหม”
“ได้ครับ ถ้าไม่แอบถือไม้ลงสนาม” ธนภพหัวเราะ ก่อนยอมพยักหน้า
“ตกลงครับ เข้าออฟฟิศครึ่งวัน สัปดาห์ละสองครั้ง”
มิลินมองพ่ออย่างไม่อยากเชื่อ ตั้งแต่กลับบ้านไป เธอกับพิมพ์แขพูดเรื่องนี้กันแทบทุกวัน แต่ไม่มีใครทำให้เขายอมลดงานได้จริง พยาบาลเข้ามารับธนภพไปตรวจเพิ่มเติม มิลินกำลังจะเดินตาม แต่ยศธรเรียกไว้ก่อน
“คุณจะตามเข้าไปทุกห้องเลยหรือไง”
“เผื่อพ่อโกหกอะไรอีก”
“พยาบาลรู้ว่าต้องถามอะไรน่า” มิลินมองตามจนประตูปิด แล้วจึงหันกลับมา
“คุณพูดยังไงให้พ่อยอม”
“พูดปกติ”
“ฉันก็พูดปกติ”
“คุณเรียกการยืนสั่งว่าพูดปกติเหรอ”
“แล้วจะให้ทำยังไง พ่อไม่เคยฟังฉัน” ยศธรเอนหลังพิงเก้าอี้
“เพราะคุณตัดสินใจแทนเขาหมดไง คนถูกสั่งให้หยุดทุกอย่างก็ต้องต่อต้านเป็นธรรมดา”
“แต่สิ่งที่ฉันเลือกให้มันดีกับพ่อ”
“ต่อให้ดี ถ้าไม่เหลืออะไรให้เลือก เขาก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ใช่ของตัวเองอยู่ดี” มิลินชะงักไป เธอเคยได้ยินเหตุผลคล้ายกันจากปากตัวเองหลายครั้ง ตอนพ่อแม่พยายามเลือกคนที่เหมาะสมและกำหนดว่าชีวิตของเธอควรเป็นอย่างไร
“ตั้งใจพูดเหน็บฉันเรื่องยอร์นหรือเปล่า”
“คุณคิดเองนะ ผมยังไม่ได้พูดถึงลูกเลย”
“แต่คิดอยู่ใช่ไหม”
“รู้ใจจริงๆ”
“นี่คุณ!!!”
“ผมรู้ว่าถ้ายิ่งบังคับ คุณยิ่งไม่ยอม เพราะงั้นเรื่องตรวจผมจะรอให้คุณเลือกวันเอง”
“ทำเป็นเข้าใจคนอื่นดีจัง”
“อย่างน้อยก็เข้าใจคุณมากขึ้นกว่าเดิมก็แล้วกัน”
“อ๋อเหรอ งั้นก็ดี ฉันก็ไม่ชอบพวกพูดไม่รู้เรื่อง”
“ยอร์นดื้อเหมือนคุณหรือเปล่าเนี่ย...” ประตูห้องเปิดออก ธนภพเดินกลับเข้ามาพร้อมพยาบาล เขาหยุดมองทั้งคู่สลับกัน
“คุยอะไรกันอยู่เหรอ ดูน่าสนุกนะ”
“เรื่องอาการของพ่อค่ะ” มิลินตอบทันที
“เหรอ สีหน้าดูเครียดๆ นะ” ยศธรรีบเปลี่ยนไปคุยเรื่องผลตรวจ ส่วนมิลินก็ยืนเงียบๆ ไม่แทรกอะไรอีก
“คุณธนภพพร้อมกลับได้แล้วครับ” ยศธรส่งเอกสารนัดครั้งต่อไปให้ คนป่วยรับมา ก่อนหันไปพูดกับลูกสาว
“เห็นไหม คุณหมอพูดรู้เรื่องกว่าแกเยอะ ไม่ได้เอาแต่สั่งให้พ่อหยุดทุกอย่าง”
“ถ้าหนูไม่ลากพ่อมาตั้งแต่วันแรก คุณหมอก็ไม่มีโอกาสพูดหรอกค่ะ”
“ดูสิหมอ เป็นลูกแท้ๆ เอาแต่สั่งๆๆ พ่อ”
“แต่ที่เธอพูดส่วนหนึ่งก็ถูกนะครับ คุณธนภพต้องพยายามเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นแรง แล้วก็ต้องมาตามนัดด้วย” ธนภพเงียบไป ก่อนพับเอกสารเก็บโดยไม่เถียงอีก
มิลินพาพ่อเดินออกจากห้องตรวจ เมื่อไปถึงประตู เธอหันกลับไปมองยศธรอีกครั้ง
เขาไม่ได้พยายามเอาชนะคนดื้ออย่างพ่อ เพียงเหลือทางเลือกไว้ให้จนอีกฝ่ายยอมเดินไปในทางที่ควรเดินเอง กับเธอเองเขาก็ใช้วิธีเดียวกัน
