บทที่ 9 ทำไมผู้ใหญ่ถึงไม่มีเวลาให้เด็ก

“เย็นนี้คุณหมอว่างไหมครับ” ธนภพถามขึ้นหลังเดินออกจากห้องตรวจมาได้ไม่ไกล ยศธรหยุดเดิน ส่วนมิลินหันไปมองพ่อทันที

“พ่อจะถามทำไมคะ”

“พ่อถามคุณหมอ ไม่ได้ถามแก”

“ถ้าพ่อจะชวนไปบ้าน หนูตอบแทนว่าไม่ว่างค่ะ”

“เขายังไม่ได้ตอบเลย” ยศธรมองสองพ่อลูกเถียงกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปตอบคนไข้

“วันนี้ผมไม่มีเคสต่อแล้วครับ”

“งั้นไปกินข้าวที่บ้านด้วยกันนะครับ ถือว่าผมขอบคุณที่คุณหมอช่วยดูแลมาตลอด”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณหมอคงมีธุระอย่างอื่น” มิลินรีบพูด

“เมื่อกี้เขาก็บอกว่าไม่มี” ธนภพหันกลับไปหายศธร

“ผมเชิญหมอไปกินข้าว ไม่ได้จะชวนไปจีบลูกสาว ไม่ต้องคิดนักขนาดนั้นก็ได้”

“พ่อ!” ยศธรหลุดหัวเราะ มิลินจึงหันมามองเขาแทน

“ขำอะไร”

“ยังไม่ได้ขำครับ”

“เสียงออกขนาดนั้นยังจะเถียงอีก” เขากำลังจะปฏิเสธเพราะเห็นชัดว่าเธอไม่อยากให้ไป แต่โทรศัพท์ของธนภพดังขึ้นเสียก่อน เสียงยอร์นดังออกมาทันทีที่คนเป็นตารับสาย

“คุณตาจะกลับหรือยังครับ ยอร์นหิวแล้ว”

“กำลังกลับครับ วันนี้คุณหมออาจไปกินข้าวด้วย”

“ลุงหมอเหรอครับ” เสียงเด็กชายดังขึ้นกว่าเดิม 

“ชวนมาสิครับ ยอร์นยังอ่านหนังสือไม่หมดเลย” ธนภพยื่นโทรศัพท์ไปทางลูกสาว

“หลานเชิญเองแล้วนะ” มิลินมองพ่อ ก่อนหันมาทางเขา

“กินเสร็จแล้วต้องกลับนะ แล้วห้ามพูดเรื่องตรวจต่อหน้ายอร์น”

“คุณชวนแขกแบบนี้เหรอ”

“ฉันยังไม่ได้ชวน คุณถูกพ่อกับลูกฉันชวนต่างหาก”

“งั้นผมไปครับ” มิลินเม้มปากก่อนเดินนำไปทางลิฟต์ ยศธรมองตามแล้วเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอโกรธที่เขาตอบรับ หรือโกรธที่ตัวเองปฏิเสธไม่ได้กันแน่

เมื่อมาถึงบ้าน ยอร์นวิ่งออกมารับถึงหน้าประตู หนังสือหัวใจอยู่ในมือ เด็กชายทักยศธรก่อนหันไปกอดคุณตา จนมิลินต้องเตือนว่าอย่ากอดแรง

“ลุงหมอนั่งข้างยอร์นนะครับ”

“แล้วแม่ล่ะคะ”

“แม่นั่งอีกข้างครับ” ยอร์นจัดที่นั่งให้เสร็จ ยศธรจึงได้นั่งระหว่างเด็กชายกับมิลิน อาหารผ่านไปไม่ถึงห้านาที ยอร์นก็เริ่มถาม

“ลุงหมออายุเท่าไรครับ”

“สามสิบห้าครับ” เด็กชายพยักหน้า ก่อนตักผักเข้าปากอย่างไม่เต็มใจ

“แล้วลุงหมออยู่กับใครครับ”

“อยู่คนเดียว”

“ไม่มีคุณตาคุณยายเหรอ”

“มีครับ แต่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน”

“แล้วไม่มีลูกเหรอครับ” ช้อนของธนภพหยุดอยู่กลางอากาศ พิมพ์แขก้มหน้าตักข้าว ส่วนมิลินรีบตักไก่ใส่จานลูกอีกชิ้น

“กินก่อนครับ เดี๋ยวอาหารเย็นหมด”

“ยอร์นกินอยู่” เด็กชายเคี้ยวจนหมดคำแล้วหันกลับมา 

“ทำไมลุงหมอไม่มีลูกครับ” ยศธรวางช้อนลง

“เมื่อก่อนลุงไม่อยากมีครับ”

“ทำไม”

“ลุงทำงานเยอะ แล้วก็ไม่เคยคิดว่าจะดูแลเด็กได้”

“แต่ลุงหมออ่านหนังสือให้ยอร์นได้นี่ครับ”

“อ่านหนังสือกับเลี้ยงเด็กทุกวันไม่เหมือนกันนะครับ” ยอร์นทำหน้าคิด ก่อนถามต่อ

“แล้วตอนนี้อยากมีหรือยัง” มิลินวางช้อนลง

“คำถามนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของลุงหมอครับ แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าถามคนอื่นเยอะๆ เหมือนที่ถามแม่กับคนที่บ้านเรา”

“ไม่เป็นไร” ยศธรบอก ก่อนมองเด็กชายที่กำลังรอคำตอบ

เขาไม่เคยเห็นตัวเองอยู่ในชีวิตที่ต้องกลับบ้านตรงเวลา หรือรับผิดชอบใครทุกวัน แต่ตลอดเดือนที่ผ่านมา เขากลับจำได้ว่ายอร์นไม่กินแครอต ชอบถามเรื่องหัวใจ และทำหน้าตาแบบไหนตอนตั้งใจฟัง

“ตอนนี้ลุงยังไม่รู้ครับ” เขาตอบตามตรง 

“แต่ถ้ามีจริงๆ ก็คงสนุกน่าดู” ยอร์นมองเขา ก่อนหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม

“มองว่าการมีลูกเป็นเรื่องสนุกเนี่ยนะ” มิลินพึมพำกับตัวเอง

“ถ้าเด็กคนนั้นชอบกินไก่ ลุงหมอจะซื้อให้ไหมครับ”

“ซื้อครับ”

“แล้วถ้าไม่ชอบแครอตล่ะ”

“ก็กินผักอย่างอื่นแทน”

“ดีครับ” เด็กชายพยักหน้าอย่างพอใจ มิลินหันมามองเขาแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไรอีก

หลังอาหาร ยอร์นลากยศธรไปนั่งบนพรม แล้วเปิดหนังสือหน้าที่ยังค้างไว้ เด็กชายถามถึงเครื่องมือในภาพและเวลาทำงานของหมอ

ยศธรตอบเท่าที่เด็กจะเข้าใจ โดยมีมิลินเก็บจานอยู่ในครัว เธอมองออกมาเป็นระยะ แต่ไม่ได้เรียกลูกกลับหรือบอกให้เขาหยุดถามเหมือนกับก่อนหน้านี้

“ถ้าลุงหมอมีลูก ลุงจะอ่านหนังสือให้ไหมครับ”

“ถ้าเขาอยากอ่านก็อ่านครับ”

“แล้วกลับบ้านดึกไหม”

“บางวันก็ดึก”

“เด็กจะหลับก่อนนะครับ” คำพูดนั้นทำให้ยศธรเงียบไป เขาไม่รู้ว่ายอร์นกำลังนึกถึงเด็กคนไหน หรือเพียงคิดจากเวลานอนของตัวเอง

“ถ้ามีจริงๆ ลุงคงต้องบอกเขาก่อนว่าจะกลับกี่โมงครับ”

“ห้ามโกหกนะ”

“ไม่โกหกครับ” ยอร์นก้มลงเปิดหนังสือหน้าต่อไปเหมือนคำตอบเพียงเท่านั้นก็พอแล้ว

เกือบสองทุ่ม ยศธรจึงลุกกลับตามเวลาที่มิลินกำหนด ยอร์นเดินมาส่งหน้าประตู ส่วนมิลินยืนกอดอกอยู่ข้างหลัง

“ครั้งหน้าลุงหมอมาอีกนะครับ”

“ต้องถามแม่ยอร์นก่อนน่ะสิ” เด็กชายหันไปหาเธอทันที

“ไว้ค่อยว่ากันนะ ลุงหมอเขาก็มีงานต้องทำ” ยศธรยิ้ม ก่อนยกมือลาสองแม่ลูกแล้วเดินออกมา เขาลงบันไดได้ไม่กี่ขั้นก็รู้ตัวว่าลืมโทรศัพท์ไว้ข้างหนังสือ จึงเดินกลับขึ้นไป

ประตูยังปิดไม่สนิท เสียงยอร์นดังออกมาจากด้านใน

“แม่ครับ ทำไมผู้ใหญ่ถึงไม่มีเวลาให้เด็ก แต่มีเวลาทำงาน”

“เพราะเป็นผู้ใหญ่ต้องทำงานน่ะสิ ถามมากจริงๆ เด็กคนนี้นี่”

ยศกรยืนฟังอยู่ครู่หนึ่ง เขาคิดย้อนไปถึงตัวเอง ตอนก่อนจะได้เจอกับเด็กคนนี้ เขาไม่เคยอยากมีเวลาว่างเลย ถ้าว่างก็อยากแต่จะหางานมาทำ ไม่เคยรู้เลยว่าการได้กินข้าวกับครอบครัว ทั้งที่ไม่ใช่ครอบครัวของเขาด้วยซ้ำ มันจะมีความสุขขนาดนี้

“นี่! นึกว่าไปแล้วซะอีก”

“อ๋อ ลืมโทรศัพท์น่ะ”

“รู้ นี่ฉันเอามาให้แล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป